บทที่ 5 5

“เด็กดื้อ ปากแข็งจริงๆ มาครับพี่จะเช็ดน้ำตาให้” นักธุรกิจหนุ่มล้วงผ้าเช็ดหน้าสีชมพูหวานแหววขึ้นมาเช็ดคราบน้ำตาให้เธออย่างอ่อนโยน

“ขอบคุณค่ะพี่ภัค เอ๊ะ! ผ้าเช็ดหน้าผืนนี้” เรียวคิ้วสวยขมวดมุ่น มองผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กในมือชายหนุ่มด้วยความแปลกใจ

“ที่น้องดาให้พี่เป็นของขวัญวันเกิดเมื่อปีที่แล้วไงครับ” ชายหนุ่มคลี่ยิ้มหวานให้กับสาวน้อยตรงหน้าด้วยความเอ็นดู

“ดาดีใจที่พี่ภัคเอามันมาใช้” หญิงสาวฉีกยิ้มหวานทั้งคราบน้ำตาด้วยความดีใจที่เห็นเขายังเก็บมันไว้อยู่

“ของทุกชิ้นที่น้องดาให้ พี่เก็บไว้เป็นอย่างดี”

“อะแฮ่ม!” เสียงกระแอมดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้ทั้งคู่ต้องหันขวับไปมอง เห็นภาคภูมิยืนทำหน้าถมึงทึงราวกับโกรธใครมาสักสิบชาติ

“ขอโทษครับพี่ภัคที่เข้ามาขัดจังหวะ คุณแม่ให้ผมมาตามคู่หมั้นของผมออกไปส่งแขก” สิ้นคำพูด ภาคภูมิก็เดินเข้ามากระชากแขนเรียว ดึงเธอให้ตามออกไปด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว นึกโมโหคู่หมั้นตัวดี เมื่อกี้อยู่กับเขายังร้องห่มร้องไห้จะเป็นจะตายอยู่เลย ดูตอนนี้สิ หัวเราะร่วนกับพี่ชายเขาหน้าตาเฉย ผู้หญิงคนนี้เชื่อไม่ได้จริงๆ ภาคภูมิแอบค่อนขอดคู่หมั้นสาวอยู่ในใจ

ภาคภูมิอดรนทนรอกลับพร้อมบิดามารดาไม่ไหว จนต้องแอบหนีออกทางประตูด้านหลังของบ้านอธินโย โบกเรียกแท็กซี่กลับคฤหาสน์เศรษฐรัตนกรณ์เพราะความเป็นห่วงมาริษา

“ถึงแล้วครับคุณ” แท็กซี่เคลื่อนรถเข้ามาจอดตรงหน้าประตูใหญ่ของคฤหาสน์หรู

“เอ่อ...เดี๋ยวลุงจอดรอผมแป๊บหนึ่งนะครับ” ชายหนุ่มล้วงกระเป๋ากางเกงหาเศษสตางค์ แต่กลับไม่มีอะไรหลงเหลืออยู่ เพราะถูกมารดายึดไว้ทุกอย่าง ภาคภูมิเข้าไปบอกยามที่เฝ้าหน้าประตูใหญ่ ให้ช่วยไปจ่ายค่าแท็กซี่ให้แทนก่อน จากนั้นก็รีบเร่งสาวเท้ายาวๆ เดินเข้าไปภายในบ้านอย่างรวดเร็ว

“นมครับนม” ภาคภูมิตะโกนเรียกแม่นมของตนดังลั่นคฤหาสน์

“ขา มีอะไรคะคุณหนู” แม่นมร่างท้วมเดินออกจากห้องครัวด้วยหน้าตาตื่นตระหนก

“ษาล่ะครับนม เธออยู่ที่ไหน” ชายหนุ่มเข้ามาเขย่าแขนอวบๆ เอ่ยถามนางด้วยน้ำเสียงที่ร้อนรน แสดงผ่านออกมาทั้งสีหน้าและแววตา

“ษาไหนคะคุณหนู นมไม่รู้จัก” หญิงวัยกลางคนส่ายหน้า เพราะไม่รู้จักบุคคลที่กล่าวถึงจริงๆ

“ผู้หญิงสวยๆ ใส่ชุดดำ”

“อ๋อ...นึกว่าใคร เธออยู่ที่ห้องทำงานค่ะ” สิ้นคำพูดแม่นมเท่านั้น ชายหนุ่มก็สาวเท้ายาวๆ ไปที่ปลีกด้านซ้ายมือของตึกอย่างรวดเร็ว

“เดี๋ยวค่ะคุณหนู” แม่นมสายใจวิ่งกระหืดกระหอบตามคุณหนูของนางไปที่หน้าห้องทำงาน

“มีอะไรอีกล่ะครับนม” ชายหนุ่มหันมาพูดด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างหงุดหงิด

“เอ่อ...คุณหญิงห้ามให้ใครเข้าไปในห้องทำงาน จนกว่าจะมีคำสั่ง” นางพูดด้วยเสียงกระท่อนกระแท่น เมื่อเห็นนายน้อยเริ่มอารมณ์เสีย เสียงพูดคุยกันของทั้งคู่ดังเล็ดลอดผ่านช่องลมเข้าไป ทำให้คนถูกขังรีบเคาะประตูเรียกด้วยความดีใจ

“ภาค นั่นคุณใช่มั้ย ช่วยษาด้วย ฮือๆ” มาริษาทุบประตูห้องทำงานดังปัง พร้อมร้องไห้สะอึกสะอื้นออกมา

“ที่รักรอแป๊บหนึ่งนะ ผมจะไปหากุญแจมาไขประตูให้” ภาคภูมิตะโกนบอกคนรัก

“นมครับ พอจะมีกุญแจสำรองห้องนี้มั้ยครับ”

“ไม่มีหรอกค่ะคุณหนู ปกติห้องนี้ไม่เคยล็อกไว้ กุญแจน่าจะอยู่กับคุณหญิงทั้งหมดค่ะ” แม่นมส่ายหน้าไปมา แต่ภาคภูมิยังไม่สิ้นหวัง

“เดี๋ยวผมจะลองไปหากุญแจสำรองที่ห้องคุณแม่ดู เผื่อท่านจะเก็บไว้” ชายหนุ่มรีบก้าวเท้าขึ้นไปที่ห้องนอนใหญ่ของบิดามารดา ค้นหาอยู่พักใหญ่แต่ก็ไม่เจอ

“ตาภาค นั่นแกคิดจะทำอะไร” เสียงเข้มของคุณหญิง      จิตสุภาดังขึ้นจากเบื้องหลังของชายหนุ่ม ทำให้เจ้าของชื่อถึงกับสะดุ้งตัวโหยง

“เอ่อ...ผมขอโทษครับคุณแม่ที่ผมเข้ามาค้นของโดยไม่ได้ขออนุญาตคุณแม่ก่อน ผมเพียงแต่มาหากุญแจสำรองห้องทำงานเท่านั้นเอง” ภาคภูมิรู้ดีว่ามารดาไม่ปลื้มนัก ที่เห็นเขาเข้ามารื้อค้นห้องของท่านโดยไม่ได้รับอนุญาต นั่นถือว่าเป็นการเสียมารยาทเป็นอย่างมาก

“ฮึ! ห่วงกันซะเหลือเกินนะตาภาค” นางปรายตามองบุตรชายอย่างไม่ชอบใจนัก สงสัยจะหลงแม่ผู้หญิงคนนี้เอามากจริงๆ

“เอ่อ...เธอคงตกใจที่ถูกคุณแม่ขังไว้แบบนั้น” ชายหนุ่มแก้ตัวด้วยน้ำเสียงอ่อยๆ

“ยังไม่ทันไร ร้อนตัวแทนกันเชียวนะ ไม่ต้องห่วงหรอกตอนนี้แม่ผู้หญิงคนนั้นนั่งคุยกับพ่อแกอยู่ที่ห้องรับแขก” คุณหญิงจิตสุภาอดที่จะค่อนขอดบุตรชายไม่ได้

“งั้นผมขอตัวลงไปข้างล่างก่อนนะครับ” ภาคภูมิพูดตัดบท แต่ทว่าไม่ทันที่ชายหนุ่มจะก้าวขาพ้นประตู เจ้าชีวิตกล่าวข่มขู่ตามหลังออกไป

“และอย่าได้คิดที่จะถอนหมั้น หรือไปต่อว่าหนูดาอย่างเด็ดขาด งั้นเราได้เห็นดีกัน”

“ครับ” ชายหนุ่มข่มความไม่พอใจต่อกรรดาภรณ์ไว้ภายในใจ

“น้องเป็นเด็กดีแล้วก็น่ารัก ศึกษานิสัยใจคอกันไปก่อน แม่เชื่อว่าภาคต้องหลงรักน้องเอง” นางกล่าวถึงว่าที่ลูกสะใภ้ด้วยความชื่นชม โดยไม่ได้สังเกตว่าบุตรชายขมุบขมิบปากตาม รู้สึกหมั่นไส้กรรดาภรณ์เพิ่มเป็นทวีคูณ

“คุณแม่มีอะไรจะพูดอีกมั้ยครับ ถ้าไม่มีผมขอตัว”

“ไปจัดการพาผู้หญิงคนนั้นออกจากบ้านเราไปซะ แม่ไม่อยากให้ทางบ้านหนูดารู้ ว่าเราพาผู้หญิงที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้าเข้ามาในบ้าน”

“อะไรๆ ก็หนูดา ผมหรือว่ายัยเด็กนั่นกันแน่ที่เป็นลูกคุณแม่ครับ” ชายหนุ่มกล่าวออกมาราวตัดพ้อ ท่านคงไม่รู้สินะ ว่าผู้หญิงที่ท่านชื่นชมหนักหนาร้ายกาจขนาดไหน

“แม่หวังดีกับแกนะตาภาค แม่อยากให้แกมีคู่ครองที่ดี และเหมาะสมกับแก”

“ครับ ผมทราบว่าคุณแม่หวังดี แต่คุณแม่ควรเปิดโอกาสให้ษาเขาได้พิสูจน์ตัวเอง ว่าเขาคู่ควรกับผมมากกว่าเด็กนั่นเสียอีก” ชายหนุ่มพูดกระเทียบเปรียบเปรยถึงคู่หมั้นตัวดี

“งั้นแกบอกแม่สิ ว่าแม่คนรักของแกทำงานอะไร”

“เอ่อ...ช่วงนี้ษาเขาตกงานอยู่ครับ ผมว่าจะฝากษาเข้าไปทำงานที่บริษัทของเรา”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป