บทที่ 4 บท 1.3
“ซิปมันติด”
“…..”
“วา….วาริช”
“ครับ ๆ สักครู่นะครับ” เพราะถูกเรียกใช้งานกะทันหัน ทำให้วาริชที่กำลังง่วนอยู่กับการจัดเตรียมอาหารเที่ยงของคุณเขา ต้องรีบวางมือแล้วเดินไปยังโซนแต่งตัวของนักแสดงชายเพื่อดูซิปกางเกงให้คุณไฟ
“ดูเหมือนซิปจะติดผ้านะครับ” วาริชพึมพำพร้อมย่อตัวลงแล้วมองซิปเจ้าปัญหาอย่างพินิจพิจารณา ก่อนจะลองใช้มือทั้งสองข้างออกแรงรูดซิปขึ้นอย่างระมัดระวัง
“อา….ติดเยอะเสียด้วย” เขาพูดต่อ บทสนทนานี้มีเพียงแค่วาริชที่พูดเพียงลำพัง ส่วนคุณไฟก็ยืนกอดอกนิ่ง มองวาแก้ปัญหาอย่างเงียบ ๆ
เวลาที่คุณไฟยืนเฉย ปล่อยให้วาแก้ปัญหาเพียงลำพัง วาไม่ว่าอีกฝ่ายหรอก ไม่เคยคิดจะว่าด้วย เพราะนี่มันคือหน้าที่ของเขา วาต้องจัดการปัญหาทุกอย่างของคุณไฟ ทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวหากอีกฝ่ายต้องการ
เมื่อสิ้นเสียงวา…ความเงียบก็เข้าปกคลุมเราอย่างเต็มรูปแบบ มันกระอักกระอ่วนเสียจนวาอยากจะออกไปจากตรงนี้เร็ว ๆ เขาไม่ค่อยชอบยามที่ตัวเองต้องอยู่กับคุณไฟเพียงลำพัง เพราะมันทำให้วาหายใจไม่ทั่วท้อง ไม่รู้คุณไฟรู้สึกเหมือนกันไหม แต่ที่แน่ ๆ วาอึดอัด
ความไม่ชอบใจถูกเก็บไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย แม้จะไม่ชอบสักแค่ไหน แต่ถ้ายังอยากได้เงินอยู่ วาก็ต้องทน เขาเลี่ยงเรื่องนี้ไม่ได้หรอก
เนื่องจากซิปกินเนื้อผ้าไปค่อนข้างมาก ทำให้วาต้องออกแรงมากกว่าปกติ วาเคลื่อนใบหน้าเข้าใกล้….ตรวจดูชัด ๆ ว่ามันยังติดตรงไหน ก่อนที่เขาจะขบกรามแน่น กลั้นใจรวบรวมแรงทั้งหมดรูดซิปขึ้นในคราวเดียวพร้อมติดกระดุมกางเกงให้คุณไฟเสร็จสรรพ ทุกอย่างเกิดขึ้นเพียงอึดใจ มันไม่เกินความสามารถเขาหรอก
“ร—เรียบร้อยแล้วครับ” วาริชเอ่ยเสียงกระตุกกระตัก เขารีบลุกขึ้นยืนเต็มสูงแล้วรีบแหวกผ้ากั้นออกไปจากโซนแต่งตัวทันที
วันนี้คิวถ่ายละครของคุณไฟมีถึงเที่ยง เพราะอีกฝ่ายต้องการทานอาหารร่วมกับนักแสดงท่านอื่นในกอง วาจึงต้องจัดเตรียมอาหารไว้ให้คุณเขาด้วย
ช่วงนี้คุณไฟเน้นกินคลีน เพราะจะมีการเปิดกล้องถ่ายหนังในสามเดือนหน้าข้างหน้าจึงต้องมีการรักษาหุ่น อาหารที่กองถ่ายส่วนใหญ่จะเน้นทานง่าย ไม่ยุ่งยาก เพื่อไม่ให้เป็นปัญหา คุณไฟจึงได้ให้วาเตรียมอาหารเอาไว้ให้โดยเฉพาะ เพราะเขารู้ว่าอีกฝ่ายชอบอะไร ไม่ชอบอะไร
หลังเตรียมอาหารไว้ให้คุณไฟเรียบร้อยแล้ว วาจึงมายืนอยู่กับพี่ ๆ ทีมงานในกองถ่าย ส่วนคุณไฟก็กำลังซักซ้อมบทร่วมกับนักแสดงท่านอื่น ก่อนที่จะถ่ายจริง
วาคลุกตัวอยู่กับพี่ ๆ ทีมงานในกองถ่าย เผื่อจะช่วยเหลืออะไรได้บ้าง เขามีหน้าที่ดูแลคุณไฟก็จริง แต่ตอนนี้กำลังว่าง อันไหนที่ช่วยทีมงานได้ วาก็อยากทำดีกว่าปล่อยให้เวลาผ่านไปเฉย ๆ
การที่ได้เห็นฝีไม้ลายมือการแสดงของคุณไฟนี่คือที่สุดแล้ว ถึงจะไม่ชอบยามที่ต้องอยู่กับคุณไฟเพียงลำพัง แต่วากลับโปรดปรานการดูอีกฝ่ายแสดงละครเป็นที่สุด
คุณไฟเป็นคนเก่ง อีกฝ่ายเป็นนักแสดงคุณภาพ ทุกครั้งที่สวมบทบาทเป็นตัวละครนั้น ๆ คุณไฟสามารถถ่ายทอดความรู้สึกออกมาได้ดี ทำให้เชื่อว่าเจ้าตัวเป็นตัวละครนั้นจริง ๆ ขนาดวาที่เห็นนิสัยทั้งหน้ากล้องและหลังกล้องของอีกฝ่ายหมดแล้ว ยังแอบอินไปกับการแสดงของคุณไฟเลย
เพราะคุณภาพการแสดงที่เปี่ยมล้น นี่คงเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้คุณไฟมีชื่อเสียงจนกลายเป็นบุคคลแถวหน้าในวงการบันเทิง อีกฝ่ายเป็นนักแสดงที่มีคุณภาพจริง ๆ
โดยเฉลี่ยแล้วคุณไฟจะรับงานละคร ปีละสองเรื่อง ภาพยนตร์ปีละเรื่อง มีงานหนังและละครติดต่อเข้ามามากมาย แต่คุณไฟเลือกรับเฉพาะบางงานเท่านั้น อีกฝ่ายจะอ่านบทเองทุกเรื่อง อันไหนน่าสนใจ ท้าทายความสามารถถึงจะตอบรับ
คุณไฟไม่เคยเกี่ยงบทบาท ไม่เคยถือตัวว่าต้องรับบทพระเอกตลอดไป เมื่อไม่นานมานี้เพิ่งเป็นที่ฮือฮาในวงการ หลังพระเอกแถวหน้าเลือกรับบทตัวประกอบของภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง เพียงเพราะคิดว่ามันน่าสนใจ
ถึงแม้คุณไฟจะมีชื่อเสียงสักแค่ไหน แต่คุณไฟจะอ่านบทและเตรียมพร้อมตัวเองมาก่อนทุกครั้ง วาไม่เคยเห็นคุณเขามาอ่านบทหน้างาน น้อยครั้งมากที่ความผิดพลาดจะเกิดคุณไฟ วาริชคิดว่าคุณสมบัติข้อนี้แหละที่ทำให้อีกฝ่ายเป็นดั่งดวงดาวที่ไม่มีวันดับ
เมื่อนักแสดงซักซ้อมคิวกันเสร็จ การถ่ายทำจริงก็เริ่มต้นขึ้น วาจ้องคุณไฟผ่านจอมอนิเตอร์ตาไม่กะพริบ เขาเม้มปากแน่นเมื่อการแสดงตรงหน้ากำลังอยู่ในห้วงอารมณ์ตรึงเครียด
ฝีไม้ลายมือของคุณไฟเป็นดั่งศิลปะชิ้นเอกที่วาไม่อยากละสายตาออกเลยแม้แต่เสี้ยววิ วาดำดิ่งไปกับการแสดงของคุณไฟ อินไปกับตัวละครที่คุณเขาสวมบทบาท จนกระทั่งผู้กำกับสั่งคัตวาถึงได้สติ นาทีต่อมาคุณไฟก็หันมาสบตาวาด้วยความบังเอิญ เราสบตากันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่คุณเขาจะเลิกคิ้วสูงอย่างตั้งคำถาม
“มีอะไร?” คุณไฟไม่ได้เอ่ยออกเสียง อีกฝ่ายแค่ขยับปากเป็นคำพูด แต่วาอ่านมันออก เพียงเท่านั้นเขาก็รีบส่ายหน้าปฏิเสธ หลบตาแล้วเดินหนีตรงนั้น….จึงไม่ทันได้เห็นว่าพ่อนักแสดงแอบกระตุกยิ้มมุมปากตามหลัง
