บทที่ 4 ตอนที่ 4 คนที่เขารอไม่ใช่เธอ
ตอนที่ 4
คนที่เขารอไม่ใช่เธอ
สายฝนยามเช้าตกพรำเบา ๆ เหนือกรุงเทพมหานคร ท้องฟ้าสีหม่นคล้ายกำลังซ้ำเติมหัวใจของคนที่นั่งนิ่งอยู่เพียงลำพังตรงโต๊ะอาหาร
พิณลดามองแก้วนมอุ่นตรงหน้าอย่างเหม่อลอย ตั้งแต่ธีร์ดนย์ออกจากบ้านเมื่อเช้า เขาก็ไม่แม้แต่จะหันมามองเธออีกเลยภาพในหนังสือพิมพ์ยังติดอยู่ในหัวไม่จางหายผู้หญิงคนนั้นสวยมากสวยจนเธอไม่กล้าแม้แต่จะเปรียบเทียบตัวเอง
มนธิรา...รักแรกของธีร์ดนย์คนที่เขาเคยรอ เคยรัก และอาจยังไม่เคยลืม
“คุณผู้หญิงคะ ไม่ทานอะไรหน่อยเหรอคะ”
เสียงแม่บ้านถามขึ้นอย่างเป็นห่วง เมื่อเห็นอาหารบนโต๊ะยังแทบไม่ถูกแตะ
พิณลดารีบฝืนยิ้ม“เดี๋ยวพิณกินค่ะ”
แม้ความจริงจะรู้สึกเหมือนมีอะไรมาจุกอยู่กลางอกจนกลืนอะไรไม่ลงทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะก็ดังขึ้น
หญิงสาวชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นชื่อบนหน้าจอ
‘คุณหญิงรสสุคนธ์’เธอรีบกดรับทันที
“สวัสดีค่ะคุณแม่”
“วันนี้ว่างไหมลูก”น้ำเสียงของหญิงสูงวัยฟังดูอ่อนโยนกว่าทุกครั้ง
“แม่อยากให้ไปงานเลี้ยงการกุศลด้วยกันคืนนี้”
พิณลดานิ่งไปเล็กน้อย“แต่...คุณธีร์จะไปด้วยหรือเปล่าคะ”คำถามนั้นทำให้ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบเรียบ ๆ
“ไปสิ”
หัวใจของหญิงสาวเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุนี่จะเป็นครั้งแรกหลังแต่งงานที่เธอได้ออกงานในฐานะภรรยาของเขา บางที...นี่อาจเป็นโอกาสดีที่เธอจะพยายามเข้าใกล้เขาอีกนิด
“ค่ะ เดี๋ยวพิณไปนะคะ”เธอตอบเสียงเบา ก่อนวางสายแม้จะพยายามบอกตัวเองว่าอย่าคาดหวัง แต่ลึก ๆ หัวใจกลับเริ่มมีความหวังเล็ก ๆ ขึ้นมาอีกครั้ง
ช่วงเย็น คฤหาสน์วราธิปวุ่นวายกว่าปกติ
ช่างแต่งหน้า ช่างผม และทีมสไตลิสต์ถูกส่งมาจากห้องเสื้อชื่อดังตามคำสั่งของคุณหญิงรสสุคนธ์
พิณลดานั่งนิ่งอยู่หน้ากระจก ปล่อยให้ช่างแต่งหน้าแต่งแต้มใบหน้าให้อย่างเบามือ
“คุณผู้หญิงสวยมากเลยค่ะ”ช่างแต่งหน้าพูดยิ้ม ๆ ขณะปัดแปรงลงบนแก้มเนียน
“ผิวดีมาก แต่งนิดเดียวก็ขึ้น”พิณลดายิ้ม บาง ๆ ให้ผ่านกระจก
คืนนี้เธอสวมเดรสสีครีมเรียบหรู เปิดไหล่นิดหน่อยอย่างพองาม ผมยาวถูกเกล้าไว้หลวม ๆ เผยลำคอขาวระหง เธอไม่ได้อยากเด่นแค่อยากดูเหมาะสมกับการยืนข้างเขาเท่านั้น
เมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย หญิงสาวจึงเดินลงมาด้านล่างด้วยหัวใจเต้นแรงแต่ทันทีที่ก้าวลงบันได...
เธอก็ชะงัก
ธีร์ดนย์ยืนอยู่กลางโถงบ้านในชุดสูทสีดำสนิท ร่างสูงสง่างามจนทุกสายตาต้องมองและวินาทีที่เขาเงยหน้าขึ้นมาเห็นเธอ...ดวงตาคมก็หยุดนิ่งไปชั่วขณะ
พิณลดากำชายกระโปรงแน่นอย่างประหม่า
“ถ้า...ไม่เหมาะ พิณจะไปเปลี่ยนชุดก็ได้นะคะ”เธอพูดเสียงเบา เพราะสายตาของเขาทำให้เธอเดาอารมณ์ไม่ออก
ชายหนุ่มละสายตาอย่างรวดเร็ว ก่อนตอบเรียบ ๆ“เสียเวลา”แม้คำพูดจะเย็นชา แต่กลับทำให้หัวใจเธอเต้นแรงขึ้นอย่างโง่ ๆอย่างน้อย...เขาก็ไม่ได้ไล่ให้เธอไปเปลี่ยน
โรงแรมหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยาสว่างไสวไปด้วยแสงไฟ แขกมากมายเดินผ่านเข้าออกงานเลี้ยงด้วยเสื้อผ้าหรูหรา ทันทีที่ธีร์ดนย์ก้าวลงจากรถ เสียงแฟลชก็ดังขึ้นรัว ๆ
“คุณธีร์ครับ มองกล้องหน่อยครับ!”
“คุณธีร์ วันนี้พาภรรยามาด้วยเหรอครับ!”
นักข่าวหลายคนรีบกรูเข้ามา
พิณลดาชะงักเล็กน้อยกับสถานการณ์ตรงหน้า แต่ยังพยายามยิ้มสุภาพ
ธีร์ดนย์ไม่ได้พูดอะไร เขาเพียงยืนข้างเธอ เงียบ ๆ ด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ทว่าก่อนจะเดินเข้างาน...
เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น
“ธีร์...”เพียงแค่ได้ยินชื่อที่ถูกเรียก น้ำเสียงของชายหนุ่มก็เปลี่ยนไปทันที
พิณลดาหันตาม ก่อนหัวใจจะค่อย ๆ จมลง
หญิงสาวร่างสูงโปร่งในเดรสสีแดงเข้มเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มสวยสง่า มนธิรา เธอสวยจนทุกอย่างรอบตัวดูจืดจาง ดวงตาคมสวยมองตรงมาที่ธีร์ดนย์ ก่อนยิ้มบาง ๆ อย่างคนคุ้นเคยกันดี
“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ”น้ำเสียงหวานนุ่มเต็มไปด้วยเสน่ห์
ธีร์ดนย์มองเธอนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนตอบเสียงต่ำ
“กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่”คำถามธรรมดา...แต่กลับฟังดูอ่อนลงกว่าทุกครั้งที่เขาพูดกับพิณลดา
หญิงสาวที่ยืนข้างเขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังหายไปจากตรงนั้น
มนธิรายิ้ม ก่อนเดินเข้ามาใกล้อีกนิด“กลับมาได้สองวันแล้วค่ะ”เธอพูดพลางหันมามองพิณลดา
“นี่คงเป็นภรรยาคุณสินะ”แม้รอยยิ้มจะดูสุภาพ แต่สายตากลับเต็มไปด้วยการประเมิน
พิณลดาฝืนยิ้มทันที“สวัสดีค่ะ”
มนธิราพยักหน้ารับ ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน“คุณน่ารักกว่าที่คิดนะคะ”ประโยคนั้นฟังดูปกติแต่พิณลดากลับรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างที่แหลมคมซ่อนอยู่ข้างในและสิ่งที่เจ็บยิ่งกว่า...คือสายตาของธีร์ดนย์ที่มองผู้หญิงคนนั้นมันเต็มไปด้วยความรู้สึกที่เธอไม่เคยได้รับจากเขาเลย
ตลอดทั้งงาน ธีร์ดนย์แทบไม่อยู่ข้างเธอ เขายืนคุยกับมนธิราแทบทั้งคืน บางครั้งก็หัวเราะเบา ๆบางครั้งก็มองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่อ่อนลงอย่างชัดเจน
พิณลดาได้แต่นั่งอยู่มุมหนึ่งเงียบ ๆรอบตัวเต็มไปด้วยเสียงซุบซิบ
“นั่นภรรยาคุณธีร์เหรอ”
“ดูจืดมากนะ”
“ยังไงก็สู้คุณมนไม่ได้อยู่แล้ว”
“ได้ข่าวว่าแต่งเพราะเรื่องธุรกิจนี่”ทุกคำพูดเหมือนมีดที่ค่อย ๆ แทงลงกลางใจเธอทีละนิด
