บทที่ 25 บท 7.1

         นับตั้งแต่วันที่พี่ไทระเปิดอินสตาแกรมให้ วาก็ไม่ได้เข้าไปเคลื่อนไหวอะไรอีกเลย ไม่ใช่ว่าเขายุ่งจนไม่มีเวลาเล่น ไม่ใช่เพราะยังไม่มีรูปที่อยากลง แต่เพราะว่าคุณไฟกดติดตามวาในอินสตาแกรมต่างหาก เขาถึงได้ไม่กล้าเคลื่อนไหวอะไรจนกระทั่งตอนนี้

         ตั้งแต่ที่พี่ไทระยืนยันว่าคุณไฟกดติดตามแค่วา ความสงสัยมากมายก็ผุดขึ้นในหัวของเขา วาแปลกใจอยู่ไม่น้อยที่รู้ว่าคุณไฟเจออินสตาแกรมกัน

         จริงอยู่…การที่อีกฝ่ายจะ‘บังเอิญ’เจออินสตาแกรมกัน มันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แต่เพราะคุณไฟมาเจอตั้งแต่วันแรกที่วากลับมาเล่น ไหนจะเรื่องที่คุณเขาไม่ได้กดติดตามใครไว้อีก มันจึงกลายเป็นเรื่องแปลก เพราะมีอยู่ไม่กี่ช่องทางเท่านั้นที่อีกฝ่ายจะรู้เรื่องนี้ ถ้าคุณไฟไม่เลื่อนดูในหน้าสำรวจ อีกฝ่ายก็ต้องกดเข้าไปในอินสตาแกรมของพี่ไทระ ถึงจะได้รู้ว่าวามีอินสตาแกรมแล้ว

         นี่ถ้าหากคุณไฟกดติดตามคนอื่นไว้ด้วย วาก็คงกล้าที่จะลงรูป กล้าที่จะลองเล่นสตอรี่ดู แต่ทว่าอีกฝ่ายกดติดตามแค่เขาคนเดียว นั่นหมายความว่าเวลาที่วาโพสต์อะไร คุณไฟก็จะเห็นทั้งหมด วาจึงไม่กล้าเคลื่อนไหวอะไรทั้งนั้น แม้กระทั่งการกดติดตามคุณเขากลับ

         วาเปิดอินสตาแกรมมาได้เกือบสองสัปดาห์แล้ว ซึ่งนับตั้งแต่วันนั้นจนถึงตอนนี้ ยอดผู้ติดตามเขาก็ได้พุ่งทะลุไปเกินสามหมื่นคน ทั้ง ๆ ที่ในนั้นก็มีแค่รูปเดียว นั่นก็คือรูปที่พี่ไทระลงให้และรูปที่อีกฝ่ายแท็กมาหาเท่านั้น

ขณะที่กำลังจมอยู่ในห้วงความคิดตัวเอง เสียงหัวเราะของคุณไฟก็ดังขึ้น เมื่ออีกฝ่ายกำลังอัดรายการอยู่ แล้วพิธีกรสาวก็ปล่อยมุกแซวเจ้าตัว

         แม้วาจะเข้ามาทำงานกับอีกฝ่ายได้ไม่ถึงปี แต่เขาก็พอมองออกว่านั่นเป็นการหัวเราะแบบการแสดง คุณไฟไม่ได้หัวเราะเพราะว่ามันขำ อีกฝ่ายไม่ใช่คนหัวเราะง่ายขนาดนั้น แต่ที่แสดงออกเช่นนั้น คงเพราะต้องการสร้างบรรยากาศและลดความเกร็งระหว่างเจ้าตัวกับผู้ร่วมงานต่างหาก

         ในระหว่างที่คุณไฟกำลังถ่ายรายการอยู่นั้น วาผู้มีสถานะเป็นผู้จัดการส่วนตัวชั่วคราวก็คอยนั่งดูอยู่ไม่ห่าง  ซึ่งหน้าที่หลักของเขาเวลาที่อีกฝ่ายมาอัดรายการแบบนี้ คือการต้องคอยฟังว่าพิธีกรถามอะไรบ้าง คำถามไหนมีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดประเด็นหรือเปล่า ซึ่งถ้าหากว่ามี วาก็ต้องเข้าไปคุยกับโปรดิวเซอร์รายการ ก่อนที่เทปนั้นจะถูกออกอากาศ

         ขณะที่คุณไฟกำลังทำงานอยู่นั้น อีกฝ่ายก็ได้ฝากข้าวของส่วนตัวไว้กับวา ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือโทรศัพท์… จู่ ๆ ความคิดบ้า ๆ ก็ผุดขึ้น เมื่อสายตาของวามองเห็นโทรศัพท์ที่คุณไฟวางทิ้งไว้กับเขา

         แทนที่จะให้ความสนใจกับงานตรงหน้า กลับกลายเป็นว่าตอนนี้วาเทความสำคัญมาให้โทรศัพท์ของคุณไฟแทน หลังเขามีความคิดว่าในระหว่างนี้จะแอบเข้าโทรศัพท์ของอีกฝ่าย เพื่อไปกดยกเลิกการติดตาม

          วาลังเลอยู่นานมาก จนกระทั่งโทรศัพท์เครื่องสวยถูกหยิบไป...โดยผู้เป็นเจ้าของเครื่อง

“เอ่อ...วันนี้คุณไฟจะกินข้าวข้างนอกหรือว่าจะทำอาหารกินเองครับ” เมื่อสิ่งที่กำลังจ้องอยู่ ถูกหยิบไปในพริบตา นั่นจึงทำให้วาเผลอสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะตั้งสติแล้วเอ่ยปากถามอีกฝ่าย หลังเห็นว่าคุณไฟได้อัดรายการเรียบร้อยแล้ว

         “เดี๋ยววันนี้กินข้าวข้างนอก แล้วนายก็ต้องไปกินด้วย”  

         “อ๋อ…ได้ครับ” เมื่อได้ยินเช่นนั้น วาก็ตกปากรับคำอย่างว่าง่าย

         นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่คุณไฟพูดเช่นนี้ เพราะนับตั้งแต่วันที่วาปฏิเสธการทานอาหารร่วมกับอีกฝ่ายและคุณพิมในครั้งนั้น  คุณไฟก็สั่งให้วาไปกินข้าวกับเจ้าตัวแทบทุกวันที่มีงาน คล้ายจะแก้เผ็ดกันยังไงไม่รู้

         เพราะอีกฝ่ายยังออกอาการเหมือนเคือง ๆ กันอยู่ วาจึงไม่อยากมีปัญหามากนัก สิ่งไหนที่คุณเขาต้องการ ถ้าหากว่ามันไม่มากเกินไป วาทำได้เขาก็อยากทำให้… อย่างเช่นการไปกินข้าวมื้อนี้ด้วยกัน

         “เดี๋ยวนายบอกทางคนขับด้วย ให้เขาแวะไปส่งนายก่อน” คุณไฟพูดขึ้น หลังจากที่เรากินข้าวเสร็จและพร้อมจะแยกย้ายกันกลับที่พักแล้ว

         “อ๋อ ได้ครับ” วาริชพยักหน้ารับ ก่อนที่เขาจะเริ่มทำการบอกเส้นทางตั้งแต่จากร้านอาหารไปจนถึงหอพักตนเองให้ลุงคนขับฟัง

“ไฟล์ทไปอุบลพรุ่งนี้ เจ็ดโมงเช้านะครับคุณไฟ”  ก่อนจะลงจากรถ วาก็ไม่ลืมที่จะเตือนอีกคน เรื่องไฟลท์บินไปอุบลในวันพรุ่งนี้เช้า

         “อืม” คุณไฟพยักหน้ารับ ในขณะเดียวกันนั้นสายตาของอีกฝ่ายก็ยังไม่ผละออกจากหน้าจอสมาร์ทโฟน

         “เดี๋ยวผมจะเข้ามาหาคุณไฟ...สักประมาณตีห้า”

         “ตีสี่ครึ่ง”

         “ครับ?”

         “นายต้องมาตีสี่ครึ่ง เข้ามาปลุกฉันก่อน เผื่อฉันไม่ได้ยินเสียงนาฬิกาปลุก” คุณเขาอธิบายต่ออย่างใจเย็น

         “อ๋อ ได้ครับ” วาพยักหน้ารับแต่โดยดี ก่อนที่เขาจะพูดต่อ “วันนี้ขอบคุณมากสำหรับอาหารมื้อเย็น แล้วก็…ฝันดีนะครับ”

         “...เช่นกัน”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป