บทที่ 7 หน้าที่ใหม่
“โชคดีที่ทีมงานบริหารของโรงแรมมืออาชีพจึงทำให้ทุกแผนกทุกฝ่ายประสานงานกันได้ดีหากคนในองค์กรไม่สามัคคีกันงานมันก็ไม่ออกมาดีขนาดนี้อีกอย่างอัตราจ้างงานของโรงแรมเราสูงกว่าที่อื่นจึงทำให้พนักงานทุกคนพอใจกับเงินเดือนและโบนัสที่ได้รับด้วย นี่แหละสำคัญที่สุด” ครูสรู้ว่าสวัสดิการของโรงแรมก็ดีมากดูแลพนักงานเหมือนคนครอบครัวจึงทำให้ทุกคนได้ทำงานที่นี่ได้นานและไม่อยากเสียงานนี้ไป
“มีปัญหาอะไรหรือเปล่า” เดม่อนอาบน้ำเสร็จใส่แต่เสื้อคลุมเดินออกมาพร้อมกับผ้าขนหนูผืนเล็กในมือขยี้ผมสีทองเข้มนุ่มจนหัวฟูชี้โด่ชี้เด่ทำให้ใบหน้าหล่ออ่อนกว่าวัยไม่แปลกใจเลยว่าทำไมสาวๆถึงอยากใกล้ชิด
“ไม่มีครับ ว่าแต่คุณเดฟจะไปคุยที่บ้านคุณตาหรือที่นี่ครับ” อีธานถามเจ้านายเพราะเดม่อนจะไม่เปิดเผยตัวว่าเขาเป็นเจ้าของโรงแรมและไม่มีใครเคยเห็นภาพของคุณภูผา วิวัฒน์ภักดี ที่เป็นผู้บริหารสูงสุดของโรงแรมต่อจากคุณอนลเจ้าของเดิมและให้คุณไอราผู้มีศักดิ์เป็นป้าเป็นผู้ดูแลบริหารแทนส่วนเดม่อนจะเข้ามาตรวจดูเป็นระยะทำเอาพนักงานลุ้นกันทุกครั้งว่าคนไหนคือ คุณภูผา วิวัฒน์ภักดี
“ไปคุยที่บ้านคุณตาดีกว่า ฉันจะได้คุยกับนายเดชเรื่องงานของเขาด้วย อ้อ โทรบอกป้าไอด้วยว่าฉันจะไปกินอาหารเช้าที่บ้านคุณตา” ชายหนุ่มตอบลูกน้องก่อนจะเดินเข้าไปในห้องเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วไปรับประทานอาหารเช้ากับคุณตา
“คุณเดฟเรียกคุณเดชเดี๋ยวเธอก็แว้ดใส่หรอกครับ หึหึๆ..” ครูสแซวเจ้านายที่ถูกน้องชายแว้ดใส่เมื่อเรียกว่าเดชจนหูแทบแตกแล้วก็ขำ
“เออ ต่อไปถ้าฉันลืมพวกนายก็เตือนด้วยละกัน ตระกูลฉันจะกุดเพราะนายเดช อ้อ นายวีวี่นี่แหละ”
คนสนิททั้งสองขำเจ้านายเมื่อพูดถึงน้องชายหรือลูกพี่ลูกน้องที่เปลี่ยนใจจากชายมาเป็นหญิง วีรเดชเป็นเกย์ควีนไม่ได้แต่งหญิงไว้ผมยาวและเขาก็เป็นชายหนุ่มหล่อมากคนหนึ่งจะมีคนสนิทใกล้ชิดเท่านั้นที่รู้ว่าเขาเป็นเกย์
เมื่อเดม่อนแต่งตัวเสร็จก็เดินออกมาจากห้องแล้วลูกน้องทั้งสองก็ลุกขึ้นเดินตามเจ้านายลงลิฟต์ไปชั้นล่างขึ้นรถตู้คันใหญ่หรูหราสำหรับแขกวีไอพีไปที่บ้านคุณตาทั้งที่ห่างกันแค่สองร้อยเมตรรั้วติดกับโรงแรมแต่เขาเลือกใช้รถเพราะไม่อยากให้ใครรู้
“นี่หนูลินเห็นแขกวีไอพีแล้วหรือยัง” พิมพ์ชนกพนักงานต้อนรับสาวรุ่นพี่เพื่อนร่วมงานของบุลินกระซิบถามและบุ้ยปากไปทางหน้าเคาน์เตอร์ที่สามหนุ่มฝรั่งรูปหล่อเดินผ่านไปแต่เห็นแค่เสี้ยวหน้าของเขาเท่านั้น
“ยังเลยค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะพี่นก” บุลินมองตามแล้วถามเพื่อนรุ่นพี่ บุลินเริ่มงานเมื่อวันที่หนึ่งกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาและตอนนี้เธอก็ทำงานได้เกือบสามเดือนและกำลังจะผ่านโปร
“ก็มารอบนี้ไม่เห็นพาสาวสวยมาด้วยน่ะสิ ปกติควงมาแต่ละคนไม่ซ้ำหน้าเลยนะ” พิมพ์ชนกกระซิบบอกเพราะไม่สามารถคุยเสียงดังให้คนอื่นได้ยินได้เพราะถือว่าเป็นการนินทาแขกแต่เธอกล้าพูดกับบุลินเพราะหญิงสาวสนใจแต่งานไม่เคยบ่นอีกอย่างเธอทำงานที่นี่มาสองปีแล้วส่วนบุลินมาฝึกงานช่วงหนึ่งพอเรียนจบก็มาทำงานที่นี่และเพิ่งจะเริ่มงานได้เกือบสามเดือนแล้ว
“เขามาบ่อยเหรอคะพี่นก แต่ลินว่าเขาเหมือนมาเฟียเลยนะมีคนติดตาด้วยน่ะ” บุลินถามรุ่นพี่เบาๆเพราะเธอมองตามฝรั่งหนุ่มรูปหล่อขนาดเห็นแค่ด้านข้างเธอยังคิดในใจว่าหล่อโฮกๆเหมือนที่วีรเดชเพื่อนของเธอพูดถึงหนุ่มหล่อน่ากินน่ายกซดโฮกๆก็เลยเหลือแค่หล่อโฮกๆและในกลุ่มเพื่อนจะรู้กันหากพูดว่า หล่อโฮกๆ นั้นหมายความว่าอย่างไร
“มาบ่อยรู้สึกว่าสามเดือนครั้งนี่แหละแต่มาทีนะ แต่สาวสวยที่มาด้วยไม่ไฮโซก็นางแบบเลยนะหนูลิน แต่ทำไมครั้งนี้มาเดี่ยวนะ หรือมาหาเอาแถวนี้ ไม่ได้การแล้วเราต้องแต่งสวยเข้าไว้นะหนูลินเผื่อเข้าตาหนุ่มหล่อจะได้สามีเป็นเศรษฐีกับเขาบ้าง คิกคิกๆ..” พิมพ์ชนกพูดแล้วหัวเราะคิกคักแต่เห็นมีนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่เดินเข้ามาเธอก็เปลี่ยนท่าทีอย่างรวดเร็วเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ที่เข้ามาเช็คอิน
“สวัสดีค่ะ ภูผาวิลล่า แอนด์ รีสอร์ท ยินดีต้อนรับค่ะ” บุลินลุกขึ้นยกมือไหว้นักท่องเที่ยวชายหญิงทั้งกลุ่มพร้อมกับพิมพ์ชนกและถามเป็นภาษาอังกฤษจากนั้นก็สอบถามเรื่องการจองห้องพักของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้และขอเอกสารการจองห้องพักและจัดการเรื่องห้องพักให้เรียบร้อยก็เรียกพนักงานยกระเป๋ามาพานักท่องเที่ยวทั้งหมดไปส่งที่ห้องพัก
“เดี๋ยวเราค่อยมาเมาท์กันนะหนูลิน” พิมพ์ชนกกระซิบเมื่อเห็นผู้จัดการเดินมาหาพวกเธอที่เคาน์เตอร์ด้วยใบหน้าเรียบเฉยแล้วก็ทำหน้าที่ของตัวเอง
“บุลินเลิกงานแล้วไปหาฉันที่ห้องด้วยนะ” รจนาผู้จัดการแผนกต้อนรับบอกบุลินที่ยิ้มแย้มแจ่มใสต้อนรับแขกของโรงแรม
