บทที่ 21 บท 6.1

            จริงอยู่ที่วันนี้คุณไฟไม่มีตารางงาน แต่ยังไงเราสองคนก็ยังต้องเจอกันอยู่ดี เพราะหลังจากที่อีกฝ่ายออกกำลังกายเสร็จแล้ว คุณไฟก็จะต้องไปวัดตัวเพื่อเตรียมตัดชุดสูทที่จะใช้ออกงานต่อ

            “สวัสดีครับ” ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไปห้อง วาก็เอ่ยทักทายคุณเขาเหมือนอย่างทุกครั้ง

            โดยในวันนี้คุณไฟก็ได้สร้างความประหลาดใจให้วาอีกครั้ง หลังตอนแรกวาคิดว่าเขาจะต้องมาเสียพลังงาน เพื่อปลุกอีกฝ่าย อย่างดีหน่อยพอมาถึงปุ๊บคุณไฟก็อาจเพิ่งเข้าห้องน้ำไป แต่ที่ไหนได้… วันนี้อีกฝ่ายกลับอาบน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้ว แถมเตรียมพร้อมจะออกไปยิมแล้วต่างหาก

            แล้วเพราะไม่เคยปล่อยให้คุณไฟเป็นฝ่ายรอมาก่อน ทันทีที่เห็นถึงเช่นนั้นวาก็ถึงกับชะงักไปทันที ดวงตากลมโตมองแผ่นหลังกว้างที่นั่งหันหลังให้กันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่สายตาของเขาจะเลื่อนไปมองโต๊ะตรงหน้าที่มีแก้วกาแฟวางอยู่แทน ซึ่งนั่นก็เป็นหลักฐานชั้นดีว่าอีกฝ่ายได้นั่งรอวามาได้สักพักแล้ว

            แล้วเพราะปล่อยให้คุณไฟเป็นฝ่ายรอ งานนี้วาเตรียมโดนบ่นตั้งแต่เช้าแน่...

            “วันนี้เราจะเอารถไป” หลังนั่งเงียบมาได้สักพัก ในที่สุดคุณไฟก็เอ่ยขึ้น พร้อมกับลุกขึ้นยืนเต็มสูง

            “อ๋อ…ครับ” แล้วเพราะไม่ถูกคุณไฟบ่น วาจึงถึงกับงงไปพักใหญ่

            หลังตอนแรกเขานึกว่าตัวเองจะถูกบ่น แต่ทว่าวากลับไม่โดนบ่นสักคำ แถมคุณไฟก็ยังไม่มีท่าทีหงุดหงิดกันเหมือนอย่างทุกครั้งด้วย

            แล้วเพราอย่างนั้น… วาจึงอดคิดไม่ได้ว่าวันนี้คุณไฟผีเข้าแน่ ๆ!

ความเงียบเข้าปกคลุมเราทั้งคู่ หลังต่างฝ่ายต่างนั่งอยู่บนรถเรียบร้อยแล้ว วาหยิบเอาเข็มขัดนิรภัยมาคาดอย่างรู้งานและก่อนที่จะออกมาเขาก็ไม่ลืมหยิบเอาน้ำผลไม้ที่ทำไว้ให้คุณไฟออกมาด้วย วาตั้งใจจะเตรียมไว้ให้คุณเขา หลังจากที่อีกฝ่ายออกกำลังกายเสร็จ คุณไฟจะได้สดชื่น

             “หลังจากวัดตัวเสร็จ เราก็ไปกินข้าวต่อแล้วกัน แล้วถ้านายมีธุระไปที่ไหนต่อก็ค่อยแยกย้าย” คุณไฟว่า ขณะอีกฝ่ายกำลังสตาร์ทเครื่องยนต์

            “แล้วจะให้จองร้านไหนดีครับ” วาถาม

            “ไม่ต้องจองหรอก… ระหว่างนี้นายก็ช่วยเปิดดูรีวิวหน่อยว่าแถวที่เราจะไป มีร้านไหนอร่อยบ้าง”

            “อ๋อ ได้เลยครับ”

            คุณไฟจะเข้ามาพบเทรนเนอร์สัปดาห์ละครั้งเป็นอย่างต่ำ โดยปกติอีกฝ่ายจะมีเทรนเนอร์ส่วนตัวอยู่แล้ว ซึ่งเทรนเนอร์ที่ว่าก็จะมีหน้าที่คอยควบคุมดูแลการออกกำลังกายของคุณไฟ รวมไปถึงการแนะนำประเภทอาหารที่ควรจะบริโภคในแต่ละสัปดาห์

            นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่วาได้มานั่งรอคุณไฟออกกำลังกาย แม้เขาจะเพิ่งเข้ามาทำงานกับอีกฝ่ายได้ไม่ถึงปี แต่วาก็ได้ผ่านการฝึกมาเกือบทุกอย่างแล้ว ยิ่งพักหลังมานี้ไม่มีพี่ว่านคอยอยู่ช่วยเหมือนอย่างทุกที วาก็ยิ่งได้เรียนรู้ขั้นตอนการดูแลนักแสดงเกือบทุกอย่าง

            ช่วงแรกตอนที่พี่ว่านต้องกลับไปดูแลแม่ใหม่ ๆ วากับคุณไฟยังต้องมีการปรับตัวเข้าหากันอยู่บ้าง เนื่องจากความใจร้อนของคุณไฟและความไม่เป็นงานของวา แต่ช่วงพักหลังมานี้… วากลับรู้สึกได้ว่าเราเข้ากันมากขึ้น คุณไฟใจเย็นลง เขารู้สึกอย่างนั้น

            แม้การเปลี่ยนแปลงที่ว่าอาจไม่ได้ส่งผลอย่างชัดเจน แต่วาที่ใช้เวลาร่วมกับคุณไฟเกือบทุกวัน ก็สัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงนี้อยู่ดี

            ตลอดการออกกำลังกายของผู้เป็นเจ้านาย วาริชก็คอยนั่งมองอยู่ไม่ห่าง ซึ่งทุกครั้งที่ได้นั่งมองเช่นนี้ วาก็สัมผัสได้ถึงความมุ่งมั่นและตั้งใจของคุณไฟเสมอ มันไม่ใช่แค่เฉพาะตอนออกกำลังกายเท่านั้น แต่ในเวลาทำงานอีกฝ่ายก็เป็นเหมือนกัน

            คุณไฟไม่ได้ออกกำลังกาย เพียงเพราะถูกบังคับหรือเพราะว่ามันเป็นสิ่งต้องทำ แต่อีกฝ่ายอยากออกกำลังกายเพราะอยากออกจริง ๆ ปัจจัยอื่นมันก็แค่เรื่องรองเท่านั้น

            “เดี๋ยววันนี้จะเน้นตรงส่วนหัวไหล่และแผ่นหลังนะครับ” เสียงเทรนเนอร์เอ่ยบอกคุณไฟ หลังทั้งคู่ได้ทำการยืดเส้นยืดสายกันเรียบร้อยแล้ว

หากวาเป็นแฟนคลับของคุณไฟ บางทีภาพตรงหน้าอาจทำให้เขาไม่สามารถทนมองได้อีกต่อไป เนื่องจากว่ามันอันตรายต่อความรู้สึก

            เสียงแนะนำของเทรนเนอร์ยังคงดังขึ้นเป็นระยะ ๆ และในขณะเดียวกันคุณไฟก็กำลังทำตามคำสั่งของเทรนเนอร์อย่างไม่เกี่ยงงอน

            มัดกล้ามของคุณไฟเด่นชัดขึ้นกว่าเดิมยามที่อีกฝ่ายกำลังยกเวท เนื่องจากคุณไฟเป็นคนผิวขาว… นั่นจึงทำให้เวลาที่อีกฝ่ายสวมใส่เสื้อกล้ามสีดำ ก็จะดูเด่นกว่าปกติและวาก็ไม่สามารถละสายตาออกจากคุณเขาได้

            เพราะไม่ได้มีหน้าที่อะไรนอกจากการนั่งรอ วาจึงให้ความสนใจแค่คุณเขาเพียงผู้เดียว ซึ่งในระหว่างที่พ่อนักแสดงกำลังออกกำลังกายอยู่นั้น หลายครั้งเราก็เผลอสบตากันด้วยความไม่ตั้งใจ

            เราสบตากัน ผ่านกระจกเงาที่มีไว้ให้เช็กดูท่วงท่าตัวเองยามออกกำลังกายบ่อยมาก… จนบางครั้งวาก็อดคิดไม่ได้ว่านี่มันไม่ใช่ความบังเอิญหรอก แต่มันเป็นความจงใจของใครสักคนหนึ่งต่างหาก

            แล้วสิ่งที่แย่ไปกว่านั้นคือวากำลังใจเต้นแรงกับคนที่เขา…มีเจ้าของแล้ว

            เมื่อได้สติและรู้ตัวว่าตนเองกำลังคิดไม่ดี ภาพรอยยิ้มของคุณพิม ณิชาก็ผุดขึ้นในความคิดวาทันที เพียงเท่านั้นความรู้สึกผิดก็แผ่ซ่านไปทั่วจิตใจของเขา มันย้ำเตือนว่าอาการใจเต้นแรงเมื่อครู่นี้ ไม่ใช่เรื่องที่สมควรเลยแม้แต่นิด

            เพราะไม่อยากให้ความบังเอิญเกิดขึ้นซ้ำซากและไม่อยากให้ใจเต้นแรงมากกว่านี้ สุดท้ายวาริชก็ตัดปัญหาทุกอย่างโดยการทำท่าก้มหน้าลงเล่นโทรศัพท์ เขาไม่ยอมเงยหน้าขึ้นอีกต่อไป จนกระทั่งคุณไฟออกกำลังกายเสร็จแล้วเดินกลับมาหากัน

            “เล่นแต่โทรศัพท์” อีกฝ่ายเอ่ยเสียงเข้มพร้อมหยิบน้ำจากมือวาขึ้นไปดื่ม

            “ขอโทษครับ ก็ผมไม่รู้จะทำอะไรนี่” วาตอบกลับเสียงเบา พลางเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋า เขาไม่คิดจะบอกเหตุผลว่าที่ทำเช่นนั้น ก็เพราะเจ้าตัวนั่นแหละ

            หลังปล่อยให้คุณไฟได้ไปอาบน้ำและเปลี่ยนมาใส่ชุดลำลองเสร็จ เราก็เดินทางไปห้องเสื้อตามที่ตกลงกันไว้ต่อ ซึ่งในระหว่างการเดินทาง วาก็ได้ทำการโทรบอกทางนั้นว่าคุณไฟกำลังจะเข้าไปหา ตั้งใจว่าพอไปถึงที่นั่น เราจะได้ไม่ต้องเสียเวลามากนัก

            เนื่องจากระยะทางระหว่างยิมและห้องเสื้ออยู่ค่อนข้างไกลกัน นั่นจึงทำให้เราได้ใช้เวลาบนท้องถนนเกินความจำเป็นและเพราะเราไม่เคยคุยอะไรกัน นอกจากเรื่องงานมาก่อน ความเงียบจึงเข้าปกคลุมเราทั้งคู่ทันทีที่ต่างฝ่ายต่างขึ้นมาบนรถแล้ว

            วูบหนึ่งในความคิด…วาอยากลองชวนคุณไฟคุยดู แต่เขาก็ไม่รู้จะชวนอีกฝ่ายคุยเรื่องอะไร อีกทั้งลึก ๆ ก็กลัวว่าคุณไฟจะเล่นตลกไม่ยอมพูดด้วย สุดท้ายวาก็ทำได้แค่เงียบอยู่อย่างนั้น

            ระหว่างการเดินทางไปห้องเสื้อ วาริชก็มองป้ายตามข้างทางไปเรื่อยเปื่อย เนื่องจากเขาไม่รู้จะทำอะไรดี จึงมองนั่นมองนี่เพื่อฆ่าเวลาเท่านั้น ซึ่งพอวาริชมองถนนฝั่งตัวเองจนเบื่อแล้ว เขาก็เปลี่ยนไปมองถนนฝั่งคุณไฟบ้าง  ก่อนจะเลื่อนสายตามามองผู้เป็นเจ้านายที่กำลังขับรถด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง ไม่แสดงออกถึงความยินดียินร้าย

            “มีอะไรหรือเปล่า” คุณไฟเอ่ยถามทั้ง ๆ สายตาของเจ้าตัวกำลังจับจ้องเส้นทางด้านหน้าอยู่

            “เปล่าครับ!” วารีบปฏิเสธพร้อมหันขวับกลับมาทันควัน

            “ก็เห็นอยู่ว่าเมื่อกี้แอบมอง”

            “เปล่านะครับ ผม…มองถนนฝั่งตรงข้ามต่างหาก” เขาปฏิเสธอีกครั้ง รู้สึกตกใจไม่น้อยที่ถูกจับได้ ตอนแรกวาก็นึกว่าอีกฝ่ายกำลังให้ความสนใจแค่ทางข้างหน้าเท่านั้น

            “โกหก” คุณไฟว่า รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะสลายหายไปราวกับมันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

            “...”

            “แล้วนี่ร้านที่บอกให้หา ตกลงหาหรือยัง” คุณเขาถาม

            “อ๋อ เรียบร้อยแล้วครับ ว่าแต่ว่า…คุณไฟอยากอาหารแบบไหนครับ เท่าที่ผมดูไว้ให้ มีร้านอาหารไทยกับร้านสเต๊กที่น่าสนใจ”

            “แล้วนายอยากกินอะไร”

            “ครับ?” คราวนี้วาหันไปมองคนข้างกายอย่างไม่ปิดบัง ไม่ใช่ว่าเมื่อกี้เขาไม่ได้ยินคำถามคุณไฟ แต่วากำลังไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายถามทำไมต่างหาก

            “บอกแล้วไงว่าไม่ชอบถามซ้ำ” คุณไฟพูดเสียงเบื่อหน่าย

            “อ๋อ ผม...อยากกินอาหารไทยครับ”

            “โอเค ถ้างั้นหลังจากวัดตัวเสร็จ ก็อย่าลืมเปิดจีพีเอสแล้วกัน เราจะไปร้านอาหารไทยกัน”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป