บทที่ 6 บท 2.1

เสียงกดชัตเตอร์ของช่างภาพยังคงดังขึ้นอย่างไม่เคยว่างเว้น ตรงหน้าของวาริชคือคุณไฟที่อยู่ในชุดถ่ายแบบและอีกฝ่ายก็กำลังยืนโพสต์ท่าสู้กับแสงไฟและแสงแฟลชอย่างเป็นมืออาชีพ

นอกจากฝีมือการแสดงที่ไม่เป็นสองรองใครแล้ว เรื่องการสวมบทบาทเป็นนายแบบของคุณไฟก็เป็นที่เลื่องลื่อไม่แพ้กัน สายตาของคุณไฟราวกับสิ่งมหัศจรรย์ของโลก เพราะไม่ว่าจะงานแสดงหรือการถ่ายแบบ คุณไฟก็สามารถถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้ดีทั้งนั้น ขนาดวาริชที่ไม่ค่อยชอบหน้าคุณเขา ยังเผลอมองการทำงานของคุณไฟตาไม่กะพริบเลย

ในวันนี้คอนเซปต์การถ่ายแบบของคุณไฟมาในลุกส์ของฝรั่ง มีการใส่คอนแทคเลนส์และตกแต่งกระบริเวณข้างแก้ม เพิ่มการแต่งแต้มด้วยบลัชออนสีชมพูอ่อน ให้ความรู้สึกที่ดูน่ารักอย่างบอกไม่ถูก

คุณไฟในลุกส์นี้ดูน่ากลัวน้อยลง แม้ว่าความเป็นจริงมันจะไม่ใช่อย่างนั้นก็ตาม

“คุณไฟครับ! ก่อนจะไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเซ็ตถัดไป เดี๋ยวขอถ่ายวิดีโอเก็บไว้หน่อยนะครับ เพราะทางเราจะเอาไว้ใช้โปรโมตนิตยสารในเว็บ”

“ได้ครับ” เมื่อช่างภาพว่าเช่นนั้น คุณไฟก็ยืนประจำตำแหน่งเดิม รอให้ช่างไฟจัดแสงเสียใหม่เพื่อที่จะได้ถ่ายวิดีโอได้สวยขึ้น

พอแสงไฟถูกจัดใหม่และกล้องก็ถูกเปลี่ยนเลนส์เรียบร้อยแล้ว สายตาของคุณไฟที่มองผ่านเลนส์กล้องอีกครั้ง อาจเพราะอีกฝ่ายอยู่ในวงการบันเทิงมาหลายปี นั่นจึงทำให้วาไม่เคยเห็นท่าทีเหนียมอายของคุณไฟเลยสักครั้ง ทำงานอยู่กับคุณไฟมาหลายเดือน วาก็เห็นแต่ความมุ่งมั่นและตั้งใจของคุณเขาผ่านดวงตาคู่สวย

คุณไฟทำงานอย่างเป็นมืออาชีพและฉลาด อีกฝ่ายรู้ดีว่าจะต้องใช้สายตาแบบไหน รอยยิ้มแบบใด เจ้าตัวถึงจะดูดีที่สุด นั่นจึงทำให้การทำงานร่วมกับช่างภาพเป็นไปด้วยความลื่นไหล

ไม่ต้องให้ช่างภาพคอยกำกับให้มากความ คุณไฟก็เคลื่อนไหว ขยับตัวและส่งยิ้มให้กล้องอย่างรู้งาน รอยยิ้มที่ดูร้ายกาจ ดวงตาที่ดูเชิญชวนให้ตกหลุมรัก ล้วนแต่จะทำให้วารู้สึกใจเต้นแรงได้ทั้งนั้น เขาคลุกคลีอยู่กับคุณไฟมานานก็จริง แต่ไม่เคยชินกับการกระทำเหล่านี้เลยสักครั้ง

วาริชที่กำลังยืนอยู่หลังกล้องราคาแพง จ้องคุณไฟด้วยหัวใจที่เต้นแรง เขาพยายามเก็บอาการด้วยการยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น ทำเหมือนไม่ได้รู้สึกอะไร แต่เหมือนมันจะเก็บอาการไม่อยู่

บางทีวาอาจต้องรีบเดินออกจากตรงนี้ ไปให้พ้นจากสายตาของคุณเขา เผื่ออาการใจเต้นแรงที่ว่ามันจะได้หายไปเสียที…

ในเวลานี้คุณไฟกำลังจ้องเลนส์กล้องอยู่แท้ ๆ แต่ไม่รู้ทำไมวาถึงรู้สึกว่านอกพ่อนักแสดงจะกำลังจ้องเลนส์กล้องแล้ว อีกฝ่ายก็กำลังมองวาอยู่ด้วย อาจเพราะวายืนอยู่ในตำแหน่งที่ใกล้เคียงกล้อง มันจึงทำให้เขารู้สึกว่าเรากำลังสบตากัน

วาริชคิดเช่นนั้น…

“เย็นวันนี้คุณไฟจะทานข้าวข้างนอกหรือจะทำอาหารกินที่คอนโดดีครับ” ขณะที่กำลังช่วยคุณไฟเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมที่จะถ่ายงานเซ็ตต่อไป วาริชก็เอ่ยถามอีกคนอย่างเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเรายังไม่ได้คุยเรื่องนี้กัน