“ค่ะผู้จัดการ” บุลินตอบรับผู้จัดการแผนกที่เดินมาบอกแล้วก็เดินกลับไปทางเดิมเพื่อตรวจดูในจุดที่เธอรับผิดชอบ
“ผู้จัดการเรียกหนูลินไปพบเรื่องอะไรนะ” พิมพ์ชนกถามเพื่อนร่วมงานที่ถูกผู้จัดการเรียกไปพบหลังเลิกงาน
“ลินก็ไม่รู้เหมือนกันจ้ะ” บุลินตอบแล้วแขกของโรงแรมก็ทยอยเข้ามาเช็คอินเช็คเอาท์สอบถามกันไม่ขาดสายทำให้สองสาวไม่ได้คุยกันอีกจนใกล้เลิกงาน
“หนูลินไปหาของกินอร่อยที่ตลาดกันมั้ย” พิมพ์ชนกชวนบุลินไปตลาดที่มีของกินมากมายและราคาไม่แพงยิ่งอาหารทะเลสดๆที่ขึ้นมาจากทะเลจะมีราคาแพงหน่อยแต่ก็ถือว่ายังถูกว่าตลาดใหญ่ในเมืองเพราะที่นี่ชาวบ้านจะนำมาขายเองไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง
“ลินขอตัวนะคะพี่นก ต้องไปพบผู้จัดการก่อนค่ะ”
“อ้อใช่ๆพี่ลืมไปงั้นไปพรุ่งนี้ก็ได้ พี่ไปก่อนนะ” พิมพ์ชนกบอกเพื่อนร่วมงานก่อนจะไปตอกบัตรพนักงานแล้วไปตลาดก่อนกลับที่พักของพนักงานที่อยู่ด้านในสุดแบ่งเขตรั้วแยกออกจากโรงแรมเป็นตึกสูงสี่ชั้นมีห้องพักเพียงพอสำหรับพนักงานตั้งแต่ระดับล่างสุดจนถึงสูงสุดที่จะแยกฝั่งผู้บริหารต่างหาก
“สวัสดีค่ะพี่นก” บุลินยกมือไหว้รุ่นพี่ที่ใจดีและสอนงานให้ถึงแม้เธอจะพูดได้หลายภาษาแต่แขกบางคนเรื่องเยอะต้องการโน่นนี่นั่นบางอย่างก็มากเกินไปเธอต้องพูดยังไงให้แขกพอใจและรับในบริการของโรงแรมตามที่จองไว้แต่บางคนยอมจ่ายเพิ่มเพื่อได้สิ่งที่ต้องการ พิมพ์ชนกบอกเธอว่าแขกบากคนก็ถูกใจพนักงานแล้วขอซื้อชั่วโมงก็มีแต่พนักงานที่นี่ไม่มีบริการแบบนั้นบางคนก็เข้าใจบางคนก็ไม่เข้าใจจึงต้องให้ผู้จัดการเข้ามาช่วย บุลินแยกจากพิมพ์ชนกก็เดินไปที่ห้องทำงานของผู้จัดการฝ่ายต้อนรับที่ให้เธอมาหาตอนหลังเลิกงาน
“ก๊อก ก๊อก”
“เข้ามา” เสียงรจนาอนุญาตดังขึ้นบุลินก็เปิดประตูเข้าไป
“พี่รจเรียกลินมามีอะไรหรือเปล่าคะ” บุลินยืนกุมมือหน้าโต้ะทำงานของผู้จัดการที่ขึ้นชื่อว่าดุแต่ก็ใจดีบ้างเป็นบางครั้ง
“นั่งลงก่อนสิหนูลิน ดูทำท่าเข้าสิพี่แค่เรียกมาคุยเฉยๆจะกลัวทำไม” รจนาพูดแล้วยิ้มให้สาวสวยที่เจ้านายฝากให้ช่วยดูเพราะเป็นหลานท่านแต่ให้เป็นไปตามมาตรฐานตามกฎระเบียบของโรงแรม
“ขอบคุณค่ะ” บุลินนั่งลงเก้าอี้หน้าโต้ทำงานขอผู้จัดการแผนกต้อนรับและรอฟังว่าเธอจะพูดอะไร
“ที่พี่เรียกหนูลินมาก็เพื่อจะให้รับผิดชอบลูกค้าวีไอพีเพราะหนูลินพูดได้หลายภาษา”
“แต่ว่าลินกลัวทำไม่ได้ค่ะ”
“หมั่นใจหน่อยสิหนูลิน พี่ยังดูออกว่าหนูลินจะทำได้ไม่งั้นพี่ไม่เลือกเราหรอก”
