บทที่ 5 5
พริกแกงลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ พยายามเกร็งกล้ามเนื้อแล้วค่อยๆ เลื่อนฝ่ามือไปยกท่อนแขนหนักอึ้งของเขาออกจากเอว ทว่าเพียงแค่ปลายนิ้วของเธอแตะลงบนผิวเนื้อ กวินทร์กลับขยับกายเบียดแนบชิดเข้ามามากกว่าเดิม ใบหน้าคมสันซุกลงตรงรอยต่อระหว่างลำคอกับหัวไหล่ของเธออย่างแนบแน่น คล้ายกำลังเสาะหาไออุ่นจากที่พึ่งพิงเพียงหนึ่งเดียว ขณะที่วงแขนแข็งแรงก็รัดกระชับเอวบางแน่นเข้าจนพริกแกงถึงกับเบิกตากว้าง
"โอ๊ย คุณกวินทร์" เธอกระซิบลอดไรฟัน พยายามเอียงหน้าหนี "นี่คนค่ะไม่ใช่ตุ๊กตาหมี ถ้าคิดจะกอดแน่นเบอร์นี้ช่วยจ่ายค่าจ้างพิเศษเพิ่มด้วยนะคะ"
แน่นอนว่าไม่มีเสียงขานรับใดๆ จากคนที่กำลังหลับสนิท มีเพียงไอร้อนจากลมหายใจสม่ำเสมอที่เป่ารดผิวเนื้อบริเวณซอกคอ จนหญิงสาวต้องย่นคอหนีด้วยความรู้สึกจั๊กจี้แปลบปลาบ พริกแกงเม้มริมฝีปากแน่นเพื่อกลั้นเสียงหัวเราะ ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวแรงด้วยเกรงว่าเขาจะพลอยตื่นขึ้นมา แล้วอาการหวาดผวาเมื่อคืนจะย้อนกลับมาเล่นงานเขาอีก ทว่าเพียงครู่เดียว คนที่เธอนึกว่าคงจะหลับยาวไปจนถึงเที่ยงวันก็เริ่มมีปฏิกิริยา
หัวคิ้วเข้มของกวินทร์เริ่มขมวดมุ่นเข้าหากันทีละน้อย ก่อนที่แพขนตาหนาจะค่อยๆ ขยับไหวและเปิดเปลือกตาขึ้นอย่างเชื่องช้า ภาพแรกที่สะท้อนในคลองจักษุคือกลุ่มผมนุ่มสลวยสีดำขลับของผู้หญิงคนหนึ่ง ภาพถัดมาคือพวงแก้มขาวนวลเนียนที่ลอยเด่นอยู่ห่างจากปลายจมูกของเขาเพียงไม่กี่คืบ และภาพสุดท้ายที่กระชากสติสัมปชัญญะของเขากลับคืนสู่ร่างเต็มร้อยในเสี้ยววินาที คือท่อนแขนของตัวเขาเองที่กำลังโอบกอดรัดรอบเอวของหญิงสาวไว้แน่นหนา ราวกับกลัวว่าเธอจะหลุดลอยหายไป
ชายหนุ่มนอนนิ่งงันค้างเติ่งไปราวสามวินาที
จากนั้นความรู้สึกก็เหมือนมีใครเอาน้ำแข็งเย็นจัดถังใหญ่มาเทราดรดศีรษะ
"เฮ้ย!"
กวินทร์ผงะหงายหลังพรวดจนแผ่นหลังแทบจะพลัดตกจากขอบเตียง สองมือที่เคยกอดรัดร่างบางไว้ถูกชักกลับมารวดเร็วปานจับโดนเหล็กร้อนแดง เขามองพริกแกงสลับกับที่นอนว่างเปล่าข้างกายด้วยความตื่นตระหนก ก่อนจะรีบตวัดสายตาขึ้นมองนาฬิกาเรือนใหญ่บนผนังห้อง แล้วก็ต้องเบิกตากว้าง ขมวดคิ้วแน่นอย่างไม่ยอมเชื่อสายตาตัวเอง เมื่อพบว่าเข็มสั้นชี้เลยไปจนเกือบจะถึงเวลาแปดโมงเช้าแล้ว
"เธอเข้ามาอยู่ในห้องฉันได้ยังไง!"
ถ้อยคำแรกที่หลุดออกมาจากปากหลังตื่นนอน ทำเอาพริกแกงที่กำลังยกมือบีบนวดกล้ามเนื้อแขนของตัวเองถึงกับชะงักกึก เธอหันขวับไปมองเขาด้วยสีหน้าราวกับกำลังมองสิ่งมีชีวิตที่แปลกประหลาดที่สุดในจักรวาล
"ฉันเข้ามา?"
"ก็ใช่น่ะสิ!"
"คุณจำอะไรไม่ได้เลยจริงๆ หรือว่าสมองมันรีเซ็ตระบบตัวเองหลังจากได้นอนหลับเต็มอิ่มครบแปดชั่วโมงคะ"
"พริกแกง!"
"เมื่อคืนคุณอาละวาดคลุ้มคลั่งจนห้องแทบพัง โคมไฟแตกกระจายเกือบจะล้มลงไปฟาดเศษแก้ว แล้วใครกันคะที่พุ่งเข้าไปรับตัวคุณไว้ พยุงคุณขึ้นมา หลังจากนั้นก็มีใครบางคนนอนกอดฉันไว้แน่นหนึบเหมือนลูกลิงกอดแม่ ถ้าจะถามหาความจริงว่าใครเป็นฝ่ายเข้าหาใครก่อน ฉันว่าคุณลองก้มลงไปถามแขนตัวเองดูดีกว่าค่ะ เพราะหลักฐานเพิ่งจะยอมถอนกำลังกลับไปเมื่อกี้นี้เอง"
ใบหน้าคมคายของกวินทร์แข็งค้างไปในทันที เขาเผลอเหลือบมองท่อนแขนข้างที่เพิ่งใช้กอดรัดเอวเธอไว้แน่น ก่อนจะรีบตวัดสายตากลับมาทำหน้าดุดันกลบเกลื่อนความกระอักกระอ่วน
"ฉันไม่ได้กอดเธอ"
"ค่ะ"
"ฉันแค่หมดสติไป"
"ค่ะ"
"แล้วถ้าคนเราหมดสติ ร่างกายมันจะขยับไปอยู่ตรงไหนหรือทำอะไร ฉันจะไปรู้ตัวได้ยังไง"
พริกแกงพยักหน้ารับอย่างว่าง่ายเกินความจำเป็น จนคนมองเริ่มรู้สึกไม่ปลอดภัยในอารมณ์ "เข้าใจแล้วค่ะ แค่หมดสติ"
"ใช่"
"ขนาดหมดสติยังล็อคเอวฉันไว้แน่นเบอร์นี้ ถ้าเกิดนอนหลับจริงๆ มีหวังฉันคงท้องได้เลยมั้งคะเนี่ย"
"พริกแกง!"
เสียงคำรามทุ้มต่ำตวาดก้องลั่นห้องจนพริกแกงต้องแกล้งยกมือขึ้นอุดหู ทว่าแทนที่จะหวาดผวาตามธรรมเนียมคนรับใช้ทั่วไป หญิงสาวกลับหลุดหัวเราะพรืดออกมาจนหัวไหล่ไหวสั่น ยิ่งได้เห็นผิวแก้มและใบหูของชายหนุ่มเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เธอก็ยิ่งมั่นใจว่าในที่สุดตนเองก็ค้นพบอาวุธชั้นยอดที่ใช้ปราบพยศอสูรร้ายประจำคฤหาสน์ได้แล้ว
นั่นคือความอาย
"จะแผดเสียงตะโกนทำไมล่ะคะ ฉันก็แค่พูดดักคอเผื่อเอาไว้ เผื่อว่าเดือนหน้าประจำเดือนไม่มาขึ้นมาจริงๆ จะได้รู้ตัวถูกว่าต้องส่งใบแจ้งหนี้ค่าฝากครรภ์ไปเก็บเงินที่ใคร"
"หยุดเพ้อเจ้อเดี๋ยวนี้!"
"ก็แหม คุณเป็นคนบอกเองนี่คะว่าไม่ได้กอด"
"ฉันไม่ได้กอด!"
"งั้นคนที่กอดรัดฉันแน่นจนแขนชาดิกไปเป็นชั่วโมงๆ เมื่อคืนนี้ คงเป็นวิญญาณบรรพบุรุษตระกูลอัครโภคินลงมาเข้าสิงสินะคะ"
กวินทร์ขบกรามแน่นจนได้ยินเสียงฟันกระทบกันเป็นสันนูน เขาไม่เคยตื่นนอนขึ้นมาแล้วรู้สึกเสียหน้าและพ่ายแพ้ยับเยินขนาดนี้มาก่อนในชีวิต และที่ร้ายกาจยิ่งไปกว่านั้นคือ สภาพร่างกายของเขากลับสดชื่นกระปรี้กระเปร่าอย่างน่าประหลาด อาการปวดขมับตุบๆ ที่คอยตามหลอกหลอนมานานหลายเดือนลดทอนลงไปจนแทบไม่หลงเหลือ ความรู้สึกหนักอึ้งตรงเบ้าตาที่มักจะทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดงุ่นง่านทุกเช้าก็จางหายไป สมองของเขาปลอดโปร่งโล่งสบายเสียจนเขาไม่อยากเชื่อ
เขานอนหลับได้
ไม่ใช่การหลับๆ ตื่นๆ ผวาตัวโยน ไม่ใช่การหลับไปได้เพียงยี่สิบนาทีแล้วต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมาเผชิญกับฝันร้าย และไม่ใช่การหมดสลบไสลไปด้วยฤทธิ์ยานอนหลับขนาดแรงที่ตื่นขึ้นมาพร้อมความมึนงงคลื่นเหียน
เขาหลับสนิทจริงๆ ต่อเนื่องยาวนานหลายชั่วโมง
และปาฏิหาริย์ที่ว่านั้น มันดันเกิดขึ้นในตอนที่มีผู้หญิงปากกล้าตรงหน้านี้นั่งอยู่เคียงข้าง
ความคิดนั้นยิ่งจุดประกายโทสะให้กวินทร์หงุดหงิดจนแทบคลั่ง เพราะเขาไม่มีวันยอมรับเด็ดขาดว่าคนอย่างเขาจะต้องมาพึ่งพาใครหน้าไหน โดยเฉพาะกับพริกแกง ยายสาวใช้ตัวแสบที่เพิ่งจะยืนเชิดหน้าประกาศสงครามกับเขาต่อหน้าคนทั้งบ้านเมื่อวานนี้
"ออกไป"
