บทที่ 8 รักแรกของอินทุอร
เมื่อค่ำคืนแห่งกิจกรรมและการพักผ่อนอันแสนสั้นจบลงในวันรุ่งขึ้น รุ่นพี่ก็พาน้องใหม่ทุกคนนั่งรถบัสกลับมาส่งยังจุดหมายเดิมคือปั๊มน้ำมัน พ่อของรุ้งระวีขับรถมารอรับลูกสาวอยู่ที่นั่นล่วงหน้าแล้ว
“อร ถ้าตาชิตยังไม่มารับ ไปนอนบ้านรุ้งก่อนไหม?” รุ้งระวีหันมาถามด้วยความเป็นห่วงเมื่อเห็นเพื่อนยังยืนอยู่คนเดียว
“รุ้งยังไม่ได้โทรบอกตาเลยจ้ะ เดี๋ยวพี่พงษ์อาสาจะไปส่งอรเอง” อินทุอรบอกพร้อมชี้มือไปทางรถของพงษ์ที่สตาร์ตเครื่องรออยู่ไม่ไกล
“งั้นก็โชคดีนะอร แล้วอย่าไปทำอะไรพี่เขาล่ะ” รุ้งระวีแกล้งแซวทิ้งท้ายพลางหัวเราะคิกคัก
“จ้า แล้วเจอกันวันจันทร์นะรุ้ง” อินทุอรโบกมือลาเพื่อนรัก
อินทุอรก้าวขึ้นไปนั่งบนรถยนต์ส่วนตัวของพงษ์ กลิ่นน้ำหอมปรับอากาศในรถผสมกับกลิ่นกายชายทำให้อากาศดูอบอ้าวขึ้นมาแปลก ๆ พงษ์ขับรถออกไปเรื่อย ๆ บรรยากาศเงียบสงัดจนกระทั่งเธอเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติของเส้นทาง
“พี่พงษ์จะพาอรไปไหนคะ? นี่มันเลยทางเข้าบ้านอรมาแล้วนะ” อินทุอรท้วง พลางหันไปมองหน้าคนขับ
“ก็พี่สัญญาว่าจะเลี้ยงข้าวอรไงจ๊ะ ลืมแล้วเหรอ?” พงษ์หันมาส่งยิ้มละไม สายตาเจ้าชู้ฉายชัด
“อรไม่คิดว่าพี่จะพาไปวันนี้เลยนี่คะ”
“ไปวันนี้แหละจ้ะ พี่เริ่มหิวแล้วด้วย” พงษ์สรุปเองเสร็จสรรพ นัยน์ตาคมพราวระยับอย่างมีแผนการ
พงษ์พาอินทุอรไปทานอาหารค่ำจนอิ่มหนำ ก่อนจะพากันไปนั่งต่อที่บาร์เหล้าหรูหราแห่งหนึ่ง บรรยากาศภายในร้านสลัวราง แสงไฟสีนวลขับเน้นความลึกลับและเย้ายวนใจ เสียงดนตรีสดบรรเลงเพลงหวานแว่วคลอเบา ๆ พงษ์ชวนเธอคุยสารพัดเรื่อง น้ำเสียงทุ้มต่ำคอยเอาอกเอาใจและคะยั้นคะยอให้เธอดื่มเบียร์เป็นเพื่อนเพื่อละลายพฤติกรรม
อินทุอรรู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก แอลกอฮอล์ที่แล่นพล่านในกระแสเลือดทำให้โลกใบนี้ดูเหมือนจะมีเพียงแค่เขาและเธอสองคน สายตาที่พงษ์จ้องมองมาแม้จะอยู่ในความมืดสลัว แต่เธอก็รับรู้ได้ถึงความปรารถนาอันแรงกล้าที่พลุ่งพล่านและลุกโชนอยู่ในแววตาคู่นั้น มันทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองมีค่าและเหนือกว่าผู้ใด
เมื่อเบียร์ขวดแรกหมดไป ความมึนเมาอ่อน ๆ เริ่มเข้าครอบงำ พงษ์ลุกขึ้นยื่นมือมาตรงหน้า ชวนเธอออกไปเต้นรำที่ฟลอร์กลางแสงสีเสียงที่จัดวางไว้อย่างสลัวราง
สัมผัสแรกที่ฝ่ามือหนารั้งเอวบางเข้าหาตัว จงใจเบียดชิดเนื้อตัวเข้าหากันทำให้อินทุอรใจสั่นระรัวด้วยความเขินอาย วงแขนแกร่งโอบรัดเธอแน่นขึ้น แต่ไม่นานนัก ความเหนียมอายก็แปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นซาบซ่านอย่างน่าประหลาด ร่างกายของทั้งคู่เริ่มเสียดสี ขยับเคลื่อนไหวไปตามจังหวะดนตรีที่เชื่องช้า แนบสนิทชิดเชื้อกันคล้ายความตั้งใจและสมยอมของทั้งสองฝ่าย ฝ่ามือที่ประสานกันบีบกระชับแน่นขึ้นเรื่อย ๆ จนอินทุอรรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งสรรพางค์กาย
จมูกโด่งของชายหนุ่มเริ่มก้มลงซุกไซ้ คลอเคลียอยู่แถวซอกหูและลำคอระหง กลิ่นกายสาวน้ำหอมอ่อน ๆ กระตุ้นอารมณ์ดิบจนอินทุอรเริ่มคุมอารมณ์ไม่อยู่ ลมหายใจของเธอหอบกระชั้น สะโพกมนและท้องน้อยขยับบดเบียดเข้าหาความแข็งแกร่งอันร้อนรุ่มที่นูนเด่นออกมาภายใต้กางเกงเนื้อดีของเขาอย่างชัดเจน ความต้องการที่ซ่อนลึกอัดอั้นอยู่ภายในถูกปลุกเร้าจนถึงขีดสุด เธอเผลอไผลดันส่วนนุ่มนิ่มกึ่งกลางกายเข้าหาความแข็งขึงนั้นอย่างลืมตัว ร่องรักเริ่มฉ่ำเยิ้มไปด้วยหยาดน้ำหวานแห่งความกระสันรัญจวน ซึ่งพงษ์เองก็มีอาการแก่นกายปวดหนึบขยายตัวอัดแน่นไม่ต่างกัน สองร่างเบียดเสียดแทบจะหลอมรวมกันบนฟลอร์เต้นรำ
เวลาเกือบสี่ทุ่มตรง พงษ์ประคองอินทุอรกลับมาที่หอพักของเขาด้วยอารมณ์ที่เตลิดเปิดเปิงไปไกลเกินกว่าจะกู่กลับ ทั้งคู่ลมหายใจติดขัดด้วยไฟราคะที่สุมทรวง
“พี่พงษ์จะพาอรไปไหนต่อเหรอคะ?” อินทุอรถามเสียงกระซิบแผ่วเบา ดวงตาหวานเยิ้มด้วยฤทธิ์น้ำเมาและแรงอารมณ์
“ไปต่อที่ห้องพี่นะจ๊ะ” พงษ์เอ่ยเสียงพร่า ล็อคเอวเธอไว้แน่น
“แล้วแฟนพี่จะไม่ว่าเอาเหรอคะ?” เธอแกล้งถามหยั่งเชิง ทั้งที่ใจเต้นรัวด้วยความอยากเอาชนะ
“ไม่หรอกจ้ะ...” พงษ์เอ่ยสั้น ๆ ปัดความกังวลทุกอย่างทิ้งไป
ทันทีที่บานประตูห้องพักปิดสนิทลงและสลักกลอนสับล็อก เสียงล็อกดัง แกร๊ก ชนวนระเบิดอารมณ์ก็ปะทุขึ้น ทั้งคู่โผเข้าหากันราวกับแม่เหล็กต่างขั้วที่มีแรงดึงดูดมหาศาล พงษ์ไม่รอช้าก้มลงประทับจูบแรกลงบนริมฝีปากอิ่มอย่างดูดดื่ม ร้อนแรงทว่าแฝงความอ่อนหวานลึกล้ำ อินทุอรเผยอริมฝีปากตอบรับรสจูบนั้นด้วยความเต็มใจและโหยหาอย่างที่สุด
รสจูบของพงษ์ช่างแสนวิเศษ ละเมียดละไม และเต็มไปด้วยชั้นเชิงที่เหนือกว่าที่เธอเคยได้รับจากตาชิตอย่างสิ้นเชิง ปลายลิ้นอุ่นชื้นสอดประสานเกี่ยวตวัดแลกเปลี่ยนรสสัมผัสกันอย่างตะกรุมตะกราม ร่างกายทุกส่วนเบียดเสียดแนบแน่นอย่างเร่าร้อน มือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามแผ่นหลังและสะโพกกลมกลึงขยำขยี้ตามอารมณ์ที่พุ่งสูง แม้จะมีอาภรณ์ขวางกั้นอยู่ แต่ไฟปรารถนากลับลุกโชนสว่างไสว จนยากที่ใครจะดับมอดมันลงได้ในค่ำคืนอันยาวนานนี้
