บทที่ 6 6

พริกแกงเลิกคิ้วมองเขาอย่างยียวน "ว่าอะไรนะคะ"

"ฉันบอกให้เธอไสหัวออกไปจากห้องของฉันเดี๋ยวนี้ แล้วอย่าได้สะเออะเอาเรื่องเมื่อคืนนี้ไปเล่าให้ใครฟังเด็ดขาด"

"เรื่องไหนล่ะคะ เรื่องที่คุณนอนกอดฉันแน่นทั้งคืน หรือว่าเรื่องที่คุณหลับสนิทเป็นตายจนแทบจะนอนน้ำลายไหล"

"ฉันไม่ได้น้ำลายไหล!"

"อ้าว เหรอคะ ถ้าอย่างนั้นรอยชื้นๆ ตรงหัวไหล่เสื้อฉันนี่คงเป็นหยดน้ำค้างยามเช้าสินะคะ"

กวินทร์คว้าหมอนข้างใกล้มือขึ้นมาง้างสุดแขนหมายจะปาอัดใส่ร่างบางให้หายแค้น ทว่าพริกแกงกลับปราดเปรียวกว่ามาก เธอดีดตัวผละลงจากเตียงแล้ววิ่งปราดไปยืนเกาะขอบประตูห้องได้ในพริบตา ก่อนจะหันกลับมายิ้มหวานหยดย้อยส่งให้คนที่กำลังถือหมอนค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ

"รับทราบคำสั่งค่ะเจ้านาย รับรองว่าฉันจะเหยียบเรื่องที่คุณนอนกอดฉันทั้งคืนไว้ให้มิดเลยค่ะ"

"พริกแกง!"

"แล้วก็จะไม่ยอมบอกใครด้วยนะคะว่าคุณหลับสบายอกสบายใจขนาดไหน"

"ออกไป!"

"ไปแล้วค่า ไม่ต้องคิดถึงกันมากนะคะ เดี๋ยวคืนนี้ค่อยมานอนกอดกันใหม่"

หมอนใบใหญ่ถูกขว้างแหวกอากาศพุ่งตรงมายังบานประตูอย่างแรง ทว่าพริกแกงดึงประตูปิดล็อกได้ทันท่วงที เสียงหมอนกระทบเนื้อไม้ดังตุ้บใหญ่ ตามมาด้วยเสียงสบถพึมพำอย่างหัวเสียของเจ้าของห้องที่แว่วลอดออกมา หญิงสาวยืนพิงแผ่นหลังกับบานประตูพลางหัวเราะคิกคักอยู่คนเดียวอย่างสะใจ ทว่าเมื่อความสนุกสนานเริ่มคลายลง แววตาคู่กลมโตกลับทอดมองลงต่ำด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป

เมื่อคืนนี้ กวินทร์นอนหลับได้จริงๆ

เรื่องนี้อาจดูเป็นเพียงเรื่องธรรมดาสามัญสำหรับคนทั่วไป แต่สำหรับคนที่แทบไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่มานานนับหลายเดือน มันไม่ต่างอะไรกับปาฏิหาริย์ และพริกแกงก็ตระหนักดีว่า คุณหญิงมณฑาจะรู้สึกโล่งอกและดีใจมากเพียงใดหากได้รับรู้เรื่องนี้

หญิงสาวยังไม่ทันจะได้ก้าวพ้นโถงทางเดิน ป้าสายใจที่กำลังถือพับผ้าสะอาดเดินนำแม่บ้านสาวอีกสองคนก็หยุดชะงักฝีเท้าลงพร้อมกัน ดวงตาฝ้าฟางของหญิงสูงวัยกวาดมองสำรวจตั้งแต่ใบหน้าของพริกแกงไปยังบานประตูห้องนอนของกวินทร์ ก่อนจะวกกลับมาจ้องมองสาวใช้หน้าใหม่อีกครั้งด้วยแววตาที่ไม่อยากเชื่อ

"หนูพริกแกง"

"จ๊ะป้า"

"เมื่อคืนนี้ เอ็งอยู่ในห้องคุณกวินทร์ทั้งคืนเลยเหรอ"

พริกแกงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแกล้งยกนิ้วชี้ขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองเบาๆ "ความลับระดับชาติเชียวนะจ๊ะป้า ถ้าเกิดคุณกวินทร์รู้เข้าว่าป้ารู้เรื่องนี้ เราสองคนคงต้องรีบเก็บกระเป๋าหนีข้ามแดนไปอยู่ประเทศเพื่อนบ้านแน่ๆ จ้ะ"

แม่บ้านรุ่นน้องสองคนที่ยืนอยู่ด้านหลังป้าสายใจถึงกับต้องรีบก้มหน้า กลั้นเสียงหัวเราะจนตัวสั่น ทว่าหญิงสูงวัยกลับไม่ได้สนใจมุกตลกนั้นเลยแม้แต่น้อย นางก้าวเข้าไปคว้ามือเรียวของพริกแกงมากุมไว้แน่น แววตาและสีหน้าเต็มไปด้วยความคาดหวังระคนตื่นเต้น

"แล้วคุณกวินทร์แกหลับไหมลูก"

คำถามที่ตรงเข้าเป้าทำให้พริกแกงค่อยๆ คลี่ยิ้มบางออกมา "หลับจ้ะ หลับสนิทแบบยาวรวดเดียวเลยด้วย หลายชั่วโมงเลยค่ะ"

"จริงเหรอ!"

เสียงอุทานของป้าสายใจดังลั่นโถงทางเดินเสียจนพริกแกงต้องรีบยกมือขึ้นตะปบปิดปากหญิงสูงวัยเอาไว้แทบไม่ทัน

"เบาๆ สิคะป้าสายใจ เดี๋ยวพ่อเจ้าประคุณได้ยินเข้า จะพาลสั่งคนมาจับพวกเราไปขุดหลุมฝังหลังบ้านกันหมดนะคะ"

หยาดน้ำตาเม็ดใสเอ่อรื้นขึ้นมาคลอเบ้าตาของป้าสายใจอย่างกะทันหัน ความลิงโลดใจเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความตื้นตันระคนปวดร้าว จนพริกแกงต้องหยุดแกล้งล้อ "ป้าไม่เคยเห็นคุณกวินทร์นอนหลับยาวๆ แบบนี้มานานมากแล้วนะลูก บางคืนป้าตื่นมาเข้าห้องน้ำตอนตีสาม ยังเห็นไฟในห้องทำงานของแกเปิดสว่างโร่อยู่เลย พอรุ่งเช้าก็ฝืนลากสังขารออกไปบริษัทต่อ เห็นแล้วป้าก็ใจหายใจคว่ำ ต่อให้คุณกวินทร์จะอารมณ์ร้ายกาจสักแค่ไหน ป้าก็เลี้ยงดูอุ้มชูแกมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย พอเห็นแกต้องมาทนทุกข์ทรมานแบบนี้ ป้าก็สงสารจับใจ"

พริกแกงบีบมือหญิงสูงวัยตอบเบาๆ เพื่อปลอบประโลม "เมื่อคืนเขาหลับได้แล้วค่ะป้า อย่างน้อยก็นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีนะคะ"

"เป็นเพราะหนูหรือเปล่าลูก"

คำถามนั้นทำให้พริกแกงนิ่งเงียบไปเล็กน้อย ตัวเธอเองก็ยังไม่แน่ใจนัก และไม่อยากด่วนสรุปเข้าข้างตัวเองจนเกินไป "บางทีอาจจะเป็นเพราะร่างกายของเขาเหนื่อยล้าจนทนรับไม่ไหวแล้วจริงๆ ก็ได้ค่ะ อย่าเพิ่งด่วนสรุปไปเลย"

"แต่นี่มันเป็นครั้งแรกในรอบหลายๆ เดือนเลยนะลูก"

"ถ้าอย่างนั้นก็ถือเสียว่าฉันมีบุญคุณกับเขาสักหนึ่งเปอร์เซ็นต์แล้วกันค่ะ ส่วนอีกเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์ที่เหลือ เขายังคงติดหนี้เวรหนี้กรรมที่จงใจปาแก้วกาแฟลงพรมแล้วโยนความผิดใส่ฉันอยู่ดี"

ป้าสายใจหลุดเสียงหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา คราวนี้แม่บ้านสาวอีกสองคนด้านหลังก็พลอยทนกลั้นไม่ไหว พากันส่งเสียงหัวเราะคิกคักเบาๆ คลอไปตามโถงทางเดิน ซึ่งเป็นบรรยากาศที่แทบไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อนบนชั้นพักผ่อนส่วนตัวของกวินทร์ ทว่าห้วงเวลาแห่งความผ่อนคลายนั้นคงอยู่ได้ไม่ถึงสิบวินาที เสียงผลักบานประตูก็ดังผางขึ้นขัดจังหวะ

เจ้าของบ้านร่างสูงใหญ่ยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวใหม่รีดเรียบกริบกับกางเกงสแล็กสีเข้ม เรือนผมที่เพิ่งจัดทรงอย่างประณีตส่งให้เขากลับมาดูสง่างามสมฐานะทายาทหมื่นล้านอีกครั้ง หากแต่สีหน้าและแววตากลับบอกชัดเจนว่าเขาได้ยินบทสนทนาเมื่อครู่ทั้งหมด

เสียงหัวเราะเงียบกริบลงพร้อมเพรียงกันราวกับมีใครกดสวิตช์ตัดสัญญาณ

ป้าสายใจรีบก้มหน้าชิดอก แม่บ้านสาวด้านหลังแทบจะหยุดหายใจ มีเพียงพริกแกงคนเดียวที่ยังคงยืนส่งยิ้มแป้นอย่างไม่สะทกสะท้าน

"มีเรื่องอะไรน่าขำกันนัก"

"ไม่มีอะไรค่ะคุณกวินทร์" ป้าสายใจละล่ำละลักตอบ

"แล้วเมื่อกี้พากันหัวเราะเรื่องอะไร"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป