บทที่ 3 3

ตกดึก... ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมคฤหาสน์อัครโภคิน

พริกแกงนั่งอยู่บนเตียงนอนขนาดเล็กในห้องพักส่วนตัวของคนรับใช้ฝั่งตะวันตก เธอมองดูสมาร์ตโฟนเครื่องเก่าในมือที่กำลังสั่นแจ้งเตือนสายเรียกเข้าจากเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึกก่อนจะกดรับสายและกรอกเสียงลงไป

"สวัสดีค่ะ"

"ทำหน้าที่วันแรกเป็นอย่างไรบ้าง พริกแกง?"

น้ำเสียงทรงอำนาจแต่แฝงไปด้วยความอบอุ่นและร่องรอยของความชราดังขึ้นจากปลายสาย พริกแกงจำน้ำเสียงนี้ได้ทันที... เธอคือคุณหญิงมณฑา อัครโภคิน คุณย่าแท้ๆ ของกวินทร์ และเป็นผู้กุมบังเหียนใหญ่ของตระกูลอัครโภคินผู้มั่งคั่ง

และที่สำคัญ... เธอคือคนที่เรียกพริกแกงเข้าไปพบที่เรือนกระจกหลังเล็กอย่างลับๆ เมื่อสัปดาห์ก่อน และยื่นข้อเสนอเงินห้าแสนบาทเพื่อแลกกับการให้พริกแกงเข้ามาทำงานที่นี่

"เกือบเอาตัวไม่รอดเหมือนกันค่ะคุณท่าน" พริกแกงตอบตามตรง "คุณกวินทร์... ร้ายกว่าที่คิดไว้เยอะเลยค่ะ วันแรกก็เกือบจะไล่หนูออกเพราะแก้วกาแฟแตกแล้ว"

ปลายสายถอนหายใจยาว น้ำเสียงเต็มไปด้วยความกังวลและปวดร้าว "ย่าต้องขอโทษแทนตากวินทร์ด้วยนะหนูพริกแกง... แต่ที่ย่าต้องใช้วิธีนี้ และยอมจ่ายเงินก้อนโตจ้างหนูเข้าไปดูแลเขา เพราะย่าไม่มีทางเลือกแล้วจริงๆ"

"หนูขอถามตรงๆ ได้ไหมคะคุณท่าน" พริกแกงถามขึ้น น้ำเสียงจริงจังขึ้นทันตา "ทำไมคุณกวินทร์ถึงได้พาลและสติแตกขนาดนั้นคะ? ข้อมูลที่คุณท่านเคยให้หนูมันบอกแค่ว่าเขาอารมณ์ร้าย แต่ที่หนูเจอวันนี้... มันเหมือนเขากำลังคลุ้มคลั่งและทรมานตลอดเวลาเลยค่ะ"

ปลายสายเงียบไปนานจนพริกแกงคิดว่าสายหลุดไปแล้ว ก่อนที่คุณหญิงมณฑาจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

"ตากวินทร์... ไม่ได้นอนมาเกือบสามเดือนแล้วลูก"

คำสารภาพนั้นทำให้พริกแกงเบิกตากว้างด้วยความตกใจ "ไม่ได้นอน? หมายถึงนอนไม่หลับเหรอคะ?"

"ใช่... เขาเป็นโรคอินซอมเนียขั้นรุนแรงเฉียบพลัน ร่วมกับภาวะ PTSD (โรคเครียดผ่านหลังเผชิญภยันตราย) ตั้งแต่เมื่อสามปีก่อน..." คุณหญิงมณฑาเล่าความจริงที่ถูกปิดตายจากสังคมภายนอก "เมื่อสามปีก่อน ตากวินทร์ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์พร้อมกับพี่ชายของเขา... กวินทร์รอดชีวิตมาได้ แต่พี่ชายของเขาต้องกลายเป็นเจ้าชายนิทราก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา ตากวินทร์ฝังใจว่าตัวเองเป็นต้นเหตุที่ทำให้พี่ชายตาย"

"..." พริกแกงนิ่งเงียบ ฟังความจริงที่บีบหัวใจ

"หลังจากนั้นมา เขาก็กินไม่ได้นอนไม่หลับ ยิ่งช่วงสามเดือนนี้ที่เขาต้องขึ้นรับตำแหน่งประธานใหญ่แทนพ่อของเขาที่ล้มป่วย ความเครียดมันรุมเร้าจนยานอนหลับขนาดที่แรงที่สุดก็เอาเขาไม่อยู่ ร่างกายของเขากำลังจะพัง สมองเขากำลังจะรับไม่ไหว อารมณ์เขาเลยแปรปรวนคลุ้มคลั่งเหมือนคนบ้า ย่าพยายามส่งจิตแพทย์ไปรักษากี่คนๆ เขาก็ไล่ตะเพิดออกมาหมด ย่ากลัว... กลัวว่าวันหนึ่งหลานชายคนเดียวของย่าจะทนความทรมานนี้ไม่ไหว แล้วคิดสั้น..."

น้ำเสียงสั่นเครือของคุณย่าทำให้พริกแกงรู้สึกสะท้อนในอก เธอเข้าใจทันทีว่าทำไมกวินทร์ถึงพาลและสติแตกขนาดนั้น คนที่สมองไม่ได้พักผ่อน นอนไม่หลับติดต่อกันเป็นเดือนๆ ย่อมมีสภาพจิตใจที่บิดเบี้ยวและควบคุมอารมณ์ไม่ได้เป็นธรรมดา

"แล้วทำไมคุณท่านถึงเลือกหนูคะ? หนูไม่ได้จบพยาบาล ไม่ได้เรียนจิตวิทยามาเลยนะคะ" พริกแกงถามข้อสงสัยที่ค้างคาใจที่สุด

"เพราะสายตาของหนูไงล่ะ" คุณหญิงมณฑาตอบเบาๆ "ย่าเห็นหนูในวันที่หนูมาสมัครงานตำแหน่งทั่วไป ย่าเห็นความเด็ดเดี่ยว ความสู้คน และแววตาที่ไม่ยอมสยบต่อความอยุติธรรมของหนู คนรอบข้างกวินทร์มีแต่คนประจบประแจงและคนหวาดกลัว ซึ่งนั่นยิ่งทำให้เขารู้สึกโดดเดี่ยวและคลั่งกว่าเดิม ย่าต้องการคนที่แข็งแกร่งพอที่จะยืนหยัดเผชิญหน้ากับเขาโดยไม่วิ่งหนีไปเสียก่อน... ย่าต้องการให้หนูไปเป็นสมอเรือยึดเหนี่ยวไม่ให้ตากวินทร์คลั่งจนทำร้ายตัวเอง"

คุณหญิงมณฑาเว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง ก่อนจะย้ำถึงข้อตกลงสำคัญ

"และที่สำคัญ... เรื่องพี่ชายของหนู พสุ…ที่หายตัวไปอย่างปริศนา ย่าสัญญาว่าถ้าหนูสามารถช่วยประคับประคองกวินทร์จนเขากลับมานอนหลับและใช้ชีวิตปกติได้ ย่าจะใช้เครือข่ายและอิทธิพลทั้งหมดของอัครโภคิน ช่วยหนูตามหาพสุอย่างสุดความสามารถ และเงินห้าแสนบาทนั้น... ย่าจะจ่ายเพิ่มให้อีกเท่าตัวเมื่อภารกิจสำเร็จ"

พริกแกงกำโทรศัพท์แน่น ดวงตาไหวระริกด้วยความหวังและความหลังครั้งเก่า พี่ชายของเธอเป็นนักวิจัยฝีมือดีที่เคยทำงานให้บริษัทในเครืออัครโภคิน ก่อนจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยหลังจากเกิดอุบัติเหตุรถชนของกวินทร์ในครั้งนั้น!

เธอสงสัยมาตลอดว่าการหายตัวไปของพี่ชายเธอ... ต้องเกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุครั้งนั้นและตระกูลอัครโภคินอย่างแน่นอน การเข้ามาในบ้านหลังนี้จึงไม่ใช่แค่การทำงานเพื่อเงิน แต่เพื่อสืบหาความจริงเรื่องพี่ชายของเธอด้วย!

"ตกลงค่ะคุณท่าน... หนูจะพยายามทำทุกวิถีทาง เพื่อให้คุณกวินทร์กลับมานอนหลับให้ได้ค่ะ" พริกแกงรับคำหนักแน่น

"ขอบใจมากนะหนูพริกแกง... ย่าฝากกวินทร์ด้วยนะ"

หลังจากวางสาย พริกแกงนอนราบลงบนเตียง สายตาจับจ้องไปที่เพดานห้อง ความรู้สึกเห็นใจและหวาดระแวงในตัวกวินทร์ตีรวนอยู่ในอกอย่างสับสน

โครม!!!

จู่ๆ เสียงแก้วและสิ่งของบางอย่างตกกระแทกพื้นอย่างแรงก็ดังแว่วมาจากชั้นบนของคฤหาสน์ฝั่งตะวันออก ซึ่งเป็นโซนห้องนอนส่วนตัวของกวินทร์! ตามมาด้วยเสียงสบถลั่นที่เต็มไปด้วยความทรมาน

พริกแกงสะดุ้งสุดตัว เธอรีบสปริงตัวลุกขึ้นจากเตียงและเปิดประตูห้องวิ่งออกไปทันที

ทางเดินในคฤหาสน์มืดสนิท มีเพียงแสงไฟสลัวจากโคมไฟติดผนัง หญิงสาวรีบก้าวเท้าขึ้นบันไดไปยังห้องนอนใหญ่ของเจ้านายจอมโหด ประตูห้องนอนของเขาแง้มอยู่เล็กน้อย มีแสงสว่างรำไรเล็ดลอดออกมา พร้อมกับเสียงหอบหายใจอย่างหนักหน่วงราวกับคนกำลังจะขาดใจตาย

พริกแกงก้าวเข้าไปใกล้ แง้มประตูออกกว้างขึ้นเล็กน้อย ภาพตรงหน้าทำให้เธอถึงกับลืมหายใจ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป