บทที่ 7 7

“เอ่อ...พอดีพี่ภาคเขาเพิ่งเดินทางกลับมาจากต่างประเทศเมื่อเช้านี้เอง คงอยากพักมากกว่า เอาไว้โอกาสหน้าแล้วกัน”      กรรดาภรณ์พยายามหาข้ออ้าง เพื่อไม่ให้ญาติผู้พี่เกิดความคลางแคลงสงสัย

“อืม...งั้นเอาไว้ว่าที่น้องเขยว่างเมื่อไหร่ค่อยนัดเจอกันอีกที”

“พ่อเลี้ยง ดาขอร้องละ เรียกชื่อพี่ภาคได้มั้ย” หญิงสาวหน้าแดงก่ำราวกับลูกตำลึงผลสุก รู้สึกใจเต้นแรงทุกครั้งที่ได้ยิน      สรรพนามที่ภูตะวันเอื้อนเอ่ยถึงภาคภูมิ

“จะอายทำไมยัยดา อีกหน่อยเขาก็จะมาเป็นน้องเขยพี่อยู่แล้ว” พ่อเลี้ยงหนุ่มเอื้อมมือขึ้นโยกศีรษะเล็กไปมา

“อาจจะไม่มีวันนั้นก็ได้ค่ะ” กรรดาภรณ์กล่าวเสียงเบาหวิวราวกระซิบ ก่อนหมุนตัวเดินหายเข้าไปภายในห้องน้ำ ขณะภูตะวันยืนขมวดคิ้วมองตามพร้อมกับคำถามที่เกิดขึ้นในใจ

“พี่จะต้องรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเรากันแน่” ชายหนุ่มพึมพำตามหลังน้องน้อยออกไป “ยัยดา พี่ออกไปรอที่ห้องรับแขกนะ” พ่อเลี้ยงหนุ่มตะโกนบอกน้องสาวคนสวย แต่ยังไม่ทันก้าวขาผ่านประตูห้องนอนด้วยซ้ำ เสียงโทรศัพท์มือถือกรรดาภรณ์ก็ดังขึ้นเสียก่อน ชายหนุ่มจึงเดินมารับสายแทน

“น้องหนูออกมาพบพี่หน่อย เรามีเรื่องต้องตกลงกัน” น้ำเสียงของปลายสายดูคุกคาม พ่อเลี้ยงภูตะวันฟังแล้วรู้สึกขัดหูอยู่ไม่น้อย

“นายเป็นใคร” พ่อเลี้ยงภูตะวันเอ่ยถามเสียงเข้มกลับไปไม่แพ้กัน หน็อยแน่ อยู่ดีๆ มาออกคำสั่งกับน้องสาวฉัน ได้เห็นดีกัน

“ฉันจะเป็นใครไม่สำคัญ เรียกน้อง เอ่อ...กรรดาภรณ์มารับสายฉันเดี๋ยวนี้!” ปลายสายเริ่มหงุดหงิด เมื่อมีผู้ชายคนอื่นมารับสายแทนคู่หมั้นสาว

“ไม่ว่าง อาบน้ำอยู่ มีอะไรค่อยโทร.มาทีหลัง” พ่อเลี้ยงหนุ่มพูดเท่านั้นก็ตัดสายทิ้งไปด้วยความโมโห ไม่ได้ต่างกับปลายสายเลยสักนิด เดินงุ่นง่านไปมาเหมือนหนูติดจั่น บอกได้คำเดียวว่าโกรธ โกรธผู้หญิงชื่อกรรดาภรณ์

“เป็นอะไรคะภาค ดูทำหน้าเข้าสิ” มาริษาพาร่างเย้ายวนเดินออกมาจากห้องน้ำ ซึ่งมีเพียงผ้าขนหนูผืนเล็กพันกายเท่านั้น

“ไม่มีอะไรหรอกครับ แค่เรื่องไร้สาระ คุณไปแต่งตัวเถอะ เดี๋ยวผมจะพาออกไปกินข้าวข้างนอก” ชายหนุ่มพยายามปรับเปลี่ยนสีหน้าให้เป็นปกติที่สุด

“แต่ว่าคุณติดธุระสำคัญไม่ใช่เหรอคะ” หญิงสาวจำได้ก่อนออกมาจากบ้าน เขาบอกว่ามาส่งเธอแล้วก็กลับ เพราะติดธุระสำคัญ

“เอ่อ...พอดีเขาโทร.มาเลื่อนนัดน่ะ คุณไปแต่งตัวเถอะ” ภาคภูมิดันตัวสาวคนรักไปที่ห้องแต่งตัวภายในคอนโดฯ หรู

ร้านอาหารชื่อดัง

ภาคภูมิพาแฟนสาวมารับประทานอาหารค่ำที่ร้านประจำของครอบครัว ซึ่งได้รับการต้อนรับจากผู้จัดการร้านเป็นอย่างดีในฐานะทายาทตระกูลดัง

“กินเยอะๆ นะครับษา” ชายหนุ่มตักอาหารบริการสาวคนรักอย่างเอาใจ

“ขอบคุณค่ะ แต่ษากินอะไรไม่ลงจริงๆ ค่ะ” มาริษากล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย จนชายหนุ่มต้องเอื้อมมือมากุมมือเรียวของเธอไว้

“ผมขอโทษนะษา ที่พาคุณมาเจอปัญหาที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกแบบนี้ แต่ผมสัญญาว่าจะรีบถอนหมั้นให้เร็วที่สุด อดทนอีกนิดหนึ่งนะครับคนดี” ภาคภูมิพูดปลอบประโลมหวังให้เธอคลายความทุกข์ใจ

“ค่ะภาค ษาจะรอวันนั้น รอวันที่เราจะได้อยู่ด้วยกัน” มาริษาฝืนยิ้มออกมา ทั้งที่ภายในใจอยากจะร้องกรี๊ดออกมาดังๆ ให้หายจากความคับแค้นใจ พร้อมรู้สึกเกลียดแม่คู่หมั้นของภาคภูมิเป็นทวีคูณ

“ครับ ผมให้สัญญา” ภาคภูมิยกมือเรียวสวยของแฟนสาวขึ้นมาจุมพิตหนักๆ ราวกับให้คำมั่นสัญญา เป็นจังหวะเดียวกันกับที่กรรดาภรณ์เดินเข้ามาภายในร้านอาหารพร้อมญาติผู้พี่ ถึงกับหยุดชะงักราวกับถูกไฟฟ้าชอร์ตกับภาพบาดตาบาดใจที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า

“มีอะไรรึยัยดา” ภูตะวันก้มลงเอ่ยถามคนตัวเล็กข้างกายด้วยความสงสัย

“เปล่าๆ ค่ะ ไม่มีอะไร” หญิงสาวฝืนยิ้มให้กับญาติผู้พี่ ทั้งที่ภายในกำลังเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส ราวกับว่ากำลังมีใครเอาเล่มสักร้อยมาทิ่มลงกลางใจ นี่สินะคนรักของภาคภูมิ

“งั้นไปเถอะ พี่โทร.มาจองโต๊ะไว้แล้ว”

“สวัสดีครับพ่อเลี้ยงภูตะวัน เชิญทางนี้ครับ” ผู้จัดการร้านเดินออกมาต้อนรับลูกค้าคนพิเศษด้วยตัวเอง พร้อมพาไปที่โต๊ะ และด้วยความบังเอิญโต๊ะที่จองไว้เยื้องกับโต๊ะที่ภาคภูมินั่งอยู่พอดี

“อาหารที่สั่งเรียบร้อยแล้วใช่มั้ยคุณทรงยศ” พ่อเลี้ยงหนุ่มเอ่ยถาม หลังนั่งลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“ครับพ่อเลี้ยง...รอสักครู่นะครับ” ผู้จัดการร้านพูดจบก็เดินตรงไปยังห้องครัวทันที

“นี่พ่อเลี้ยงสั่งอาหารไว้ล่วงหน้าแล้วเหรอคะ” หญิงสาวเงยหน้าขึ้นถามด้วยความแปลกใจ แต่นัยน์ตาหวานปนเศร้าอดไม่ได้ที่จะชำเลืองไปที่โต๊ะข้างๆ และเป็นช่วงจังหวะเดียวกันที่ภาคภูมิเหลือบตามองมาพอดี ทำให้หญิงสาวเบือนหน้าหนีแทบไม่ทัน

“ใช่ พี่สั่งอาหารตอนที่โทร.มาจองโต๊ะนั่นแหละ สั่งเมนูของโปรดเราทั้งนั้นเลยนะ” พ่อเลี้ยงหนุ่มกล่าวเอาใจญาติผู้น้อง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป