บทที่ 2 ตอนที่ 2 คืนเดียวที่ผิดพลาด
ตอนที่ 2
คืนเดียวที่ผิดพลาด
แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมคริสตัลกลางห้องทอดเงาเงียบงันลงบนพื้นพรมราคาแพง ขณะที่หญิงสาวในชุดเจ้าสาวยังคงนั่งนิ่งอยู่ปลายเตียงเหมือนคนไร้เรี่ยวแรง พิณลดาไม่รู้ว่าตัวเองนั่งร้องไห้อยู่นานเท่าไรแล้ว ตั้งแต่ธีร์ดนย์เดินออกจากห้องไป หัวใจของเธอก็เหมือนถูกทิ้งไว้ในความว่างเปล่า
เธอพยายามบอกตัวเองซ้ำ ๆ ว่าอย่างน้อยการแต่งงานครั้งนี้ก็ช่วยครอบครัวได้ อย่างน้อยพ่อจะไม่ต้องถูกฟ้องล้มละลาย ไม่ต้องนั่งเครียดจนความดันขึ้นทุกคืนอีกแต่ถึงอย่างนั้น...มันก็ยังเจ็บจนเหมือนหายใจไม่ออก
หญิงสาวก้มมองแหวนแต่งงานบนนิ้วนางข้างซ้าย ก่อนหัวเราะกับตัวเองเบา ๆ อย่างสมเพช
เจ้าสาวคนอื่นคงกำลังมีความสุขในคืนเข้าหอ
แต่เธอกลับถูกสามีผลักไสตั้งแต่คืนแรก
ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะประตูดังขึ้น ทำให้พิณลดาสะดุ้งเล็กน้อย เธอรีบลุกขึ้นไปเปิด ก่อนพบแม่บ้านวัยกลางคนยืนอยู่ด้านหน้า
“คุณผู้หญิงคะ”
แม่บ้านพูดอย่างเกรงใจ พลางยื่นแก้วน้ำอุ่นให้
“ฉันเห็นคุณผู้หญิงยังไม่ได้กินอะไรเลย”
พิณลดารับแก้วน้ำมา พร้อมฝืนยิ้มบาง ๆ
“ขอบคุณค่ะ”
แม่บ้านมองเธอด้วยแววตาเห็นใจเล็กน้อย ก่อนลังเลจะพูด“จริง ๆ คุณธีร์ไม่ใช่คนใจร้ายหรอกนะคะ”ประโยคนั้นทำให้หญิงสาวชะงัก“คุณผู้หญิงอย่าคิดมากเลยค่ะ คุณธีร์อาจแค่...ยังไม่พร้อม”
พิณลดาเม้มริมฝีปากบาง ก่อนพยักหน้าเบา ๆ
แม้เธอจะรู้ดีว่า ความจริงอาจไม่ใช่แค่ “ยังไม่พร้อม”
แต่เป็น “ไม่ต้องการเธอเลยต่างหาก”
ด้านล่างของคฤหาสน์ เสียงน้ำแข็งกระทบแก้วดังเป็นระยะ ขณะที่ธีร์ดนย์นั่งอยู่คนเดียวตรงบาร์เหล้าในห้องรับรองส่วนตัว
เนกไทสีดำถูกดึงออกอย่างลวก ๆ กระดุมเสื้อเชิ้ตถูกปลดไปหลายเม็ด เผยลำคอแกร่งกับสีหน้าเหนื่อยล้าของเจ้าของร่างสูง ชายหนุ่มกระดกวิสกี้ลงคออีกครั้ง ก่อนหัวเราะเยาะตัวเองในลำคอชีวิตเขากลายเป็นแบบนี้ได้ยังไงจากคนที่ไม่เคยยอมใคร กลับต้องแต่งงานกับผู้หญิงที่ไม่เคยรัก เพราะข้อตกลงทางธุรกิจของครอบครัวและยิ่งคิดถึงสายตาใสซื่อของพิณลดาในงานแต่ง เขาก็ยิ่งหงุดหงิดอย่างไม่มีเหตุผล
“เธอคงดีใจมากสินะ”เขาพึมพำกับตัวเองเสียงต่ำ“ได้เป็นคุณนายวราธิปสมใจ”
ภาพหญิงสาวในชุดเจ้าสาวผุดขึ้นมาในหัวอีกครั้ง ใบหน้าหวานที่พยายามฝืนยิ้มทั้งที่ดวงตาแดงช้ำ
ร่างบางที่ยืนตัวเล็กอยู่ข้างเขาท่ามกลางสายตาผู้คน
ธีร์ดนย์กระแทกแก้วลงกับโต๊ะดังปึก ก่อนหยิบเหล้าขึ้นดื่มอีก
เขาไม่อยากคิดถึงเธอไม่อยากรู้สึกสงสาร
เพราะยิ่งสงสาร...ก็ยิ่งเหมือนตัวเองกำลังแพ้
เกือบเที่ยงคืน พิณลดายังคงนอนไม่หลับ
เธอเปลี่ยนจากชุดเจ้าสาวเป็นชุดนอนเรียบง่าย ก่อนนั่งกอดเข่าบนเตียงกว้างเพียงลำพัง ห้องหรูหราเกินไป
ใหญ่เกินไปและหนาวเกินไปสำหรับคนที่ไม่มีใครกอด
หญิงสาวเผลอหลับไปตอนไหนไม่รู้ รู้ตัวอีกครั้งก็เมื่อได้ยินเสียงเปิดประตูดังขึ้นแรง ๆ กลิ่นแอลกอฮอล์เข้มข้นลอยเข้ามาพร้อมร่างสูงของธีร์ดนย์
เขาเดินเข้ามาด้วยท่าทางไม่มั่นคงนัก ดวงตาคมแดงจัดเพราะฤทธิ์สุรา
พิณลดารีบลุกขึ้นนั่งทันที“คุณธีร์...”เธอเรียกเสียงเบาอย่างตกใจ
ชายหนุ่มปรายตามองเธอช้า ๆ ก่อนหัวเราะในลำคอเบา ๆ“ยังไม่นอนอีกเหรอ”น้ำเสียงนั้นต่ำพร่าเพราะความเมา
พิณลดารีบลงจากเตียง“คุณดื่มหนักมากนะคะ เดี๋ยวหนูไปเอาน้ำให้”
หมับ!
ยังไม่ทันเดินผ่าน ร่างบางก็ถูกกระชากข้อมือจนเซเข้าหาอกแกร่ง
พิณลดาเบิกตากว้าง หัวใจเต้นแรงจนแทบหลุดออกมา
ธีร์ดนย์ก้มหน้าลงมองเธอใกล้ ๆ กลิ่นเหล้าผสมกลิ่นน้ำหอมผู้ชายเข้มข้นจนหญิงสาวหายใจสะดุด
“จะเล่นบทภรรยาที่ดีเหรอ”เขาพูดเสียงแหบต่ำ พลางยกมือแตะปลายคางเธอเบา ๆ
“หรือจริง ๆ กำลังดีใจที่ได้อยู่ห้องเดียวกับผม”
พิณลดาสั่นไหวไปทั้งตัว
เธอควรผลักเขาออก ควรบอกว่าเขาเมาและควรพักผ่อนแต่สายตาคู่นั้น...กลับทำให้เธอพูดอะไรไม่ออก
“หนู...ไม่ได้คิดแบบนั้นค่ะ”เธอตอบเบา ๆ พลางหลบตา
ธีร์ดนย์หัวเราะหึเบา ๆ ก่อนโน้มหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบแตะกัน
“แล้วคิดแบบไหน”เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมฝีปาก ทำให้พิณลดาหายใจติดขัด หัวใจเธอเต้นแรงจนแทบบ้า ทั้งที่รู้ว่าเขาไม่ได้รักแต่แค่เขาอยู่ใกล้ เธอก็อ่อนแอทุกครั้ง
“ตอบสิ”
ธีร์ดนย์พูดอีกครั้ง พร้อมใช้นิ้วเกลี่ยแก้มเธอ ช้า ๆ สัมผัสนั้นทำให้พิณลดาเผลอสั่น
ชายหนุ่มมองอาการของเธอ ก่อนสายตาจะเข้มขึ้นอย่างคนเริ่มเสียการควบคุม
“หรือว่า...”เขาเว้นจังหวะ พลางจ้องดวงตาคู่หวานเขม็ง
“แอบชอบผมอยู่ก่อนแล้ว”ประโยคนั้นทำให้พิณลดาหน้าเสียทันที
เธอรีบส่ายหน้า ทั้งที่ความจริงถูกเขาพูดแทงใจตรงเผงแต่ยิ่งเห็นอาการลนลาน ธีร์ดนย์กลับยิ่งเข้าใจไปอีกแบบเขาคิดว่าเธอกำลังเล่นละครกำลังใช้ความใสซื่อยั่วเขา
“เก่งนี่”ชายหนุ่มยิ้มเย็น ก่อนดึงเธอเข้าหาตัวอีกครั้ง“รู้จักเล่นตัวด้วย”
“คุณธีร์...”พิณลดาพยายามดันอกเขาเบา ๆ แต่แรงของผู้ชายตัวใหญ่กลับมากเกินต้าน
ธีร์ดนย์ก้มลงจูบเธอทันทีจูบนั้นหนักหน่วง ร้อนแรง และเต็มไปด้วยอารมณ์ที่ถูกกดไว้
พิณลดาชะงักไปทั้งตัว ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจแต่วินาทีต่อมา...หัวใจกลับสั่นไหวจนแทบร้องไห้นี่คือผู้ชายที่เธอแอบรักมานาน ผู้ชายที่ไม่เคยแม้แต่จะมองเธอแต่ตอนนี้...เขากำลังกอดเธอไว้แน่น
ธีร์ดนย์จูบเธอซ้ำอีกครั้งราวคนขาดสติ มือใหญ่ลูบไล้แผ่นหลังบางผ่านเนื้อผ้าบางเบา
“คุณหอมชะมัด...”เขาพึมพำเสียงพร่า ขณะซุกหน้าลงข้างลำคอขาว
พิณลดาหลับตาลงช้า ๆ น้ำตาค่อย ๆ ไหลออกมาเงียบ ๆ เธอรู้...รู้ดีว่าความอ่อนโยนทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะเขาเมา พรุ่งนี้เช้า ทุกอย่างคงหายไปหมด แต่ถึงอย่างนั้น...เธอก็ยังยอมปล่อยตัวเองจมลงไปกับค่ำคืนแสนอันตรายนี้เพียงเพราะรักเขามากเกินไป
ธีร์ดนย์อุ้มเธอขึ้น ก่อนวางลงบนเตียงนุ่มอย่างไม่เบานัก สายตาคมเข้มจ้องเธอราวถูกดึงดูดจนถอนตัวไม่ขึ้น“คืนนี้...คุณเป็นของผม”เสียงทุ้มต่ำเต็มไปด้วยความต้องการทำให้หัวใจพิณลดาสั่นระริก
เธอมองเขาทั้งน้ำตา ก่อนพยักหน้าเบา ๆ อย่างยอมจำนน
ค่ำคืนนั้นเต็มไปด้วยสัมผัสร้อนแรงและความสับสน สำหรับธีร์ดนย์ มันเป็นเพียงการปลดปล่อยอารมณ์จากความเมาและความอัดอั้น แต่สำหรับ พิณลดา...มันคือคืนแรกที่เธอมอบทั้งหัวใจให้ผู้ชายคนหนึ่งแม้จะรู้ว่าเขาไม่มีวันรักเธอก็ตาม
เช้าวันต่อมาแสงแดดยามเช้าส่องลอดม่านเข้ามาภายในห้องพิณลดาค่อย ๆ ลืมตาขึ้นช้า ๆ พร้อมความปวดระบมทั่วร่าง เมื่อหันไปมองข้างกาย เตียงอีกฝั่งว่างเปล่าแล้วหัวใจเธอหวิวไปทันที
หญิงสาวรีบดึงผ้าห่มขึ้นกอดแน่น ก่อนเหลือบเห็นร่องรอยแดงจาง ๆ บนผิวตัวเองภาพเมื่อคืนย้อนกลับเข้ามาจนใบหน้าร้อนผ่าวทว่าไม่ทันได้คิดอะไรต่อ เสียงเปิดประตูก็ดังขึ้น
ธีร์ดนย์เดินเข้ามาด้วยสีหน้าเย็นชาต่างจากเมื่อคืนราวเป็นคนละคนเขามองเธอเพียงแวบเดียว ก่อนหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมาจากนั้น...ชายหนุ่มหยิบเช็คออกมาหนึ่งใบ แล้วโยนลงบนเตียง
พิณลดามองมันนิ่งอย่างไม่เข้าใจ“คุณธีร์...?”
ธีร์ดนย์ติดกระดุมเสื้อเชิ้ตอย่างเรียบเฉย ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา“ค่าตอบแทน”หัวใจหญิงสาวกระตุกวูบ
“เมื่อคืนคุณทำหน้าที่ได้ดี”ประโยคนั้นเหมือนมีดกรีดลึกลงกลางอก
พิณลดาหน้าซีดทันที“หนูไม่ใช่...”
“ไม่ต้องทำเป็นใสซื่อ”เขาตัดบท พลางมองเธอด้วยสายตาเย็นชา“ผู้หญิงแบบคุณก็ต้องการแบบนี้ไม่ใช่เหรอ”
น้ำตาพิณลดาไหลทันที เธอสั่นไปทั้งตัวราวถูกเหยียบศักดิ์ศรีจนแหลกละเอียด ทั้งที่เมื่อคืนเธอมอบทุกอย่างให้เขาด้วยความรักแต่สำหรับเขา...เธอกลับไม่ต่างจากผู้หญิงขายตัว“จำเอาไว้”ธีร์ดนย์พูดทิ้งท้าย ก่อนหยิบสูทขึ้นสวม“อย่าคิดว่าคืนนั้นจะทำให้คุณมีค่ามากขึ้น”สิ้นคำ ประตูก็ปิดลงทันทีเหลือเพียงพิณลดาที่นั่งร้องไห้อยู่บนเตียงเพียงลำพัง
หญิงสาวก้มมองเช็คใบนั้นผ่านม่านน้ำตาก่อนค่อย ๆ กำมันแน่นจนยับยู่และในวินาทีนั้นเอง...
เธอก็เริ่มเข้าใจแล้วว่าชีวิตแต่งงานของเธอหลังจากนี้
คงมีแต่น้ำตาเท่านั้น
