บทที่ 6 รับน้อง
อินทุอรในวัยยี่สิบปีเต็ม ก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งด้วยความภาคภูมิใจ บัดนี้เธอเติบโตเป็นสาวสะพรั่ง ความงดงามแห่งวัยแรกแย้มผลิบานอย่างที่สุด ผิวพรรณเปล่งปลั่งและทรวดทรงองค์เอวที่เด่นชัดมักดึงดูดสายตาผู้คนรอบข้างอยู่เสมอ
เย็นวันหนึ่ง ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มสลัวขณะที่อินทุอรยืนรอรถเมล์เพื่อกลับที่พัก ข้างกายเธอมี รุ้งระวี เพื่อนสนิทที่มักจะเดินทางร่วมกันเป็นประจำคอยอยู่เป็นเพื่อน เนื่องจากบ้านของรุ้งระวีอยู่ถึงก่อน ทั้งคู่จึงอาศัยรถเมล์สายเดียวกันกลับบ้านในทุกเย็นจนเป็นความเคยชิน
“รุ้ง พรุ่งนี้เธอจะไปร่วมงานรับน้องไหม?” อินทุอรเอ่ยถามเพื่อนสาวที่นั่งอยู่ข้างกายพลางหันไปมอง
“ไม่อยากไปเลยอร ฉันกลัวรุ่นพี่แกล้งน่ะ” รุ้งระวีตอบพร้อมสีหน้าที่แสดงความกังวลออกมาอย่างชัดเจน คิ้วเรียวขมวดม้วนด้วยความระแวง
“แต่พี่รหัสของอรเขาใจดีมากเลยนะ” อินทุอรรีบบอกเพื่อความสบายใจของเพื่อน น้ำเสียงอ่อนหวานพยายามโน้มน้าว
“ก็ไม่รู้สิ ฉันกังวลว่ารุ่นพี่จะให้ทำอะไรพิเรนทร์ ๆ น่ะสิ” รุ้งระวียังคงแบ่งรับแบ่งสู้
“แล้วถ้ารุ้งไม่ไป อรจะไปคนเดียวได้ยังไงล่ะ”
“อรก็คงจะเหงาแย่เลยเนอะ” รุ้งระวีเริ่มมีท่าทีอ่อนลงเมื่อเห็นสายตาเว้าวอนของเพื่อน
“รุ้งไม่อยากไปจริงๆ นะ รุ่นพี่ก็ไม่ยอมบอกด้วยว่าจะพาพวกเราไปที่ไหน”
“ถ้ารุ้งไม่ไป ระวังพี่รหัสจะโกรธเอาได้นะ” อินทุอรแกล้งขู่เพื่อนสาวด้วยน้ำเสียงและสีหน้าจริงจัง
“พี่เขาฝากมาบอกอย่างนั้นจริงๆ เหรอ?” รุ้งระวีตาโตด้วยความตกใจ
“ใช่จ้ะ พี่ประธานคณะย้ำมาแล้ว” อินทุอรรีบสำทับซ้ำขยิบตาเนียน ๆ
“ถ้าอย่างนั้น สรุปว่ารุ้งไปก็ได้จ้ะอร” รุ้งระวีถอนหายใจยาว ยอมจำนนในที่สุด
ในเช้าวันเดินทาง ทั่วทั้งบริเวณยังคงปกคลุมด้วยความมืดมิดและลมหนาวจาง ๆ ทุกคนนัดรวมตัวกันตอนตีห้าตรงที่ปั๊มน้ำมันใหญ่ก่อนถึงมหาวิทยาลัย ตาชิตขับรถมาส่งอินทุอรที่บ้านของรุ้งระวีตั้งแต่เช้าตรู่ เพื่อให้สองสาวได้ออกเดินทางไปพร้อมกัน
“อรรู้หรือยังว่ารุ่นพี่จะพาพวกเราไปรับน้องที่ไหน?” รุ้งระวีกระซิบถามเสียงเบาหวิว ขณะที่กำลังนั่งเข้าแถวตอนลึกตามระเบียบที่รุ่นพี่สั่งอย่างเคร่งครัด
“ยังไม่รู้เลยจ้ะ พี่รหัสของอรปิดเป็นความลับสุดยอด” อินทุอรกระซิบตอบ สายตาสอดส่องไปทั่ว
“แต่พี่รหัสของรุ้งแอบบอกว่า อยู่ไม่ไกลจากที่นี่เท่าไหร่นะ”
สองสาวต่างยังไม่รู้ชะตากรรมว่าสถานที่รับน้องที่แท้จริงคือที่ใด จนกระทั่งเวลาเคลื่อนเข้าใกล้หกโมงเช้า เมื่อสมาชิกน้องใหม่และรุ่นพี่มากันครบถ้วน รถบัสปรับอากาศคันใหญ่ที่ทางรุ่นพี่ว่าจ้างไว้ก็เคลื่อนขบวนมุ่งหน้าสู่ทะเลใกล้กรุงเทพฯ ล้อรถบดไปตามถนนจนกระทั่งเลี้ยวเข้ามาจอดสนิทลงที่ โกลเด้น บรีซ รีสอร์ต ย่านปราณบุรี
ทันทีที่เสียงเครื่องยนต์ดับลง เสียงสั่งการเฉียบขาดก็ดังขึ้นทันที
“ทุกคนนำกระเป๋าไปเก็บที่ห้องพักให้เรียบร้อย แล้วกลับมาเจอกันที่นี่ก่อนเก้าโมงเช้า เราจะไปรับน้องกันที่จุดชมวิวเขาแดง” ประธานคณะประกาศกร้าวผ่านโทรโข่งในมือ เสียงก้องสะท้อนไปทั่วบริเวณชายหาด
“ส่วนน้องใหม่จะนอนรวมกันที่ห้องโถงใหญ่นะจ๊ะ ใครอยากนอนตรงไหนเลือกที่ทางกันเอาเองได้เลย” รุ่นพี่สาวอีกคนประกาศเสริมด้วยรอยยิ้ม
กิจกรรมรับน้องตลอดทั้งวันดำเนินไปอย่างสนุกสนานและสร้างสรรค์ เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและรอยยิ้ม มันไม่ได้โหดร้ายหรือน่ากลัวอย่างที่รุ้งระวีเคยประหม่ากังวลแม้แต่น้อย โดยเฉพาะ พี่พงษ์ พี่รหัสหนุ่มรูปหล่อ ร่างสูงโปร่งและมีเสน่ห์ดึงดูดใจ เขาคอยดูแลเอาใจใส่และเทคแคร์อินทุอรเป็นพิเศษ คอยส่งน้ำส่งผ้าเย็นให้เธอไม่ห่าง จนกระทั่งงานรับน้องอย่างเป็นทางการจบสิ้นลงในช่วงบ่ายแก่ ๆ
“อร เราไปเล่นน้ำทะเลกันไหม?” พี่พงษ์เอ่ยชวนอินทุอร น้ำเสียงทุ้มต่ำและสายตาที่ส่งมานั้นทอดสะพานและมีความหมายลึกซึ้งอย่างเห็นได้ชัด
“อรขอชวนรุ้งไปด้วยนะคะ” ด้วยความรักเพื่อน อินทุอรรีบกดโทรศัพท์หาเพื่อนสนิททันที แต่รุ้งระวีปฏิเสธกลับมาเสียงรัวเพราะมัวแต่ติดสายคุยกระหนุงกระหนิงกับแฟนหนุ่ม
เมื่อเห็นว่าทางสะดวก พงษ์จึงก้าวเข้ามาประชิดตัวหญิงสาวมากขึ้น “ไปกันเถอะ อร... พี่มีชุดให้ลองใส่ด้วยนะ อรจะกล้าใส่ไหมล่ะ?” เขากระซิบเย้า
“ชุดอะไรเหรอคะ?” อินทุอรเอียงคอถาม ช้อนตาขึ้นมองอย่างไร้เดียงสาแต่ซ่อนความท้าทาย
“บิกินี...กล้าใส่ไหม?” พงษ์เลิกคิ้ว ท้าทายหญิงสาวตรงหน้า
“แล้วถ้าอรกล้าใส่ พี่พงษ์จะให้อะไรอรล่ะคะ?” อินทุอรส่งยิ้มยวนยั่ว จริตหญิงถูกงัดออกมาใช้ทันที
“พี่จะพาอรไปเลี้ยงข้าว ดูหนัง ฟังเพลง ตามใจอรทุกอย่างเลย โอเคไหม?” พงษ์ยื่นข้อเสนอ สายตาจับจ้องริมฝีปากอิ่มไม่วางตา
“ถ้าอย่างนั้นพี่พงษ์เตรียมเงินในกระเป๋าไว้ให้ดีนะคะ อรไม่ยอมพลาดแน่” อินทุอรหัวเราะร่วนอย่างมีชัย
อินทุอรเดินตามหลังพี่รหัสหนุ่มเข้าไปในห้องพักส่วนตัวของเขา พงษ์หันไปหยิบชุดว่ายน้ำสองชิ้นตัวจิ๋วที่เขาตั้งใจซื้อมาฝากเธอโดยเฉพาะ ยื่นส่งให้หญิงสาวนำไปเปลี่ยนในห้องน้ำ ทันทีที่บานประตูห้องน้ำเปิดออกและเธอก้าวเดินออกมา พงษ์ถึงกับเบิกตากว้าง ตะลึงตาค้างราวกับต้องมนต์สะกด
