บทที่ 1 จุดเริ่มต้น
บทที่1
จุดเริ่มต้น
สนามบิน ณ ประเทศไทย
ชายร่างสูงขายาวราวกับนายแบบก้าวขาขึ้นไปนั่งยังรถยนต์คันหรูที่จอดรออยู่แล้วด้วยใบหน้านิ่งเรียบสายตาคมกริบสีควันบุหรี่ของเขาลุ่มลึกยากที่ใครจะอ่านออก ด้วยบุคลิกที่ดูสุขุมและหน้าตาอันหล่อเหลาที่ดูโดดเด่นทำให้เขาตกเป็นเป้าสายตาของคนจำนวนมากได้ไม่ยาก
“นายครับ เข้าไปพบคุณครูฟเลยไหม” เสียงของราร์ฟเอ่ยถามเจ้านายตัวเองขึ้นเมื่อตอนนี้เขาได้ขับเคลื่อนรถยนต์ออกจากสนามบินเป็นที่เรียบร้อย
ราร์ฟเดินทางตามเจ้านายตัวเองไปหลายประเทศรวมถึงประเทศไทยด้วยทำให้เขาค่อนข้างคุ้นเคยกับสถานที่และผู้คนส่วนภาษาไทยเขาเองก็พูดได้คล่องแคล่วไม่ต่างจากผู้เป็นเจ้านายเลย
“อืม” เครย์ตันครางรับในลำคอเบาๆ เพราะคนที่ผู้ช่วยหรือมือขวาเขาพูดถึงนั้นก็คือพี่ชายเพียงคนเดียวของเขาที่กำลังจะบินไปบริหารงานต่อในประเทศโซนยุโรป ส่วนธุรกิจในแถบเอเชียนี้ตกเป็นหน้าที่ของเขาที่ต้องมารับช่วงต่อทำให้เขาต้องเดินทางมาประจำที่สำนักงานใหญ่ที่ประเทศไทยแทนครูฟที่เป็นผู้บริหารหลักก่อนหน้านั้น
หลังจากนี้เครย์ตันก็คงต้องเดินทางไปๆ มาๆ ระหว่างฮ่องกงกับไทยแต่โชคดีที่งานที่ฮ่องกงยังมีพ่อของเขาและผู้ช่วยอีกคนของเขาอยู่ดูแลทำให้ไม่มีผลกระทบอะไรมากมายนัก
ใช้เวลาไม่นานราร์ฟก็ขับรถพาเจ้านายมาถึงคอนโดหรูย่านธุรกิจแห่งหนึ่งที่มีพี่ชายของเจ้านายเขาอาศัยอยู่ในช่วงที่ประจำการที่ประเทศไทย
ออด~ ราร์ฟทำการกดออดหน้าประตูห้องขนาดใหญ่ที่ทั้งชั้นมีเพียงห้องของครูฟเพียงห้องเดียวด้วยท่าทีนิ่งเรียบแต่ก็แฝงไปด้วยความสุภาพ
แกรก! ไม่นานประตูก็ถูกเปิดออกโดยเจ้าของห้องที่กำลังวุ่นวายกับการเก็บของ เขาเปิดประตูออกมาด้วยสีหน้านิ่งเรียบไม่ต่างจากน้องชายเลยสักนิดแต่มุมปากกลับยกยิ้มขึ้นบางๆ เมื่อมองเห็นสีหน้านิ่งๆ ของน้องชายที่ไม่ค่อยได้เจอกันสักเท่าไหร่
“ไง เข้ามาสิฉันกำลังเก็บของ” ครูฟบอกน้องชายด้วยน้ำเสียงราบเรียบก่อนจะเปิดประตูออกให้กว้างขึ้นและเดินนำน้องชายตัวเองเข้าไปภายในห้องสูทสุดหรูของเขา
เครย์ตันเพียงพยักหน้าและก้าวขาเดินตามเข้าไปภายในห้องด้วยท่าทีปกติก่อนจะกวาดสายตามองรอบๆ ห้องนี้ด้วยความพึงพอใจ ครูฟเองเห็นว่าน้องชายคงชอบห้องนี้ของเขาจึงเอ่ยปากเสนอออกไปด้วยรอยยิ้มบางๆ
“จะอยู่ที่นี่แทนไหมหรือจะอยู่ชั้นบนโรงแรม” เพราะหลังจากนี้เขาคงไม่ได้มาประจำที่ประเทศไทยแล้วจึงต้องทิ้งห้องนี้ไว้เปล่าๆ เมื่อเห็นน้องชายที่รักความเป็นส่วนตัวพอใจกับที่นี่เขาเองก็ยินดีจะยกให้ด้วยความเต็มใจจะได้ไม่ต้องทิ้งห้องให้เสียเปล่าด้วย
เครย์ตันก็เหมือนกับเขาไม่ชอบการอยู่บ้านที่กว้างขวางเกินไปด้วยเพราะทั้งสองคนมองว่ามันไม่จำเป็นและไม่สะดวกกับการใช้ชีวิตตัวคนเดียว อีกอย่างทั้งสองคนยังไม่ได้คิดเรื่องการแต่งงานมีครอบครัวที่จะต้องเลือกซื้อบ้านอย่างลงหลักปักฐาน
“อืม อยู่นี่เลยก็ได้ส่วนตัวดี” เครย์ตันหันไปพยักหน้าบอกผู้ช่วยตัวเองให้จัดการขนของส่วนตัวของเขามาที่นี่ได้เลยรวมถึงรถยนต์คันหรูที่เขาจะใช้ ให้นำมาไว้ที่นี่ให้เรียบร้อยด้วย
เขาชอบห้องสูทนี้ของพี่ชายเพราะเป็นพื้นที่ที่เขาสามารถใช้สอยได้สะดวกสบายและไม่ต้องให้คนมาอยู่ดูแลทุกวัน อีกอย่างห้องนี้ก็ไม่ได้เล็กเกินไปยังมีพื้นที่พอให้เขาใช้งานอีกเยอะและยังมีห้องออกกำลังกายและสระว่ายน้ำส่วนตัวครบครันสะดวกสบายไม่ต่างจากที่บ้านเลย
“สรุปจะเดินทางคืนนี้เลยเหรอ” เครย์ตันเลิกคิ้วถามก่อนจะเดินไปนั่งลงบนโซฟาขนาดใหญ่ด้วยท่าทีเหนื่อยล้าจากการนั่งเครื่องเล็กน้อย
“ใช่ ที่นู่นเขาก็รอฉันเหมือนกัน แกอยู่ที่นี่ก็ฝากด้วยละกัน” ครูฟเดินมานั่งลงฝั่งตรงข้ามกับน้องชายก่อนจะยกยิ้มออกมาเมื่อเห็นสีหน้าเหนื่อยล้าแต่ก็ยังคงความเฉยชาเอาไว้ดังเดิม เขากับน้องชายห่างกันเพียงสองปีเท่านั้นทำให้เครย์ตันไม่เคยเรียกเขาว่าพี่เลยสักครั้งแต่ถึงอย่างนั้นลึกๆ แล้วทั้งสองคนก็เป็นห่วงกันอยู่เสมอถึงแม้จะไม่ชอบแสดงออกก็เถอะ
“งานที่นี่จะให้ดูอะไรเป็นพิเศษไหม” เครย์ตันยกขาไขว่ห้างด้วยท่าทีสบายๆ ก่อนจะจุดบุหรี่ขึ้นมาสูบโดยที่ไม่ได้สนใจสีหน้าเหนื่อยหน่ายของพี่ชายเลยสักนิด สีหน้าและแววตาของเขายังคงนิ่งสงบเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน
“ประจำที่สำนักงานใหญ่พอ ที่เหลือพนักงานแต่ละฝ่ายจะเอาเอกสารมาให้ตรวจและเซ็นเอง แต่จะมีงานในส่วนของโรงแรมตามต่างจังหวัดที่บางครั้งแกต้องลงไปตรวจด้วยตัวเอง” ครูฟบอกน้องชายตัวเองออกไปคร่าวๆ เพราะเขารู้ว่าเครย์ตันเป็นคนเก่งและเข้าใจอะไรได้ง่ายอยู่แล้ว ส่วนธุรกิจครอบครัวของเขาที่มีในประเทศไทยนั้น หลักๆ ก็มีนำเข้าและจัดจำหน่ายเครื่องมือแพทย์และยังมีโรงแรมและห้างสรรพสินค้าชั้นนำอีกหลายที่ในประเทศไทยด้วย
“พอรู้ใช่ไหมที่ประเทศไทยมีบริษัทในเครือตระกูลเราหลายอย่างบอกฉันมาสักสองสามอย่างซิ” ครูฟแกล้งแหย่น้องชายตัวเองออกไปด้วยความหยอกล้อไม่จริงจังทำให้คนถูกแกล้งชักสีหน้าใส่อย่างเอือมระอา
“เหอะ! ไม่ใช่เด็กนะ ถามเป็นคนแก่ไปได้” เครย์ตันส่ายหัวไปมากับความช่างกวนของพี่ชายตัวเอง
“หึ ขอให้ใช้ชีวิตที่นี่แบบแฮปปี้นะ มีอะไรก็โทรหาฉันและถ้าต้องการเลขาเพิ่มก็ให้มิรินช่วยหาเพราะงานที่นี่เยอะพอสมควร” งานที่นี่ค่อนข้างเยอะเขาเกรงว่าแค่เลขาคนเดียวของน้องชายจะเอาไม่อยู่จะหัวหมุนซะเปล่าๆ ขนาดเขาเองยังต้องมีเลขาและผู้ช่วยถึงสามคนถึงจะพอแบ่งเบางานต่างๆ ลงได้บ้าง
ส่วนคนที่เขาเอ่ยถึงนั้นคือคนที่ประจำอยู่บริษัทแม่ที่เมืองไทยกับเขามานานพอสมควรและเธอก็รู้จักกับเครย์ตันเช่นกันเพราะมิรินเคยเรียนโทที่อเมริกากับเครย์ตันก่อนจะย้ายกลับมาทำงานกับบริษัทครอบครัวเขาที่ประเทศไทย
“อืม ถ้าฉันต้องการเดี๋ยวจัดการเอง” เครย์ตันพูดออกไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบเพราะเขาไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายกับตัวเองเท่าไหร่เขารักความเป็นส่วนตัวและคิดว่าแค่ราร์ฟคนเดียวก็น่าจะเอาอยู่
“โอเคๆ งั้นฉันไปเตรียมตัวล่ะ สักพักจะไปสนามบินแล้ว” ครูฟเดินกลับเข้าไปในห้องนอนของตัวเองเพื่อเตรียมตัวเดินทางไปสนามบินและถ้าไม่มีเหตุจำเป็นคงไม่ได้มาที่นี่อีกเพราะงานที่นู่นก็มากมายจนไม่รู้ว่าจะปลีกตัวไปไหนได้ง่ายๆ หรือเปล่า
ด้านเครย์ตันพอได้นั่งเงียบๆ อยู่กับตัวเองก็ทำให้เขาหวนคิดไปถึงเมื่อสามเดือนก่อนที่เขาได้เจอกับใครอีกคนที่ประเทศไทย เธอทำเขาไว้ซะเจ็บแสบจนเขาลืมแทบไม่ลง เธอกล้าวางยาเขาและขโมยเงินกับของมีค่าของเขาไปจนหมด หลังจากนั้นไม่นานเขาก็นึกไม่ถึงเลยว่าเขาจะได้เจอกับเธออีกครั้งที่ฮ่องกงและยังเจอในงานแต่งงานของอันนาผู้หญิงที่เขาเห็นเธอเป็นเสมือนน้องสาวแท้ๆของเขาไม่น่าเชื่อเลยว่าทั้งสองคนจะเป็นเพื่อนสนิทกันในครั้งที่อันนายังใช้ชีวิตที่ประเทศไทย
“หึ เราได้เจอกันอีกครั้งแน่ๆ คุณมิจฉาชีพ…น้ำฝน”
