บทที่ 1 ตอนที่ 1 เจ้าสาวใช้หนี้
ตอนที่ 1
เจ้าสาวใช้หนี้
เสียงฝนที่ตกกระทบกระจกหน้าต่างดังสม่ำเสมอ ทว่าไม่อาจกลบเสียงสะอื้นเบา ๆ ของ หญิงสาวที่นั่งก้มหน้าอยู่ปลายเตียงได้เลย
พิณลดากำชายกระโปรงสีขาวแน่นจนปลายนิ้วซีด ดวงตาคู่สวยแดงช้ำจากการร้องไห้ตลอดทั้งคืน ขณะที่เครื่องสำอางบนใบหน้าค่อย ๆ เลอะจางลงอย่างน่าเวทนา
คืนนี้ควรเป็นคืนที่มีความสุขที่สุดของผู้หญิงคนหนึ่งแต่สำหรับเธอ...มันคือคืนที่หัวใจถูกเหยียบย่ำตั้งแต่ยังไม่เริ่มต้นชีวิตคู่ด้วยซ้ำ
“พิณ...ลูกยังไม่นอนอีกเหรอ”เสียงแหบพร่าของประยูรดังขึ้นจากหน้าประตู ชายวัยกลางคนในชุดสูทเก่าซีดเปิดประตูเข้ามาช้า ๆ ดวงตาแดงก่ำไม่ต่างจากลูกสาว
พิณลดารีบยกมือปาดน้ำตา ก่อนฝืนยิ้มบาง ๆ ให้พ่อ
“ยังค่ะ หนูยังไม่ง่วง”
เธอตอบเสียงเบา พลางหลบสายตา เพราะไม่อยากให้ผู้เป็นพ่อรู้ว่าเธอกำลังร้องไห้หนักเพียงไหน
ประยูรเดินเข้ามานั่งข้างลูกสาวอย่างช้า ๆ ก่อนมองชุดเจ้าสาวสีขาวสะอาดที่อยู่บนร่างบางด้วยแววตาสั่นไหว
“พ่อขอโทษนะพิณ...”คำพูดของทำให้หญิงสาวนิ่งไปทันที
“ถ้าพ่อไม่ล้มเหลว ถ้าพ่อไม่เป็นหนี้ ลูกก็คงไม่ต้อง...”
“พ่อคะ”พิณลดารีบจับมือหยาบกร้านของพ่อไว้แน่น ก่อนส่ายหน้าเบา ๆ น้ำตาเริ่มคลอขึ้นมาอีกครั้ง
“อย่าพูดแบบนั้นเลยนะคะ”
เธอฝืนยิ้ม แม้หัวใจจะปวดหนึบจนแทบหายใจไม่ออก
“หนูเต็มใจเอง” โกหก...ทั้งที่ในใจร้องไห้จนแทบขาดใจ ใครจะเต็มใจแต่งงานกับผู้ชายที่เกลียดตัวเองตั้งแต่ยังไม่เริ่มต้นกันจริง ๆ ใครจะเต็มใจเดินเข้าไปในชีวิตที่รู้ล่วงหน้าว่าจะไม่มีวันได้ความรักกลับมาแต่เธอไม่มีทางเลือก บริษัทของพ่อกำลังล้มละลาย หนี้หลายสิบล้านกำลังจะทำให้บ้านถูกยึด คนงานหลายคนกำลังเดือดร้อน และคนเดียวที่ยื่นมือเข้ามาช่วยคือตระกูลวราธิปโดยมีเงื่อนไขเพียงข้อเดียวเธอต้องแต่งงานกับธีร์ดนย์
“ลูกยังถอนตัวได้นะพิณ”ประยูรพูดเสียงสั่น ดวงตาแดงก่ำอย่างคนรู้สึกผิด“พ่อไม่อยากให้ลูกเอาชีวิตไปแลกกับหนี้ของพ่อ”
พิณลดากัดริมฝีปากแน่น ก่อนฝืนยิ้มทั้งน้ำตา
“แต่หนูอยากให้พ่อได้เริ่มต้นใหม่ค่ะ”เธอพูดเสียงสั่น พลางกุมมือพ่อไว้แน่น
“แค่พ่อยังอยู่กับหนู...มันก็คุ้มแล้ว”ประโยคนั้นทำให้ชายวัยกลางคนสะอื้นออกมาเงียบ ๆเขารู้ดี...
ลูกสาวคนนี้กำลังเสียสละทั้งชีวิตเพื่อเขา
พิธีแต่งงานถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในโรงแรมหรูระดับห้าดาว แขกเหรื่อมากมายเดินผ่านเข้าออกด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เสียงแฟลชจากกล้องนักข่าวดังไม่หยุด
แต่ภายใต้ความหรูหรานั้น กลับไม่มีความอบอุ่นเลยสักนิด
พิณลดายืนอยู่หน้าเวทีในชุดเจ้าสาวสีขาวเรียบหรู ดวงหน้าหวานซีดเซียวเล็กน้อย แม้ช่างแต่งหน้าจะพยายามปกปิดความเศร้าไว้มากแค่ไหนก็ตามสายตาหลายคู่มองเธออย่างดูแคลน
“ได้ข่าวว่าพ่อเป็นหนี้จนจะล้มละลายนี่”
“คงเอาลูกสาวมาขัดดอก”
“ผู้หญิงแบบนี้แหละ จับผู้ชายรวย”
เสียงซุบซิบดังเข้าหูชัดเจนจนหัวใจเธอหน่วงหนักแต่สิ่งที่เจ็บที่สุด...คือสายตาของเจ้าบ่าว
ธีร์ดนย์ยืนอยู่ไม่ไกลในชุดสูทสีดำสนิท รูปร่างสูงใหญ่สง่างามราวรูปสลัก ใบหน้าหล่อเหลาคมคายเย็นชาจนแทบไร้อารมณ์เขาไม่ได้มองเธอเหมือนเจ้าสาวแต่กำลังมองปัญหา
พิณลดาก้มหน้าลงเล็กน้อยเมื่อสายตาคมเข้มตวัดมามองแค่แวบเดียว...แต่เย็นชาจนเธอหนาวไปทั้งหัวใจ
“ได้เวลาแล้วครับ”พิธีกรเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม
เสียงดนตรีคลาสสิกเริ่มบรรเลง ขณะที่พิณลดาค่อย ๆ ก้าวเดินไปยังกลางเวทีอย่างเชื่องช้าทุกย่างก้าวหนักอึ้งราวกำลังเดินเข้าสู่กรงขังเมื่อมาหยุดตรงหน้าเจ้าบ่าว ธีร์ดนย์กลับไม่ได้แม้แต่จะยื่นมือมารับเธอเขาเพียงยืนนิ่ง สีหน้าเรียบเฉย
พิณลดาเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนพยายามยิ้มบาง ๆ ทั้งที่ในใจปวดร้าว ตลอดพิธี ชายหนุ่มแทบไม่พูดอะไร ไม่มีรอยยิ้มกระทั่งตอนสวมแหวน เขายังจับมือเธออย่างห่างเหิน ราวกับแตะต้องสิ่งที่ไม่อยากแตะ
“คุณธีร์ยิ้มหน่อยค่ะ”ช่างภาพพูดขึ้นอย่างเกรงใจ
ธีร์ดนย์ปรายตามองเล็กน้อย ก่อนยกมุมปากเพียงนิดเดียวแบบเสียไม่ได้และนั่นยิ่งทำให้พิณลดารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นตัวตลก
.. หลังจบพิธี เจ้าสาวหลายคนคงได้ยินคำหวานจากสามีแต่สิ่งที่พิณลดาได้รับคือความเงียบ
ธีร์ดนย์เดินนำเธอเข้าห้องรับรองโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง
เมื่อประตูปิดลง เขาก็ปลดเนกไทอย่างหงุดหงิด ก่อนหันมามองเธอด้วยสายตาเย็นชา
“หวังว่าคุณจะพอใจกับสิ่งที่ต้องการแล้ว”น้ำเสียงนั้นเย็นจนพิณลดาชาวาบไปทั้งตัว
“คุณหมายความว่ายังไงคะ”เธอถาม พยายามควบคุมหัวใจที่เริ่มสั่น
ธีร์ดนย์หัวเราะในลำคอเบา ๆ อย่างสมเพช“ก็เงินไง” เขาตอบตรง ๆ โดยไม่คิดอ้อมค้อม“พ่อคุณเป็นหนี้ แล้วคุณก็ใช้ตัวเองแลกเงินช่วยครอบครัว”
ดวงตาของพิณลดาสั่นไหวทันที แม้รู้ว่าเขาเกลียดเธอ แต่คำพูดนี้ก็ยังเจ็บเกินรับไหว
“ฉันไม่ได้...”
“ไม่ต้องแสร้งทำเป็นใสซื่อ”
ธีร์ดนย์ตัดบททันที สีหน้าเริ่มเย็นลงกว่าเดิม
“ผมรู้ดีว่าคนอย่างคุณต้องการอะไร”
พิณลดากำมือแน่นจนเล็บจิกเนื้อน้ำตาเอ่อขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้เธออยากอธิบายเหลือเกิน ว่าเธอไม่เคยคิดจับเขา ไม่เคยอยากได้อะไรจากเขาเลย
แต่สุดท้าย...ก็พูดไม่ออกเพราะความจริงมันก็เป็นอย่างที่เขาพูดเธอแต่งงานเพื่อแลกหนี้จริง ๆแม้เหตุผลลึก ๆ จะไม่ใช่เพราะเงินก็ตาม
“ต่อจากนี้ทำหน้าที่ภรรยาให้ดีก็พอ”
ธีร์ดนย์พูดทิ้งท้าย ก่อนเดินออกจากห้องไปทันทีปล่อยให้พิณลดายืนนิ่งอยู่เพียงลำพัง
หญิงสาวทรุดตัวลงช้า ๆ ก่อนปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมาเงียบ ๆเสียงสะอื้นเบา ๆ ดังอยู่ในห้องกว้างหรูหราแต่ไม่มีใครได้ยิน
คืนนั้น ฝนตกหนักมากพิณลดายืนอยู่ริมหน้าต่างห้องเจ้าสาว มองแสงไฟในเมืองพร่ามัวผ่านม่านน้ำตา เธอมองแหวนแต่งงานบนมือด้วยหัวใจหนักอึ้ง
หลายปีก่อน...
เธอเคยแอบชอบธีร์ดนย์ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอเขาในงานเลี้ยงธุรกิจของพ่อตอนนั้นเขาเป็นผู้ชายที่ดูสูงส่ง ราวกับอยู่คนละโลกกับเธอ เธอไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งจะได้แต่งงานกับเขาแต่พอได้จริง ๆ ...มันกลับเจ็บปวดเหลือเกิน ประตูห้องเปิดออกอีกครั้ง ทำให้หญิงสาวรีบปาดน้ำตา
ธีร์ดนย์เดินเข้ามาพร้อมกลิ่นแอลกอฮอล์จาง ๆ สีหน้าเหนื่อยล้าและหงุดหงิดเขามองเธอเพียงแวบเดียว ก่อนปลดกระดุมสูทออกช้า ๆ
“คืนนี้ผมจะนอนห้องทำงาน”เขาพูดเรียบ ๆ โดยไม่แม้แต่จะมองหน้าเธอ
หัวใจของพิณลดาหวิวโหวงทันทีคืนแรกของการแต่งงาน...สามีไม่แม้แต่จะอยากอยู่ห้องเดียวกัน
“ค่ะ...”เธอตอบได้เพียงนั้น
ธีร์ดนย์หันหลังเดินจากไปอีกครั้งแต่ก่อนประตูจะปิด เขากลับหยุดฝีเท้าเล็กน้อย“แล้วก็จำเอาไว้”น้ำเสียงทุ้มต่ำดังขึ้นโดยไม่หันกลับมา
“อย่าคาดหวังอะไรจากผม”สิ้นประโยค ประตูก็ปิดลงทันทีเหลือเพียงความเงียบที่กรีดหัวใจจนเจ็บแทบขาดใจพิณลดายืนร้องไห้อยู่ตรงนั้นนานมาก
ก่อนทรุดตัวลงกอดตัวเองบนพื้นห้องเจ้าสาวอันหรูหรา
คืนนี้...คือคืนเริ่มต้นชีวิตแต่งงานของเธอและในคืนเดียวกันนั้นเองเธอก็รู้แล้วว่า...ตัวเองไม่มีวันได้หัวใจของผู้ชายคนนี้เลย
