บทที่ 22 บท 6.2

พักหลังมานี้…หลายครั้งที่การกระทำของคุณไฟดูไร้ที่มาที่ไป นั่นไม่ใช่ว่ามันไม่ดี… แต่เพราะมันเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นและเพราะมันดีจนน่าใจหายต่างหาก วาถึงได้หวั่นใจนัก เขากลัวว่าถ้าวันหนึ่งพออีกฝ่ายกลับไปเป็นแบบเดิมอย่างที่เคยเป็นมาตลอด มันจะกลายเป็นความไม่เคยชินไปเสียแล้ว

            โดยปกติคุณไฟไม่เคยตามใจวา หากวาเลือกฝั่งซ้าย คุณเขาก็จะเลือกฝั่งขวา หากวาก้าวไปข้างหน้า คุณไฟก็จะเดินถอยหลัง สำหรับคนที่ทำงานร่วมกัน มันไม่ควรเป็นเช่นนี้ แต่มันเกิดขึ้นกับเราจนกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้วและมันจะผิดปกติทันทีที่เราคิดตรงกัน

            ‘อีกสองร้อยเมตร เลี้ยวซ้ายไปตามทาง…’ เสียงแอปพลิเคชันบอกทางดังขึ้นเป็นระยะ ๆ หลังวาริชรับหน้าที่เป็นคนเปิดจีพีเอสนำทางให้ ส่วนคุณไฟก็มีหน้าที่คอยขับรถไปตามคำแนะนำ

            “เผลอแป๊บเดียว วันหยุดก็ผ่านมาครึ่งวันแล้ว” คุณไฟบ่นพึมพำ ขณะที่อีกฝ่ายกำลังหักเลี้ยวเข้าร้านอาหารไทยที่ว่า 

            “พรุ่งนี้ไม่มีถ่ายละครนะครับ มีแค่ไปอัดรายการตอนบ่ายเท่านั้น” วาเอ่ยต่อ หลังเขาเพิ่งนึกได้ว่าตัวเองยังไม่แจ้งตารางงานให้คุณไฟฟัง

            “อือ...” อีกฝ่ายขานรับในลำคอเบา ๆ และรถก็มาจอดสนิทที่หน้าร้านพอดี

“ยินดีต้อนรับค่ะคุณลูกค้า ไม่ทราบว่าได้จองโต๊ะไว้ไหมคะ” เมื่อเราก้าวเท้าเข้าร้าน พนักงานต้อนรับก็รีบเข้ามาทักทายทันที ซึ่งวาที่เป็นฝ่ายเดินนำเข้ามาในร้านก่อน ก็เป็นคนเอ่ยตอบเธอ

            “ไม่ครับ”

            “งั้นรบกวน...”

            “ไฟ! น้องวา!” ยังไม่ทันที่พนักงานในร้านจะเชิญเราไปนั่งที่โต๊ะ วาและคุณไฟก็ถูกเรียกชื่อขึ้นเสียก่อน นั่นจึงทำให้เราหันมองไปทางต้นเสียงพร้อมกัน เพื่อที่จะได้พบว่าคุณพิม ณิชาก็กำลังอยู่ในร้านนี้เหมือนกัน

            “บังเอิญจังค่ะ นี่พิมกับเพื่อนก็แวะมากินข้าวเหมือนกัน เพิ่งสั่งอาหารไปเมื่อกี้นี้เอง” เมื่อคุณพิมเดินมาถึง เธอก็พูดกับคุณไฟทั้งรอยยิ้ม ดูเหมือนจะดีใจอยู่ไม่น้อยที่บังเอิญมาคนรักที่นี่

            “น้องวา…ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะ คิดถึงจังเลย” หลังคุยกับคุณไฟเสร็จ คุณพิมก็หันมาพูดกับวาต่อ

            คุณพิมไม่ว่าเปล่า แต่เธอยังส่งยิ้มอย่างเป็นมิตรมาให้ด้วย ทำเอาวาถึงกับเสียอาการ จนเขาต้องเกาหลังคอแก้เก้อ  จริงอยู่ที่เราเคยเจอกันมากกว่าห้าครั้ง แต่วาก็ไม่เคยชินกับรอยยิ้มของคุณพิมเสียที มันทำให้เขาแอบเสียอาการอยู่เรื่อย

            “คิดถึงเหมือนกันครับ” ในที่สุดวาตอบกลับไป เขาส่งยิ้มให้เธอจนตาหยี

            “ให้มันน้อย ๆ หน่อยนะ” และทันทีที่เขาตอบไปเช่นนั้น คุณไฟก็รีบพูดขึ้นเสียงเข้ม ซึ่งดูก็รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังหวงคุณพิม

            “ฮ่า ๆ สองคนนี้เล่นอะไรกันก็ไม่รู้ แล้วนี่มาทำอะไรแถวนี้คะ มันไกลจากคอนโดคุณพอสมควรเลยนะ” คุณพิมถามต่อ

            “ผมแวะมาวัดตัวแถวนี้พอดี เสร็จแล้วก็เลยพาวามากินข้าว”

            “อ๋อ ถ้างั้นก็นั่งโต๊ะเดียวกันเลยสิคะ พิมกับเพื่อนก็มากันแค่สองคนเหมือนกัน”

            “อย่าดีกว่า เพื่อนคุณจะอึดอัดเปล่า ๆ เผื่อเขาอยากคุยเรื่องอะไร ๆ ตามประสาผู้หญิง เดี๋ยวมันจะไม่สะดวกเอา” คุณไฟเอ่ยปฏิเสธเสียงนุ่ม พร้อมยกเหตุผลมาอธิบายโดยไม่ต้องให้ใครต้องถามต่อ

            “นั่งโต๊ะเดียวกันเถอะนะคะ โต๊ะก็ตั้งกว้าง… พิมกับเพื่อนนั่งกันแค่สองคนก็เหงาเป็นเหมือนกันนะ ได้นั่งกันสักสี่คนน่าจะพอดี” ฝั่งคุณพิมเองก็ไม่ยอมเหมือนกัน เมื่อถูกคุณไฟปฏิเสธเช่นนั้น เธอรีบพูดต่อเสียงอ้อนพร้อมกับจับแขนคนรักเอาไว้ราวกับจะขอความเห็นใจ

            ท่าทางน่ารัก ๆ ตามประสาคนรักกัน ปรากฏอยู่ในสายตาวาทั้งหมด ซึ่งพอเขาได้มีโอกาสเห็นท่าทางน่ารักของทั้งคู่ยามที่อยู่ด้วยกัน มันก็ทำให้วารู้สึกว่าสองคนนี้เหมาะสมกันนัก อีกทั้ง…มันก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกผิด หลังเคยเผลอไปใจเต้นแรงกับคุณไฟ ทั้ง ๆ ที่อีกฝ่ายมีเจ้าของที่น่ารักขนาดแล้ว

            มันเป็นความผิดที่วาไม่สมควรได้รับการให้อภัย...  

            เพราะอยากให้คุณไฟและคุณพิมได้ใช้เวลาร่วมกันตามประสาคนรัก วาจึงเริ่มคิดหาทางเลี่ยงออกจากสองคนนี้ แต่ทว่าเพียงแค่เขาเริ่มขยับตัว เตรียมจะหาข้ออ้างเดินออกจากร้านไป คุณไฟก็รีบพูดทันที

            “จะไปไหน” อีกฝ่ายไม่ถามเปล่า แต่ยังยื่นมือมาคว้าแขนวาเอาไว้ด้วย โดยแขนอีกข้างก็ยังถูกคุณพิมจับเอาไว้อยู่

            “ผมจะไปทำธุระครับ พอดีเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเขานัดไว้ตอนเที่ยง” วาริชพูดปดคำโต

            “ได้ไง? นายยังไม่กินข้าวเลยนะ” คุณเขาว่าต่อ คิ้วเข้มก็ขมวดทันควัน

            “เดี๋ยวผม...”

            “ถ้าน้องวายังไม่กินข้าว ก็อยู่กินด้วยกันก่อนสิ พี่พิมก็เพิ่งมาเหมือนกันค่ะ กินเสร็จค่อยไปทำธุระก็ได้นะ” คุณพิมรีบพูดช่วยคนรัก

            “อ๋อ ไม่เป็นไรครับ” แม้จะถูกโน้มน้าวจากทั้งสองคน แต่วาริชก็ยังเลือกที่จะปฏิเสธอยู่ดี เพราะเขาอยากให้คุณไฟและคุณพิมได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกันจริง ๆ

            “ผมไม่มีเวลามากแล้ว เดี๋ยวขอไปกินข้าวที่นั่นดีกว่า” เขาเอ่ยต่อเสียงนุ่ม พร้อมดึงข้อมือตัวเองออกจากการเกาะกุมของคุณไฟอย่างแนบเนียน

            “...”

            “สรุป เราเจอกันวันถัดไปเลยนะครับคุณไฟ ผมลาแล้วนะครับ สวัสดีครับ” วาริชเลือกที่จะไม่ฟังเสียงคัดค้านและ ทันทีที่พูดจบประโยค เขาก็รีบเอ่ยลาและเดินหนีออกจากร้านทันที

บทก่อนหน้า
บทถัดไป