บทที่ 27 บท 7.3

         รอยยิ้มของคุณเขาราวกับแสงสปอรต์ไลท์...

          ยามที่คุณไฟอยู่บนเวทีหรือกำลังทำการแสดงอยู่หน้ากล้อง อีกฝ่ายมักจะทำให้วาเหมือนหลุดเข้าไปในโลกใบหนึ่ง รอยยิ้มหวาน ๆ ของคุณเขามักจะสะกดสายตาของผู้คน รวมถึงตัววา…ผู้ที่ได้มีโอกาสคลุกคลีอกับคุณเขามากกว่าแฟนคลับทั่วไป

         “คุณไฟ น้ำครับ” หลังคุณเขาถ่ายรูปกับผู้บริหารและเดินลงจากเวทีแล้ว วาก็รีบยื่นแก้วน้ำส่วนตัวให้อีกฝ่ายทันที เพราะเขารู้ดีว่าเวลานี้คุณไฟจะต้องคอแห้งแน่ เนื่องจากเมื่อกี้นี้มีสคริปต์ที่ค่อนข้างพูดเยอะและยาว

         “ขอบคุณ” หลังจากรับแก้วน้ำและดื่มเสร็จ คุณไฟก็ยื่นกลับมาให้วาพร้อมกับคำขอบคุณ ก่อนที่คุณเขาจะเดินไปยังโซนที่มีไว้ให้อีกฝ่ายได้พบปะกับแฟนคลับโดยเฉพาะ

“พรุ่งนี้เราได้ไฟล์ทบินกลับกี่โมง” หลังจากจบงานอีเวนต์ เราก็ไปกินอาหารมื้อเย็นกันต่อ ซึ่งขณะที่เรากำลังเดินเข้าร้านอาหารอีสานอยู่นั้น คุณไฟก็เอ่ยถามวาอีกครั้ง

         “สิบเอ็ดโมงเช้าครับ”

         “โอเค ยังพอตื่นสายได้ ว่าแต่นายอยากแวะไปไหนอีกหรือเปล่า?” อีกฝ่ายถามอีก

         “ไม่แล้วครับ”

         “งั้นพรุ่งนี้ก็จัดการอะไรให้เสร็จ ตั้งแต่เก้าโมงแล้วกัน”

         “ได้ครับ”

         อาหารมื้อเย็นรอบนี้ถูกเสนอโดยคุณไฟ เพราะคุณเขาออกปากเองว่าอยากกิน วาจึงเห็นด้วยอย่างว่าง่าย ซึ่งครั้งนี้เราไม่ได้ตะเวนหาร้านเด็ดกินเหมือนอย่างตอนก๋วยจั๊บญวน แต่เลือกกินร้านใกล้ ๆ โรงแรมเน้นความสะดวกและความสะอาดเสียมากกว่า

         “ขอโทษนะครับ ขอเพิ่มตำไทย ไม่ใส่ผงชูรสอีกจานด้วยนะครับ” หลังอาหารทยอยมาเสิร์ฟหมดแล้ว ก่อนที่พนักงานเสิร์ฟจะเดินจากไป วาก็รีบสะกิดบอกเธอ หลังเขาเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าลืมอะไรบางอย่าง ๆ ไม่น่าให้อภัย

         “นายจะกินเหรอ” คุณไฟถาม

         “ก็สั่งมาให้คุณไฟนั่นแหละครับ” วาตอบตามตรง ไม่ใช่ว่าเขาอยากทำให้ทุกอย่างมันยุ่งยาก แต่เพราะว่าวาไม่เคยเห็นคุณไฟกินปลาร้ามาก่อน เขาจึงเกรงว่าถ้าร่างกายอีกฝ่ายไม่เคยชิน พอกินเข้าไปก็อาจทำให้ท้องเสียได้

         แล้วถ้าหากท้องเสียจนถึงขั้นเข้าโรงพยาบาล คนซวยไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นวาริชคนนี้นี่แหละ…

         “ทำไมล่ะ อันนี้ฉันก็กินได้” คุณไฟไม่ว่าเปล่า แต่ยังคว้าช้อนไปตักส้มตำปลาร้ากินโชว์กันด้วย

         “แน่ใจนะครับ” วาถามอีกฝ่ายให้แน่ใจอีกครั้ง

         “แน่สิ ฉันไม่เคยฝืนตัวเองอยู่แล้ว”

         “ถ้างั้นไม่เอาแล้วนะครับ ขอโทษด้วย” เพราะคุณไฟยืนกรานว่าตัวเองกินส้มตำปลาร้าได้จริง ๆ วาจึงหันไปบอกกับพนักงานเสิร์ฟอีกครั้งแล้วส่งยิ้มขอโทษเธอไปหนึ่งหน

         งานอีเวนต์ต่างจังหวัดผ่านพ้นไปได้ด้วยดี พรุ่งนี้ก็เหลือแค่เช็กเอาท์ออกและบินกลับกรุงเทพเท่านั้น หลังจากที่เราทานมื้อเย็นกันเสร็จ เราสองคนก็ต่างแยกย้ายเข้าห้องพักของตัวเอง ซึ่งเมื่อกลับเข้ามาในห้อง วาก็รีบอาบน้ำ เขาตั้งใจจะรีบเข้านอนตั้งแต่หัวค่ำ เนื่องจากในวันพรุ่งนี้วาจะต้องตื่นมาเก็บสัมภาระ เคลียร์ข้าวของตัวเองตั้งแต่เช้าตรู่

         ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

         “ครับ แป๊บหนึ่งนะครับ” วาริชตะโกนบอกคนหน้าห้อง หลังเขาเพิ่งออกมาจากห้องน้ำและกำลังทาครีมอยู่นั้น เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้นพอดี

         ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

         “ครับ ๆ เสร็จแล้วครับคุณไฟ” วาตะโกนบอกอีกครั้ง พร้อมกับเร่งมือจัดการธุระตรงหน้า เพียงไม่ถึงนาทีวาก็ทาครีมเสร็จ เขารีบลุกขึ้นตั้งใจจะเดินไปเปิดประตูให้คุณไฟ เผื่ออีกฝ่ายมีธุระสำคัญจะคุยด้วย โดยวาไม่ลืมที่จะส่องตาแมวก่อน เพื่อเช็กความปลอดภัย แต่ทว่า...

         หน้าห้องของเขา กลับมีแต่ความว่างเปล่า

         เพียงแค่เห็นว่าหน้าห้องไม่มีใคร วาริชก็ถึงกับใจเสียทันที ขนของเขาลุกชันไปทั่วร่าง อาการกลัวผีเริ่มกำเริบขึ้นมาอีกครั้ง หัวใจเต้นถี่รัว วากลัวจนแทบไม่กล้าหายใจ

         เมื่อกี้เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นถึงสองครั้ง ซึ่งเพียงไม่ถึงนาทีวาก็ลุกขึ้นไปดูแล้ว มันจึงแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่คุณไฟจะเดินกลับห้องเร็วขนาดนั้น อีกทั้งวารู้จักนิสัยคุณเขาดี คุณไฟไม่ใช่คนนิสัยแบบนี้ ถ้าหากว่าวาไม่เปิดประตูให้ อีกฝ่ายก็จะเคาะจนกว่าเขาจะเปิด ไม่มีทางที่จะเดินกลับห้องไปแบบนี้แน่

         แม้ตอนนี้จะหวั่นใจค่อนไปทางกลัว แต่เรื่องนี้ต้องได้รับการพิสูจน์ เพราะถ้าไม่เช่นนั้น คืนนี้วาคงนอนไม่หลับแน่ เขาคงเอาแต่คิดว่าเสียงเคาะเมื่อครู่นี้เป็นคนหรือผี

         หลังคิดได้เช่นนั้น วาก็ไม่รอช้า เขารีบสวมสลิปเปอร์แล้วเดินไปเคาะห้องคุณไฟทันที วายืนรอคุณเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่คุณไฟจะเปิดประตูออกมาทั้ง ๆ ที่อีกฝ่ายกำลังสวมใส่ชุดคลุมอาบน้ำอยู่

         “มีอะไร?” คุณไฟถามเสียงห้วน

         “เมื่อกี้...คุณไฟได้มาเคาะห้องผมหรือเปล่าครับ” วาถามอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยสู้ดีเท่าไรนัก

         “ไม่ นายก็เห็นนี่ว่าฉันเพิ่งอาบน้ำเสร็จ”

         ชัดเลย… คุณไฟตอบแบบนี้ แสดงว่าวาเจอดีแล้วแน่ ๆ

         “งั้นคุณไฟรอผมก่อนนะครับ อย่าเพิ่งปิดประตูนะครับ!” เพียงแค่ได้ยินเช่นนั้น วาก็รีบละล่ำละลักบอกอีกคนทันที  ก่อนที่เขาจะรีบวิ่งกลับห้องตัวเอง เก็บเอาข้าวของจำเป็นบางส่วนออกมาด้วยความรวดเร็ว ซึ่งในระหว่างที่วากำลังเก็บของอยู่นั้น เขาก็รู้สึกไม่เหมือนเดิม… ไม่รู้ว่านั่นเป็นอาการหลอนไปเองหรือเปล่า แต่ที่แน่ ๆ วารู้สึกว่าเขากำลังถูกจ้องจากที่มุมใดมุมหนึ่งของห้อง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป