บทที่ 26 บท 7.2

         ไม่บ่อยครั้งนักที่คุณไฟจะมีงานอีเวนต์ต่างจังหวัด เพราะโดยปกติงานของคุณไฟมักจะเน้นไปทางด้านการแสดงเป็นหลัก ต้องอยู่ในช่วงโปรโมตละครเท่านั้น คุณเขาถึงจะมารับงานอีเวนต์และไปออกรายการ

         เพราะมันเป็นความต้องการของคุณไฟ... นั่นจึงทำให้วาได้มายืนอยู่ที่หน้าห้องคุณเขาอีกครั้ง ในเวลาตีสี่ครึ่ง

         เมื่อเปิดเข้าไปในห้องของดาราหนุ่ม วาก็ทำทุกอย่าง ๆ ที่เขาเคยทำมาโดยตลอดและในเวลาต่อมาวาก็บุกเข้าห้องนอนคุณไฟต่อ หลังเขามั่นใจแล้วว่าในเวลานี้อีกคนยังไม่ตื่น

         แม้อุณหภูมิในห้องนอนจะเย็นมาก จนทำให้วาแอบสั่นเทา แต่คนที่กำลังนอนหลับตาพริ้ม กลับสวมใส่แค่เสื้อกล้ามบาง ๆ เท่านั้น ซึ่งพอวามาเห็นว่าคุณไฟนอนแบบนี้เกือบทุกคืน เขาก็แอบหวั่นใจอยู่ไม่น้อย เกรงว่าสักวันหนึ่งอีกฝ่ายจะป่วยเอา

         หลังจากปิดแอร์ให้คุณไฟแล้ว วาก็เตรียมปลุกคนต่อ ซึ่งขั้นตอนการปลุกนี้ เขาอาจต้องใช้แรงเสียหน่อย แต่ทว่ามือที่กำลังจะเอื้อมไปปลุกอีกคน ต้องชะงักค้างกลางอากาศ เมื่อเป็นอีกครั้งที่วาได้มีโอกาสเห็นคุณไฟยามหลับ เพราะในขณะนี้ อีกฝ่ายดูไม่มีพิษมีภัยอะไร นั่นจึงทำให้เขาเห็นแล้วก็อดไม่ได้ที่จะมองค้างไว้นาน ๆ

         ยามที่คุณไฟหลับดูไร้เดียงสาอย่างไม่น่าเชื่อ แต่ใครจะรู้กันว่าคุณเขาอารมณ์ร้ายเหลือทน...

         “คุณไฟครับ ตื่นได้แล้ว” เมื่อถึงเวลาพอสมควร วาก็เอ่ยปลุกอีกคนเสียงนุ่ม พร้อมกับเขย่าแขนคุณไฟเบา ๆ เพื่อให้อีกฝ่ายรู้สึกตัว เขาปลุกอีกฝ่ายแค่ครั้งเดียวเท่านั้น คุณไฟก็ตื่นขึ้นโดยพลัน

         “ตีไหนแล้ว” อีกฝ่ายเอ่ยถามเสียงแหบแห้ง

         “จะตีห้าแล้วครับ”

         “งั้นขออีกห้านาทีได้ไหม”

         “...”

         “นะ…ลุกไม่ไหว” คราวนี้วาริชชะงัก ไม่บ่อยครั้งนักที่คุณไฟจะต่อรอง นั่นจึงทำให้เขาอดสงสัยไม่ได้ว่าเมื่อคืนนี้ อีกฝ่ายนอนตอนไหนกันแน่ ไอ้อาการอิดออดไม่ยอมลุกเช่นนี้ คงแปลว่าอีกฝ่ายนอนไม่พอ

         วารู้จักคุณเขาดี…

         “ก็ได้ครับ แต่ให้มากกว่านี้ไม่ได้แล้วนะครับ เดี๋ยวจะตกเครื่องเอา” เพราะคำนวณแล้ว เวลาเรายังมีเหลือเฟือ สุดท้ายวาริชถึงยอมตามใจคุณไฟอีกสักครั้ง

         เรามาถึงจังหวัดอุบลในเวลาแปดโมงเช้า แต่ทว่างานอีเวนต์ของคุณไฟจะเริ่มขึ้นในช่วงบ่ายสอง นั่นจึงทำให้เรามีเวลามากพอที่จะแวะเข้าโรงแรมก่อน แถมยังพอมีเวลาเหลือจะไปตะลอนกินของอร่อยในจังหวัดได้ด้วย

         โชคดีที่ผู้จัดรายนี้เปิดโรงแรมไว้ให้ตั้งแต่เมื่อวาน เราจึงไม่ต้องเสียเวลา มารอเช็กอินเข้าที่พักในช่วงเที่ยงและเมื่อมาถึงสนามบินอุบล วาก็จัดการเป็นธุระทุกอย่างให้คุณไฟตามหน้าที่ของเขา

         เพราะผู้จัดงานเปิดห้องไว้ให้เราสองห้อง เราจึงแบ่งกันคนละห้อง ซึ่งหลังจากแยกย้ายเข้าห้องพักตัวเองแล้ว วาก็จัดการชาร์จแบตโทรศัพท์และเอาเสื้อผ้าบางส่วนออกจากกระเป๋าเดินทาง

         การมาอุบลครั้งนี้ แม้เราจะอยู่เพียงไม่กี่วัน แต่วากลับมีแพลนมากมาย ซึ่งเขาก็ตั้งใจว่าหลังจากชาร์จโทรศัพท์เสร็จ ก็จะออกไปข้างนอกเสียหน่อย  

         “ก็ไปด้วยกันสิ” คุณไฟเอ่ย หลังวาตัดสินใจเดินไปเคาะห้องของอีกฝ่าย เพื่อที่จะบอกว่าเขาจะออกไปข้างนอก  ไปทำอะไรแล้วจะกลับเข้ามาอีกทีตอนไหน

         “ถ้าคุณไฟจะออกไปด้วย งั้นผมจะรอคุณที่ล็อบบี้แล้วกันนะครับ” วาพูดต่อ

         “อืม ฉันขอเวลาเปลี่ยนเสื้อผ้าสิบนาที แล้วจะรีบตามลงไป”

         “ได้ครับ”

         การมาทำงานที่ต่างจังหวัดโดยปราศจากพี่ว่าน มันไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่วาแอบกังวล ส่วนหนึ่งเป็นเพราะผู้จัดงานมีความเป็นมืออาชีพสูง อีกฝ่ายอำนวยความสะดวกให้เราหลายอย่าง ทั้งการจองโรงแรมไว้ให้สองคืน แถมยังเตรียมรถตู้ส่วนตัวพร้อมคนขับไว้ให้อีก มันจึงเหมือนเรามาเที่ยวเล่นมากกว่ามาทำงานด้วยซ้ำ

         “เดี๋ยวเรากลับเข้ามาโรงแรมสักประมาณสิบเอ็ดโมงดีไหมครับ? เพราะทางผู้จัดเขาบอกว่าจะส่งช่างแต่งหน้ากับช่างทำผมเข้ามาประมาณเที่ยงนิด ๆ”

         “แบบนั้นก็ได้” คุณไฟพยักหน้ารับ ก่อนจะถามต่อ “แล้วออกมาข้างนอกนี่ นายมีแพลนอะไรหรือยัง?”

         “มีแล้วครับ” วาตอบทันที

         “...”

         “คือเมื่อคืนนี้ ผมลองหาในเน็ตดูว่าของขึ้นชื่อของที่นี่ มีอะไรบ้าง ซึ่งพวกของฝากทั้งหลาย มันก็มีพวกหมูยอ กุนเชียงแล้วก็พวกอาหารญวนครับ… เพราะงั้นเราไปกินก๋วยจั๊บญวนกันไหมครับ” ความต้องการจริง ๆ ของวามันอยู่ตรงนี้  ไอ้ที่พูดแรก ๆ มันก็แค่การเกริ่นเท่านั้น แต่จุดประสงค์หลักของเขาก็คือการออกไปกินก๋วยจั๊บญวน

         ไม่ใช่ว่าวาไม่เคยกิน ตอนที่แม่เขายังมีชีวิตอยู่… ท่านก็มักจะทำให้กินอยู่ไม่เสมอ เนื่องจากเป็นอาหารโปรดของแม่ด้วย พอแม่เสียไป วาก็ยังกินอยู่ตลอด ๆ เห็นร้านตามข้างทางเปิดขายทีไร เขาก็มักจะหยุดซื้อทุกครั้ง แต่ที่อยากมากินของอุบล ก็เพราะเขาอยากรู้ว่าก๋วยจั๊บญวนของที่นี่แตกต่างจากของกรุงเทพไหมก็เท่านั้น

         “หรือว่าคุณไฟอยากกินอย่างอื่นครับ?” เพราะไม่อยากดูเอาแต่ใจมากเกินไป วาจึงไม่ลืมที่จะถามคนที่มาด้วยกันด้วย

         “นายอยากกินไม่ใช่เหรอ ก็เอาตามนั้นแหละ เพราะฉันก็ไม่ได้กินนานแล้วเหมือนกัน”

         “โอเคครับ” และแล้วคำตอบของคุณไฟ ก็ทำให้วาริชถึงกับยิ้มแฉ่ง 

เพราะความตั้งใจสำเร็จตั้งแต่มาถึง พอเข้าสู่เวลาทำงาน วาจึงตั้งใจทำทุกอย่างยิ่งกว่าที่เคยให้สมกับที่คุณไฟใจดีกับเขา

         นอกเหนือจากการดูแลความเรียบร้อยและอำนวยความสะดวกให้กับนักแสดงหนุ่ม วายังมีอีกหนึ่งหน้าที่นั่นก็คือการเข้าไปพูดคุยกับผู้จัดงาน สอบถามเรื่องคิว สคริปต์และการบรีฟต่าง ๆ  ซึ่งตรงนี้เขาจะต้องคุยกับผู้จัดให้เข้าใจ เพื่อที่วาจะได้มาสรุปเนื้องานให้คุณไฟฟังอีกที

         “เดี๋ยวช่วงท้ายงาน มีถ่ายรูปกับผู้บริหารด้วยนะครับ” วาเอ่ยบอก หลังเขาสรุปเนื้องานของวันนี้ให้คุณไฟฟังเรียบร้อยแล้ว

         “แล้วนี่เขามีที่ให้แจกลายเซ็นหรือถ่ายรูปไหม”

         “อ้อ!มีครับ ทางผู้จัดการเขาเตรียมที่ไว้ให้แล้วครับ”

         “โอเค” คุณไฟพยักหน้ารับ

         นอกจากออกกองถ่ายละคร ก็ไม่บ่อยครั้งนักที่คุณไฟจะได้ออกต่างจังหวัด นั่นจึงทำให้เวลาที่อีกฝ่ายมีงานอีเวนต์ต่างจังหวัด คุณเขาก็มักจะแจกลายเซ็นหรือให้ถ่ายรูปด้วยทุกครั้ง ซึ่งโดยปกติหากงานอีเวนต์ถูกจัดขึ้นในกรุงเทพ คุณไฟก็จะไม่ค่อยให้ได้อะไรแบบนี้เท่าไรนัก เนื่องด้วยเวลาและความสะดวกของที่นั่น ไม่ยืดหยุ่นเท่าที่ต่างจังหวัด

บทก่อนหน้า
บทถัดไป