แต่เธอทำได้เพียงยิ้ม...ยิ้มทั้งที่หัวใจกำลังแตกสลาย
“นั่งคนเดียวเหงาไหมครับ”เสียงผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้น ทำให้พิณลดาเงยหน้า
ชายหนุ่มหน้าตาดีในชุดสูทสีเทายิ้มให้เธออย่างเป็นมิตร
“ผมกรณ์นะครับ เพื่อนคุณธีร์”
พิณลดารีบยิ้มตอบ“สวัสดีค่ะ”
กรณ์นั่งลงฝั่งตรงข้าม ก่อนมองเธออย่างเห็นใจ
“คุณโอเคไหม”คำถามนั้นทำให้หญิงสาวชะงัก
เธอไม่คิดว่าจะมีใครสังเกตเห็นความรู้สึกตัวเอง
“พิณสบายดีค่ะ”เธอตอบตามมารยาท
กรณ์ถอนหายใจเบา ๆ ก่อนพูดเสียงต่ำ“ธีร์มันก็เป็นแบบนี้แหละครับ”
พิณลดาก้มหน้าลงเล็กน้อย“เขายังลืมคุณมนไม่ได้ใช่ไหมคะ”เสียงถามเบามาก แต่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด
กรณ์นิ่งไปชั่วครู่ก่อนตอบ“เมื่อก่อนมันรักคุณมนมากครับ”
หัวใจของหญิงสาวบีบรัดทันที“แล้วตอนนี้ล่ะคะ”
กรณ์มองไปยังชายหนุ่มอีกมุมงาน ก่อนถอนหายใจ“ผมก็ไม่รู้”คำตอบนั้นยิ่งทำให้หัวใจเธอจมลึกลง
ไม่นานนัก พิธีกรก็ประกาศเชิญธีร์ดนย์ขึ้นประมูลของการกุศล เสียงปรบมือดังขึ้นทั่วงาน ชายหนุ่มเดินขึ้นเวทีด้วยความสง่างามตามแบบนักธุรกิจหนุ่มชื่อดัง
พิณลดามองเขาเงียบ ๆแม้จะเย็นชาและทำร้ายเธอแค่ไหน แต่เธอก็ยังเผลอมองเขาด้วยหัวใจที่รักอยู่ดี ทว่า...ทันทีที่พิธีกรพูดขึ้นว่า“คืนนี้คุณธีร์มาพร้อมคนสำคัญด้วยนะครับ”ธีร์ดนย์กลับหันไปทางมนธิราโดยอัตโนมัติ เสียงฮือฮาดังขึ้นทันที
หลายคนหัวเราะเบา ๆ อย่างรู้กัน ส่วนพิณลดาหัวใจเหมือนหยุดเต้นไปชั่วขณะเพราะแม้แต่ตัวเขาเองก็ยังลืมว่าภรรยานั่งอยู่ตรงนี้
มนธิรายิ้มเขิน ๆ ส่วนธีร์ดนย์เพิ่งเหมือนรู้ตัว เขาชะงักไปเล็กน้อยก่อนหันมาทางพิณลดาแต่ทุกอย่างสายไปแล้วสายตาของคนทั้งงานเต็มไปด้วยความสมเพชที่ส่งมาถึงเธอ
หญิงสาวพยายามฝืนยิ้มแต่ขอบตากลับร้อนผ่าวจนแทบกลั้นไม่อยู่
หลังจบงาน พิณลดารีบเดินออกมาด้านนอกเพียงลำพัง ลมกลางคืนพัดแรงจนเส้นผมปลิว ดวงตาคู่สวยแดงช้ำจากการกลั้นน้ำตา เธอสูดหายใจลึก พยายามกดความรู้สึกทั้งหมดลงไปแต่สุดท้าย...น้ำตาก็ยังไหลออกมา
“ร้องไห้ทำไม”เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นด้านหลัง
พิณลดาสะดุ้ง ก่อนรีบปาดน้ำตาเมื่อเห็น ธีร์ดนย์เดินเข้ามา
“พิณไม่ได้ร้องค่ะ”เธอรีบตอบ ทั้งที่เสียงสั่น
ธีร์ดนย์มองใบหน้าที่เปียกน้ำตานิ่ง ๆ ก่อนขมวดคิ้ว
“ถ้าจะทำหน้าเหมือนถูกผมรังแก ก็กลับบ้านไปเถอะ”ประโยคนั้นเหมือนค้อนหนักทุบลงกลางใจ
หญิงสาวหัวเราะทั้งน้ำตาเบา ๆ“คุณไม่ได้รังแกพิณหรอกค่ะ”เธอพูดพลางมองเขา“เพราะคนที่คุณสนใจไม่เคยเป็นพิณอยู่แล้ว”
ดวงตาคมของธีร์ดนย์นิ่งไปทันทีเป็นครั้งแรกที่เธอกล้าพูดตรง ๆ แบบนี้แต่แทนที่เขาจะอธิบาย...เขากลับเงียบและความเงียบนั้นก็เจ็บยิ่งกว่าคำตอบไหนทั้งหมด
พิณลดาเม้มริมฝีปาก ก่อนพยายามยิ้ม“กลับบ้านกันเถอะค่ะ” เธอพูด แล้วเดินผ่านเขาไปโดยไม่รู้เลยว่า...ธีร์ดนย์ยืนมองแผ่นหลังบางนั้นอยู่นานและเป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกแปลก ๆ ในอกเมื่อเห็นเธอร้องไห้เพราะเขา
