บทที่ 2 2
“ภาคขา คุณพ่อคุณแม่ท่านใจดีหรือเปล่าคะ” มาริษาเอ่ยถามคนรัก ในขณะที่นั่งรถมาที่คฤหาสน์เศรษฐรัตนกรณ์
“ใจดีมากถึงมากที่สุดครับ คุณไม่ต้องกังวลไปนะ” ชายหนุ่มเอื้อมมือสาวคนรักขึ้นมาจุมพิตเบาๆ พร้อมส่งยิ้มที่อบอุ่นให้
“หวังว่าท่านคงไม่รังเกียจผู้หญิงที่มีแต่ตัวอย่างษานะคะ” หญิงสาวกล่าวเสียงแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ ทำเอาภาคภูมิเกิดความรู้สึกสงสารสาวคนรักจับใจ
“คุณอย่าเพิ่งกังวลสิครับที่รัก ผมเชื่อว่าพวกท่านเห็นคุณแล้วจะหลงรักคุณอย่างถอนตัวไม่ขึ้น” เขาจับไหล่บางทั้งสองข้างของหญิงคนรักให้หันเข้าหาลำตัวพร้อมกับพูดให้กำลังใจเธอ
“ค่ะภาค ษาก็หวังว่าจะไม่มีอะไรมาพรากความรักของเราไปได้ บอกตรงๆ ว่าษากลัว กลัวจะเสียคุณไป” สองแขนเรียวเล็กขยับเข้าโอบร่างใหญ่ไว้อย่างหวงแหน
“ไม่ต้องกลัวนะครับคนดี จะไม่มีใครมาพรากผมไปจากคุณได้ษา ผมสัญญา”
เมื่อรถแล่นเข้ามาจอดภายในคฤหาสน์เศรษฐรัตนกรณ์ ภาคภูมิจึงละสายตาจากคนในอ้อมกอด มองไปรอบๆ คฤหาสน์ด้วยความแปลกใจ ที่มีรถคันหรูเรียงรายจอดอยู่
“เอ๊ะ! วันนี้ที่บ้านเขามีงานอะไรกันสมชาย” ภาคภูมิเอ่ยถามคนขับรถ ทำให้คนถูกถามสะดุ้งโหยง กลืนไม่เข้าคายไม่ออก
“เอ่อ...คือว่า...” สมชายไม่รู้ว่าควรจะตอบคำถามนายน้อยของตนว่าอย่างไรดี
“หรือที่บ้านคุณจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับการกลับมาของคุณกันคะที่รัก” มาริษารีบเดินตามชายคนรักลงจากรถ พลางกวาดสายตามองไปรอบๆ คฤหาสน์หรูด้วยแววตาที่เป็นประกาย เธอคิดไม่ผิดจริงๆ ที่เลือกภาคภูมิแทนที่จะเลือกทายาทตัวปลอมอย่าง ภัคพงศ์
“งั้นเราเข้าไปดูให้แน่ใจดีกว่าษา” ร่างเพรียวตั้งใจหันไปโอบไหล่คนรัก แต่ทว่าเสียงที่คุ้นหูมาตั้งแต่เด็กก็ดังขึ้นเสียก่อน
“อ้าวมาแล้วเหรอตาภาค” คุณหญิงจิตสุภาจ้องมองไปยังหญิงสาวข้างกายบุตรชายคนเล็กตาเขม็ง
“คุณแม่” ภาคภูมิรีบสาวเท้าพร้อมรอยยิ้มที่เปิดกว้างโผเข้ากอดร่างเล็กของมารดาด้วยความคิดถึง
“แม่ดีใจที่ลูกกลับมา” สองแม่ลูกมัวแต่ทักทายกันจนลืมบุคคลรอบข้างไปชั่วขณะ
“ษามานี่หน่อยครับ” ภาคภูมิหันไปส่งยิ้มให้กับคนรัก และยื่นมือไปกุมมือเล็กของเธอไว้แน่น
“คุณแม่ครับ นี่มาริษาคน...” ยังไม่ทันที่ภาคภูมิจะแนะนำคนรักให้ทุกคนได้รู้จัก คุณหญิงจิตสุภาก็พูดตัดบทขึ้นมา เพราะนางรู้ดีว่าหญิงสาวที่บุตรชายหอบหิ้วมาจากอังกฤษนั้นเป็นใคร
“ตาภัค พาน้องชายเราขึ้นไปแต่งตัว เดี๋ยวแม่ตามขึ้นไป” คุณหญิงจิตสุภาหันมาพูดกับบุตรบุญธรรมเสียงเรียบ
“ครับคุณแม่” ภัคพงศ์เหลือบตาไปมองผู้หญิงที่น้องชายพามาด้วยแววตาเย็นชา แต่เพียงชั่วแวบหนึ่ง จากนั้นพยายามปรับให้เป็นปกติที่สุด ก่อนเดินเข้าไปดึงตัวน้องชายพาไปด้านหลังของคฤหาสน์ตามคำสั่งของแม่บุญธรรม
“เดี๋ยวก่อนครับพี่ภัค ผมยังพูดไม่จบ” ภาคภูมิขืนตัวไว้สุดแรง
“ขึ้นไปแต่งตัวตาภาค แล้วค่อยคุยกันหลังงานจบ เรื่องของมาริษาไม่ต้องเป็นห่วง เดี๋ยวแม่จะดูแลให้เป็นอย่างดีเชียว” นางหันมากล่าวเสียงเย็นใส่บุตรชายคนเล็กด้วยความหมั่นไส้
“ขอบคุณครับคุณแม่ เดี๋ยวเจอกันนะษา” ภาคภูมิส่งยิ้มอันอบอุ่นให้กับแฟนสาว ก่อนจะเดินตามพี่ชายไปอย่างว่าง่าย โดยไม่รู้ว่าหลังจากที่เขาเดินหายเข้าไปในคฤหาสน์แล้ว จะเกิดอะไรขึ้นกับแฟนสาวบ้าง
“ตามฉันมานี่สิ” คุณหญิงจิตสุภาปรายตามองเด็กสาวที่บุตรชายหอบหิ้วมาด้วยจากต่างประเทศด้วยสายตาดูถูกดูแคลน
“เอ่อ...คุณหญิงครับ พวกกระเป๋าเดินทางจะให้ยกขึ้นไปทั้งหมดเลยมั้ยครับ” สมชายคนขับรถเข้ามาถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ
“ของคุณภาคยกขึ้นไปเก็บไว้ที่ห้องนอน ส่วนกระเป๋าผู้หญิงคนนี้ ทิ้งไว้ที่รถนั่นแหละ ตามฉันมาสิเธอ ยืนเซ่ออยู่ทำไม” คุณหญิงจิตสุภาหันไปตวาดใส่มาริษา ด้วยชิงชังในตัวเด็กสาวเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
“ค่ะคุณแม่” เรียวปากอิ่มข่มความไม่พอใจในตัวมารดาของคนรักไว้สุดกลั้น รีบสาวเท้าเดินตามหลังนางเข้าไปอย่างสงบเสงี่ยม สายตาเหยี่ยวแอบสำรวจไปรอบๆ คฤหาสน์หลังงามด้วยความพึงพอใจ
“นั่งสิ เรามีเรื่องต้องตกลงกัน” คุณหญิงจิตสุภากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ค่ะ” มาริษาเลื่อนเก้าอี้ลงนั่งตามคำสั่ง
“ไม่ทราบว่าคุณแม่มีอะไรจะพูดกับษาเหรอคะ” หญิงสาวเรียกมารดาคนรักอย่างสนิทปาก เพราะคิดว่าอีกไม่นานเธอจะมาเป็นสะใภ้ของที่นี่
“คุณหญิง เรียกฉันว่าคุณหญิงจะดีกว่านะมาริษา” คุณหญิงจิตสุภาจ้องมองสำรวจใบหน้าเด็กสาวอยู่พักใหญ่ ก่อนจะพูดเข้าประเด็นสำคัญออกมา
“ฉันต้องการคุยกับเธอเรื่องของตาภาค นี่อ่านซะ แล้วเธอจะเข้าใจทุกอย่าง” นางวางการ์ดสีชมพูลงตรงหน้าเด็กสาว
“อะไรคะ” เรียวคิ้วสวยขมวดมุ่น ริมฝีปากอวบอิ่มขยับขึ้นเอ่ยปากถามด้วยความสงสัย ก่อนจะหยิบการ์ดตรงหน้าขึ้นมาเปิดอ่าน แค่นั้นนัยน์ตาหวานถึงกับฉายแววความแข็งกร้าวขึ้นมาทันทีทันใด
“นี่มันอะไรกันคุณหญิง ภาคต้องไม่รู้เรื่องนี้แน่ๆ” มาริษากล่าวเสียงแข็งใส่มารดาของคนรัก ด้วยอารมณ์กรุ่นโกรธพลุ่งพล่านแล่นขึ้นมาเป็นริ้ว และเธอเชื่อมั่นร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าภาคภูมิคงไม่ได้รับรู้เรื่องบัดซบครั้งนี้เป็นแน่
“นี่! มาริษา อย่ามาก้าวร้าวกับฉันนะ ฉันไม่ใช่เพื่อนเล่นเธอและก็นั่งลงด้วย ใครใช้ให้มายืนค้ำหัวผู้ใหญ่แบบนี้ เธอนี่มันจริงๆ เลย ไม่รู้ตาภาคคว้ามาได้ยังไงกัน” คุณหญิงจิตสุภาตอกกลับอย่างไม่ไว้หน้า แต่ยังไม่ทันที่มาริษาจะตอบโต้กลับ เสียงเคาะประตูที่หน้าห้องทำงานก็ดังขึ้นเสียก่อน
“เชิญ” เมื่อเจ้าของห้องเอ่ยอนุญาต ประตูบานใหญ่ก็ถูกผลักเข้ามาพร้อมร่างท้วมของคนสนิท
“มีอะไรนม” คุณหญิงจิตสุภาเอ่ยถามคนสนิทด้วยความสงสัย
