บทที่ 8 8
“ขอบคุณค่ะ พ่อเลี้ยงน่ารักที่สุด” เรียวปากบางฝืนยิ้มให้กับพี่ชายสุดที่รัก เพื่อกลบเกลื่อนความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นอยู่ภายในใจขณะนี้
“หึๆ น่ารัก แล้วรักมั้ย” พ่อเลี้ยงหนุ่มเอ่ยถามเย้า
“รักที่สุดเลยค่ะพ่อเลี้ยง คนดีของดา” กรรดาภรณ์เอ่ย หยอกล้อกับญาติผู้พี่แบบนี้กันเป็นประจำ แต่เธอไม่รู้ ว่านั่นได้สร้างภัยให้กับตัวเองอย่างมหันต์ ทำให้ชายหนุ่มที่ขึ้นว่าเป็นคู่หมั้นถึงกับขบกรามเป็นสันนูนกับความไร้ยางอายของคู่หมั้นป้ายแดง เพิ่งจะหมั้นกับเขาไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา ยังใจกล้าหน้าด้านบอกรักผู้ชายคนอื่นในสถานที่สาธารณะ
“ษาคุณกินไปก่อนนะ ผมขอตัวเข้าห้องน้ำแป๊บหนึ่ง” ภาคภูมิเอ่ยเมื่อเห็นกรรดาภรณ์เดินหายไปหลังร้าน จากนั้นก็รีบลุกตามไปที่ห้องน้ำ ยืนหลบมุมรอเธอ เกือบสิบนาทีถึงเดินออกมา และเขาใช้ช่วงจังหวะที่หญิงสาวกำลังก้มล้วงของในกระเป๋าเข้าไปกระชากแขนเรียวเข้ามาที่ซอกเล็กๆ ข้างกำแพงห้องน้ำหญิง
“ว้าย! อุ๊บ” เรียวปากบางถูกมือใหญ่ตะปบไว้เสียก่อนที่เธอจะกรีดร้องออกมาให้ผู้คนแตกตื่น
“พี่เองน้องหนู” ชายหนุ่มกระซิบเสียงเครียด ทำให้ร่างบางถึงกับชะงักเพราะจำเสียงนี้ได้ขึ้นใจ เมื่อเห็นร่างน้อยในอ้อมแขนหยุดดิ้น เขาจึงใช้มือผลักร่างบางติดชิดกำแพงอย่างไร้ความปรานี อารมณ์ที่เต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธและพร้อมจะระเบิดออกมาทุกเมื่อ
“พี่...พี่ภาค” ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยอารามตกใจปะปนไปกับความหวาดกลัวในการกระทำที่อุกอาจของเขา
“ใช่! พี่เอง เรามีเรื่องต้องตกลงกัน” ชายหนุ่มกล่าว พลางกวาดสายตามองออกไปข้างนอก เพราะกลัวจะมีใครมาเห็นเข้าโดยเฉพาะแฟนสาว
“เรื่องอะไรคะ” หญิงสาวเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ
“เรื่องถอนหมั้น” เปรี้ยง! ราวกับฟ้าฝ่าลงกลางใจ หัวใจดวงน้อยๆ แหลกแทบไม่มีชิ้นดี
“พี่อยากให้เธอ เข้าไปพูดเรื่องถอนหมั้นกับคุณแม่พี่ให้เร็วที่สุด” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงที่ดุดัน เหมือนออกคำสั่งกลายๆ
“เอ่อ...น้องหนู” หญิงสาวนิ่งอึ้งไปพักหนึ่ง เจ็บจนพูดอะไรไม่ออก
“พี่มีคนที่พี่ควรรักอยู่แล้ว เธอก็คงทราบดี จะยื้อหมั้นต่อไปทำไมกัน ในเมื่อเธอก็มีผู้ชายคนนั้นอยู่ข้างกาย” ภาคภูมิกล่าวกับคู่หมั้นสาวแกมประชด
“ภาคคะ ภาค คุณอยู่ในห้องน้ำหรือเปล่า” เสียงเรียกของมาริษาดังใกล้เข้ามา ทำให้ทั้งคู่ถึงกับหยุดชะงักการสนทนากันชั่วครู่
“พรุ่งนี้พี่จะไปรับเธอที่บ้าน มาพูดกับคุณแม่เรื่องถอนหมั้น” ชายหนุ่มพูดทิ้งท้ายก่อนจะรีบเดินออกไป โดยไม่สนใจไยดีว่าเธอจะเจ็บช้ำในคำพูดของเขาแค่ไหน
“พี่ภาคใจร้าย ฮือๆ” เรียวปากบางสั่นระริกจนเจ้าของปากต้องเม้มไว้เป็นเส้นตรง ไม่คิดเลยจริงๆ ว่าเขาจะใจร้ายได้ถึงเพียงนี้ พี่ชายที่แสนดีเมื่อในอดีตได้ตายจากเธอไปแล้วจริงๆ
กรรดาภรณ์เดินกลับมาที่โต๊ะอาหารอีกครั้งด้วยดวงตาที่แสนบอบช้ำ ถึงเธอจะปกปิดด้วยเครื่องสำอางแล้วก็ตาม แต่คงยังทิ้งร่องรอยไว้
“ทำไมไปห้องน้ำนานจังยัยดา ดูสิอาหารเย็นหมดแล้ว” พ่อเลี้ยงหนุ่มเอ่ยถามญาติผู้น้องทันทีที่เธอทรุดตัวนั่งลง
“เอ่อ...พอดีดาท้องเสียนิดหน่อยค่ะ” หญิงสาวแก้ตัวเสียงอ้อมแอ้ม ไม่กล้าแม้จะเงยหน้าขึ้นมาสบสายตาตรงๆ เพราะกลัวเขาเห็นใต้ขอบตาที่บวมเป่งของเธอ
“เป็นอะไรมากหรือเปล่า ให้พี่พาไปหาหมอมั้ย” ชายหนุ่มเอ่ยด้วยความเป็นห่วง
“ดาค่อยยังชั่วแล้วค่ะ เรารีบกินกันเถอะค่ะ ดาฮิ้ว หิว” หญิงสาวตักอาหารใส่จานให้ชายหนุ่มอย่างเอาใจ เพื่อยุติบทสนทนา อาหารมื้อนี้ผ่านไปอย่างทรมานสำหรับกรรดาภรณ์ ที่แทบจะกินอะไรไม่ลงเหมือนมีอะไรมาจุกตรงที่ลำคอ
เช้ารุ่งขึ้นของวันต่อมา
รถสปอร์ตคันหรูของภาคภูมิแล่นเข้ามาจอดในบริเวณบ้านอธินโย เพื่อมารับกรรดาภรณ์เข้าไปพูดคุยกับมารดาเรื่องถอนหมั้น เขาเชื่อมั่นว่าถ้าเธอเอ่ยปากขอถอนหมั้นด้วยตัวเอง มารดาเขาไม่มีทางคัดค้านอย่างแน่นอน
“รอผมอีกนิดนะษา เราจะได้ใช้ชีวิตร่วมกันแล้ว” ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเอง ในระหว่างที่เดินเข้าไปภายในห้องรับแขก แต่ปรากฏว่าคู่หมั้นตัวแสบชิงหนีออกไปเสียก่อน ทั้งที่เมื่อวานเขาได้นัดแนะเธอเป็นอย่างดี
“น้องไม่อยู่หรอกจ้ะภาค” กัญญาเอ่ยกับว่าที่ลูกเขยด้วยใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม
“ไม่ทราบว่า น้องหนูไปไหนเหรอครับคุณน้า” ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยท่าทางนอบน้อม
“น้องออกไปทำงานตั้งแต่เช้าแล้วจ้ะ ถ้าภาคมีธุระสำคัญกับน้องก็ไปหาที่บริษัทได้นะ” กัญญารีบพูดเปิดทาง เพื่อต้องการให้บุตรสาวกับว่าที่ลูกเขยได้ศึกษาดูใจก่อนที่จะถึงวันสำคัญ
“งั้นผมขอที่อยู่บริษัทหน่อยครับคุณน้า” ภาคภูมิไม่รอช้า รีบขอที่ตั้งของบริษัททันที
“ได้สิจ๊ะ เดี๋ยวขอน้าไปหยิบนามบัตรให้แป๊บหนึ่งนะภาค” นางพูดเท่านั้นก็หายไปพักหนึ่ง ก่อนจะกลับออกมาพร้อมกับนามบัตรใบหนึ่งยื่นให้ว่าที่ลูกเขย
“ขอบคุณครับคุณน้า งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ” ภาคภูมิกล่าวลาเมื่อได้สิ่งที่ต้องการ เขาขับรถตรงไปยังบริษัทที่คู่หมั้นสาวทำงานอยู่โดยไม่ให้เสียเวลา
