บทที่ 8 8
พริกแกงหมุนตัวกลับมา ตีสีหน้าซื่อตาใสจนคนมองรู้ได้ทันทีว่าเธอจงใจแกล้งกวน "แต่คุณไม่ยอมดื่มนี่คะ"
"ฉันสั่งให้วางลง"
"อ๋อ ได้ค่ะ วางก็วาง"
เธอค่อยๆ ประคองถ้วยชาวางลงตรงหน้าเขาอย่างนุ่มนวลแล้วถอยฉากออกมายืนคุมเชิง กวินทร์จ้องมองน้ำชาสีเหลืองทองอำพันในถ้วยด้วยสายตาระแวดระวัง ราวกับมันเป็นยาพิษหรือศัตรูตัวฉกาจ ก่อนที่เขาจะค่อยๆ ยกมันขึ้นมาจรดริมฝีปาก แล้วจิบลิ้มรสมันเพียงนิดเดียว
พริกแกงแอบกระตุกรอยยิ้มตรงมุมปากทันที
"อย่ายิ้ม"
"เปล่ายิ้มเสียหน่อยนะคะ"
"เห็นอยู่ตำตาว่าเธอกำลังยิ้ม"
"บังเอิญฉันเป็นคนหน้าตาดีแต่กำเนิดค่ะ เวลาทำหน้านิ่งๆ มันก็เลยดูเหมือนกำลังอมยิ้มอยู่ตลอดเวลา"
กวินทร์ต้องหลับตาลงแน่นชั่วขณะ คล้ายกำลังพยายามสะกดกลั้นอารมณ์และเตือนสติสตังของตัวเองว่า การลงมือฆาตกรรมสาวใช้ตั้งแต่วันที่สองของการทำงาน น่าจะนำพาปัญหาทางข้อกฎหมายที่ยุ่งยากตามมาอย่างแน่นอน
ป้าสายใจที่ยืนมองดูภาพเหตุการณ์ตรงหน้าแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาของตัวเอง กวินทร์อาจจะยังคงมีท่าทีปากร้ายเอาแต่ใจเหมือนเดิม แต่สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดคือ ในเช้าวันนี้เขาไม่ได้ระเบิดอารมณ์บ้าคลั่งใส่ใครเลยสักครั้ง แม้จะถูกพริกแกงคอยยั่วโมโหกระตุกหนวดเสืออยู่แทบจะทุกห้านาที ชายหนุ่มดูเหมือนจะมีพละกำลังในการควบคุมสติอารมณ์ของตนเองได้ดีขึ้น และเพียงแค่ได้เห็นเขากลืนข้าวต้มลงคอไปจนเกือบจะหมดชาม มันก็มากพอที่จะทำให้หญิงสูงวัยอยากจะวิ่งไปจุดประทัดฉลองหน้าคฤหาสน์แล้ว
ทว่าความสงบสุขของเช้าวันนั้นก็สิ้นสุดลงในเวลาต่อมา เมื่อกวินทร์เรียกป้าสายใจและพริกแกงเข้าไปพบในห้องรับแขกเล็ก ก่อนจะยื่นแผ่นกระดาษสีขาวจำนวนสองแผ่นส่งมาตรงหน้า
"นี่คืออะไรคะ"
พริกแกงรับแผ่นกระดาษมาคลี่อ่าน ก่อนที่เรียวคิ้วสวยจะค่อยๆ เลิกสูงขึ้นทีละน้อยตามลำดับข้อความที่ปรากฏ
กฎระเบียบสำหรับพริกแกง ข้อหนึ่ง ห้ามก้าวเท้าเข้ามาในห้องนอนของกวินทร์โดยไม่ได้รับอนุญาต ข้อสอง ห้ามถูกเนื้อต้องตัวกวินทร์โดยไม่ได้รับอนุญาตเด็ดขาด ข้อสาม ห้ามนำเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ไปแพร่งพรายกับผู้ใดทั้งสิ้น ข้อสี่ ห้ามริอ่านชงเครื่องดื่มชนิดอื่นที่นอกเหนือจากคำสั่ง ข้อห้า ห้ามก้าวก่ายหรือเปลี่ยนแปลงตารางอาหารประจำวัน ข้อหก ห้ามแตะต้องเสื้อผ้าในตู้แต่งตัวโดยพลการ ข้อเจ็ด เมื่อมีเสียงเรียกหา ต้องมารายงานตัวภายในเวลาห้านาที ข้อแปด ห้ามโต้เถียงทุกคำสั่ง ข้อเก้า ห้ามพูดจาประชดประชันเหน็บแนม ข้อสิบ ห้ามบังอาจเรียกกวินทร์ว่าก็อตซิลล่า ข้อสิบเอ็ด ห้ามหัวเราะเยาะเย้ยใส่หน้า ข้อสิบสอง ห้ามยุ่งเรื่องส่วนตัวทุกกรณี ข้อสิบสาม ห้ามทำหน้าระรื่นหรือยิ้มกวนประสาท
พริกแกงกวาดสายตาอ่านรวดเดียวจนถึงบรรทัดสุดท้าย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับเจ้าของกฎเหล็ก "หมดหรือยังคะ"
"สำหรับตอนนี้ มีแค่นี้"
"คุณนั่งเขียนเองทั้งหมดเลยเหรอคะ"
"ใช่"
"เมื่อคืนเพิ่งจะได้นอนหลับเต็มอิ่มไปไม่กี่ชั่วโมง พอรุ่งเช้าสมองเริ่มปลอดโปร่ง ก็เลยทุ่มเทพลังงานทั้งหมดมานั่งร่างรัฐธรรมนูญปกครองสาวใช้ฉบับนี้ขึ้นมาเหรอคะเนี่ย"
ป้าสายใจต้องรีบเบือนหน้าหนีไปมองกระถางต้นไม้นอกหน้าต่างเพราะกลัวว่าจะหลุดหัวเราะออกมา ขณะที่กวินทร์ชี้นิ้วเข้มงวดใส่กระดาษในมือเธอ
"อ่านแล้วก็จำใส่หัวไว้ให้ขึ้นใจทุกข้อด้วย"
"ขอยืมปากกาหน่อยค่ะ"
"เธอจะเอาไปทำอะไร"
"จะขอเพิ่มข้อสิบสี่ค่ะ"
ชายหนุ่มหรี่ตามองเธออย่างระแวดระวังทันที "ข้ออะไรของเธอ"
พริกแกงไม่รอคำตอบ เธอเอื้อมมือไปคว้าปากกาบนโต๊ะมาจรดปลายเขียนลงไปท้ายกระดาษอย่างรวดเร็วโดยไม่ขออนุญาต ก่อนจะชูขึ้นอ่านออกเสียงดังฟังชัด "ข้อสิบสี่ หากคุณกวินทร์กระทำการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ด้วยการนอนกอดสาวใช้ในขณะหลับ สาวใช้มีสิทธิ์คิดค่าบริการเป็นรายชั่วโมง"
"พริกแกง!"
"และข้อสิบห้า ถ้าเกิดกอดแช่ยาวนานเกินกว่าสามชั่วโมงขึ้นไป ขอคิดเป็นค่าล่วงเวลาโอทีด้วยนะคะ"
"เอากระดาษแผ่นนั้นคืนมานี่!"
หญิงสาวเอี้ยวตัวหลบฝ่ามือหนาที่เอื้อมมาหมายจะแย่งชิงได้อย่างหวุดหวิด ก่อนจะซอยเท้าวิ่งอ้อมหลบไปอยู่อีกฝั่งของโซฟาตัวใหญ่ "ไม่ได้ค่ะ เอกสารสำคัญระดับนี้ลงลายลักษณ์อักษรไปแล้วห้ามแก้ไขเด็ดขาด"
"ใครบอกเธอว่าเป็นเอกสารราชการ!"
"แหม ก็คุณเล่นร่างมาเป็นข้อๆ เสียเคร่งครัดขนาดนี้ ฉันก็นึกว่าจะต้องเอาไปยื่นประทับตราครุฑเสียอีกนี่คะ"
ป้าสายใจถึงกับต้องยกสองมือขึ้นปิดปาก คราวนี้หัวไหล่ของหญิงสูงวัยสั่นระริกจนแทบจะกลั้นไม่อยู่ กวินทร์จึงตวัดสายตาดุขวางไปมอง "ป้าสายใจ"
"คะ คุณกวินทร์"
"ป้าออกไปรอข้างนอกก่อน"
"ได้ค่ะคุณผู้ชาย"
หญิงสูงวัยรีบสาวเท้าก้าวออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว ทว่าก่อนที่บานประตูจะปิดสนิทลง พริกแกงก็ได้ยินเสียงหัวเราะอย่างอดกลั้นไม่ไหวแว่วหลุดรอดมาจากด้านนอก จนเธอเองต้องเม้มปากแน่นเพื่อกลั้นยิ้มตาม
กวินทร์ยืนจ้องมองร่างเล็กที่ยังคงถือแผ่นกระดาษกฎเหล็กของเขาไว้แน่น ก่อนจะเอ่ยปากขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ลดระดับความเกรี้ยวกราดลง "ฉันพูดจริงๆ นะพริกแกง นับตั้งแต่นาทีนี้เป็นต้นไป ห้ามเธอก้าวเท้าเข้ามาในห้องนอนของฉันอีกเด็ดขาด"
คราวนี้น้ำเสียงของเขาไม่ได้มีเพียงแค่ความเคอะเขินหรืออับอาย หากแต่เจือไว้ด้วยกลิ่นอายของการสร้างกำแพงเพื่อปกป้องความอ่อนแอของตัวเองเอาไว้ พริกแกงสัมผัสได้ถึงความรู้สึกนั้น เธอจึงค่อยๆ ลดท่าทียียวนกวนประสาทลง
"แล้วถ้าเกิดเหตุการณ์แบบเมื่อคืนนี้ขึ้นมาอีกรอบล่ะคะ"
"มันจะไม่มีวันเกิดขึ้นอีก"
"คุณรู้ได้ยังไงคะว่าจะไม่เกิดขึ้น"
"ฉันจัดการตัวเองได้"
"เมื่อคืนก่อนหน้านี้คุณก็คิดว่าตัวเองจัดการได้เหมือนกันไม่ใช่เหรอคะ"
