บทที่ 9 9
บริษัท อธินโย ออโต้ จำกัด
ภาคภูมิมานั่งรอกรรดาภรณ์ที่ห้องทำงานนี้ร่วมชั่วโมง จนแทบหมดความอดทน ผุดลุกผุดนั่งหลายครั้งด้วยท่าทางหงุดหงิดใจที่ต้องนั่งรออยู่แบบนี้
“ประชุมอะไรกันนักกันหนาวะเนี่ย” ชายหนุ่มสบถออกมา เมื่อยังไม่เห็นคู่หมั้นตัวดีกลับมาที่ห้องทำงานเสียที ระหว่างนั้นสายตาคมเหลือบไปเห็นกรอบรูปที่ตั้งอยู่บนโต๊ะทำงาน เลยถือวิสาสะหยิบขึ้นมาดู
“เจ้าหมอนี่ที่เจอที่ร้านอาหารนี่หว่า ฮึ คงเป็นคนรักเธอสินะน้องหนู” ภาคภูมิพึมพำเบาๆ ขณะนั้นเสียงประตูถูกผลักเข้ามา ทำให้ชายหนุ่มรีบวางกรอบรูปลงไว้ที่เดิม
“พี่ภาค” หญิงสาวครางเรียกชื่อคู่หมั้นหนุ่มด้วยสีหน้าแปลกใจ
“ใช่พี่เอง แล้วเธอคิดว่าใครล่ะ หรือว่าไอ้หน้าเถื่อนที่เธอพาไปกินข้าวเมื่อวานกัน” ชายหนุ่มพูดจากระทบกระเทียบด้วยความไม่พอใจ
“พ่อเลี้ยงไม่ใช่...” กรรดาภรณ์กำลังอ้าปากปฏิเสธ แต่ภาคภูมิพูดแทรกขึ้นเสียก่อน
“ไม่ต้องมาปฏิเสธ พี่ไม่ได้ใคร่อยากรู้เรื่องอะไรของเธอทั้งนั้น ที่พี่มาวันนี้ ต้องการให้เธอเข้าไปเรียนคุณแม่เรื่องถอนหมั้น” ชายหนุ่มพูดตัดบทเข้าประเด็นเรื่องสำคัญ
“ถอนหมั้น” เรียวปากบางพึมพำเสียงเบาหวิว
“ใช่ หวังว่าเธอคงไม่ลืมสัญญานะน้องหนู” ชายหนุ่มพูดดักคอ
“น้องหนูไม่มีวันลืมค่ะ” กรรดาภรณ์กล่าวขณะที่เดินกลับไปยังโต๊ะทำงานของเธอ
“ดี เธอไม่มีสิทธิ์ที่จะลืมมัน แล้วไปได้หรือยัง พี่เสียเวลากับเธอมากพอแล้ว” ชายหนุ่มตอกกลับเสียงขุ่น
“เอ่อ...วันนี้คงไม่ได้หรอกค่ะ”
“ทำไม!” ชายหนุ่มสวนกลับ เสียงเกือบเป็นตะคอก จนไหล่บางไหวตัวเล็กน้อยด้วยท่าทางตกใจ
“วันนี้น้องหนูติดงาน เอาไว้วันหลังแล้วกันค่ะ คงไม่ทำให้พี่ภาคกับคนรักต้องลงแดงตายไปเสียก่อนนะคะ” หญิงสาวอดพูดแกมประชดชายหนุ่มเสียไม่ได้
“นี่เธอ!” ยังไม่ทันที่ภาคภูมิจะสวนกลับ หญิงสาวก็ตัดบทกดอินเตอร์คอมเรียกเลขาฯ สาวเข้ามาในห้อง ชายหนุ่มทำได้เพียงแค่ยืนขบเขี้ยวเคี้ยวฟันเท่านั้น เพราะไม่สามารถทำอะไรเธอได้ในตอนนี้ ในที่สุดก็ยอมล่าถอยกลับออกไป ท่ามกลางสายตาที่เหนื่อยล้าของหญิงสาวที่มองตามหลังออกไป
หลังเลิกงานกรรดาภรณ์ตัดสินใจขับรถมาที่คฤหาสน์ เศรษฐรัตนกรณ์ มาพบกับคุณหญิงจิตสุภาเพื่อพูดคุยเรื่องถอนหมั้น ตามความประสงค์ของคู่หมั้นหนุ่ม หวังให้ทุกอย่างจบสิ้นลงวันนี้
“อ้าวหนูดา ไปไงมาไงล่ะลูกถึงว่างมาหาป้าได้” คุณหญิง จิตสุภาพยักหน้าให้สาวใช้ที่กำลังนั่งบีบนวดให้ออกไปก่อน
“สวัสดีค่ะคุณหญิงป้า” หญิงสาวยกมือขึ้นทำความเคารพผู้อาวุโสอย่างนอบน้อม สร้างความเอ็นดูแก่คุณหญิงจิตสุภายิ่งนัก
“มานั่งคุยกันก่อนลูก” คุณหญิงจิตสุภาตบลงที่เบาะข้างลำตัว
“ขอบคุณค่ะคุณหญิงป้า” เธอยิ้มละไมให้แก่เจ้าบ้านก่อนทรุดตัวลงนั่ง พลางเหลือบตาขึ้นมองท่านอย่างลังเล
“หนูดามีอะไรจะคุยกับป้าเหรอลูก” คุณหญิงจิตสุภาเกิดความสงสัยในสายตาแปลกๆ ของว่าที่ลูกสะใภ้ ที่กำลังมองมาที่ตนเป็นระยะๆ
“ดาอยากจะมาคุยกับคุณหญิงป้าเรื่องพี่ภาคค่ะ” กรรดาภรณ์พูดออมเสียง
“ตาภาคไปพูดหรือทำอะไรหนูหรือเปล่าลูก” คุณหญิง จิตสุภา เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ร้อนรน เพราะนางรู้จักนิสัยใจคอบุตรชายของนางดีกว่าใครๆ
“เอ่อ...เปล่าๆ ค่ะ พี่ภาคเขาไม่ได้ทำอะไรดา ที่ดามาวันนี้ ก็จะมาพูดเรื่องถอนหมั้น” กรรดาภรณ์กล่าวด้วยน้ำเสียงรัวเร็ว
“ถอนหมั้น โอ๊ย...ฉันอยากจะเป็นลม” คุณหญิงจิตสุภาแทบลมจับ เพิ่งจะหมั้นหมายกันไปเมื่อวันก่อนแท้ๆ แต่วันนี้กลับมาพูดถึงเรื่องถอนหมั้นง่ายๆ
“คุณหญิงป้า/คุณแม่” กรรดาภรณ์ถึงกับร้องเสียงหลงด้วยความตกอกตกใจ พร้อมๆ กับเสียงห้าวของภาคภูมิที่ประจวบเหมาะเดินเข้ามาภายในห้องรับแขกพอดี
“น้องหนู เธอทำอะไรแม่พี่” ภาคภูมิตวาดลั่นด้วยท่าทางโมโห
“เอ่อ...น้องหนูไม่ได้...” หญิงสาวส่ายหน้าดิกๆ ในเชิงปฏิเสธ
“หนูดา ขอยาดมให้ป้าหน่อยลูก” คุณหญิงจิตสุภากุมมือหญิงสาวไว้แน่น
“ค่ะคุณหญิงป้า” หญิงสาวลนลานเอื้อมมือไปหยิบยาดมที่ตั้งอยู่ในตะกร้าใบเล็กๆ มาจ่อจมูกให้คุณหญิงจิตสุภา แต่บุตรชายของท่านกลับแย่งไปทำเสียก่อน
“คุณแม่เป็นอะไรครับ” ภาคภูมิประคองมารดานั่ง แต่สายตาคมกลับจ้องมองคู่หมั้นสาวตาเขม็ง ทำเอาคนถูกมองต้องเบือนหน้าหนี
“ก็หนูดาน่ะสิ จะมาขอถอนหมั้น” คำพูดที่เอื้อนเอ่ยออกมาจากปากมารดา ทำให้ภาคภูมิหันขวับไปมองหญิงสาวอีกครั้ง ก่อนจะคลี่ยิ้มออกมา
“ขอบใจเธอมากนะน้องหนู ขอบใจเธอจริงๆ” ชายหนุ่มเอื้อมมือมากุมมือเล็กไว้แน่น
“แต่แม่ไม่ยอม” คำประกาศิตที่ออกมาจากปากของคุณหญิงจิตสุภาทำให้ทุกอย่างหยุดชะงัก ต่างหันมามองหน้านางเป็นจุดเดียว
“โธ่...คุณแม่ครับ” ชายหนุ่มครางเรียกมารดาเสียงโหย
“ป้าไม่ยอมนะหนูดา” นางยังดื้อดึงไม่ยอมรับฟังเหตุผล