สาเหตุที่วาต้องรีบถามคุณไฟตั้งแต่เนิ่น ๆ ก็เพราะเขาว่าจะได้เตรียมการถูก หากวันนี้คุณไฟอยากเปลี่ยนบรรยากาศ ออกไปกินอาหารข้างนอกบ้าน วาก็จะรีบโทรไปจองโต๊ะอาหารร้านโปรดให้ไว้ เพราะมันคงไม่ดีแน่ หากคุณไฟจะโมโห เพียงเพราะความล่าช้าของเขา

“ทำอาหารกินที่คอนโดแล้วกัน” คุณไฟให้คำตอบและหลังจากนั้นภายในห้องแต่งตัวที่มีแค่เราก็ตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง

“ช่วงนี้ได้คุยกับคุณว่านบ้างไหม” ระหว่างที่วาริชกำลังผูกไทด์ให้ คุณไฟก็ถามขึ้น

“เราเพิ่งคุยกันไปเมื่อวันก่อนครับ”

“แล้วแม่คุณว่านเป็นไงบ้าง”

“คุณหมอเขาเพิ่งใส่เฝือกให้ คงต้องปรับตัวกับเฝือกอีกสักระยะครับ” หลังจากที่วาตอบไปเช่นนั้น คุณไฟก็พยักหน้ารับแล้วก็ไม่ได้ถามอะไรอีก

คุณไฟยังคงยืนนิ่งให้วาผูกไทด์ให้อยู่อย่างนั้น ก่อนที่คนตัวเล็กกว่าจะเผลอสะดุ้ง เมื่อจู่ ๆ นิ้วของพ่อนักแสดงก็สัมผัสเข้าที่แก้มของวาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

“อยู่นิ่ง ๆ” คุณไฟเอ่ยเสียงเข้ม หลังวาริชทำท่าจะขยับตัวออก นั่นจึงทำให้วาต้องยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น จนกระทั่งคุณเขาเป็นฝ่ายขยับนิ้วออกเสียเอง

“มันติดแก้ม” ว่าจบ คุณไฟก็โชว์เศษกากเพชรขนาดจิ๋วให้เขาดู เป็นการบอกกลาย ๆ ว่าอีกฝ่ายไม่ได้กลั้นแกล้งอะไร คุณเขาก็แค่หวังดีจะเอาเศษกากเพชรออกให้ก็เท่านั้นเอง

“ขอบคุณครับ” วาเอ่ยขอบคุณเสียงแผ่วและในจังหวะเดียวกัน เขาก็ผูกไทด์เสร็จพอดี “เสร็จแล้วนะครับ คุณไฟออกไปเซ็ตผมใหม่ได้เลย”

“ขอบคุณ”

“คุณไฟ ระวังครับ!” วาริชร้องเสียงหลงพร้อมคว้าแขนอีกฝ่ายไว้ทันควัน หลังจังหวะที่คุณไฟจะเดินออกจากห้องแต่งตัวไปก็เกิดอาการเสียหลักล้มใส่เขาจนได้

ลมหายใจที่ร้อนกรุ่นของคุณไฟรดรินที่ซอกคอวาอยู่ครู่หนึ่ง ริมฝีปากของคุณเขาเฉียดผิววาไปเพียงเล็กน้อย ก่อนที่วาริชจะเริ่มขยับตัวก่อนและนั่นก็ทำให้คุณไฟยอมผละออก

“ขอโทษ” หลังเรากลับมาเว้นระยะห่างกันอีกครั้ง คุณไฟก็เอ่ยขอโทษเสียงเรียบ

ตอนแรกก็คิดว่ามันเป็นอุบัติเหตุ แต่พอวาริชได้จ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย ได้เห็นสายตาและท่าทีของคุณไฟที่ดูไม่ได้ตื่นตระหนกอะไร มิหนำซ้ำพ่อนักแสดงยังยกยิ้มที่มุมปากจาง ๆ นั่นจึงทำให้วาเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าเมื่อกี้ใช่อุบัติเหตุจริง ๆ หรือเปล่า

แม้ภายหลังจะเริ่มมั่นใจเกินครึ่งแล้วว่าตัวเองถูกแกล้ง แต่วาก็ไม่สามารถทำอะไรได้ นอกจากการบอกว่า…

“ไม่เป็นไรครับ”

“…..”

“เซ็ตนี้เป็นเซ็ตสุดท้าย งั้นผมไปเก็บของเลยนะครับ คุณไฟถ่ายงานเสร็จเมื่อไรเราจะได้รีบออกจากที่นี่” วาริชเปลี่ยนเรื่อง เขาแสร้งทำเป็นไม่รู้สึกอะไรกับเหตุการณ์เมื่อครู่

“…ก็ดี” คุณไฟพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย ก่อนจะเดินผ่านวาริชไป ทิ้งให้วายืนอยู่ในห้องแต่งตัวเพียงลำพังพร้อมกับความรู้สึกบางอย่างที่ไม่ค่อยดี

บทก่อนหน้า
บทถัดไป