บทที่ 5 ตอนที่ 5 คำพูดที่ฆ่าหัวใจ
ตอนที่ 5
คำพูดที่ฆ่าหัวใจ
หลังกลับจากงานเลี้ยงคืนนั้น บรรยากาศในรถเงียบงันเสียจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจของกันและกัน
พิณลดานั่งมองแสงไฟด้านนอกผ่านกระจกหน้าต่าง ดวงตาคู่สวยเหม่อลอยคล้ายคนไร้วิญญาณ
ภาพเหตุการณ์ในงานยังวนซ้ำอยู่ในหัวสายตาที่ ธีร์ดนย์มองมนธิรา รอยยิ้มบาง ๆ ที่เขามอบให้อีกฝ่าย
รวมถึงช่วงเวลาที่ทุกคนเข้าใจว่าคนสำคัญของเขาคือผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่ภรรยาที่นั่งอยู่ข้างกายหัวใจของเธอเจ็บจนเริ่มชา
หญิงสาวแอบกำชายกระโปรงแน่น ก่อน ค่อย ๆ สูดลมหายใจลึกเพื่อกลั้นน้ำตาเธอไม่อยากร้องไห้ต่อหน้าเขาอีกแล้วเพราะทุกครั้งที่ร้อง...
เขาไม่เคยปลอบเลยสักครั้ง
“ถ้าจะนั่งเงียบแล้วทำหน้าเหมือนคนใกล้ตาย ก็ลงไปนั่งรถคันอื่น”เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นกะทันหัน ทำให้พิณลดาสะดุ้งเล็กน้อย
เธอรีบเม้มริมฝีปาก ก่อนหันไปมองชายหนุ่มที่กำลังขับรถด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง“พิณขอโทษค่ะ”เธอตอบทั้งที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองผิดอะไร
ธีร์ดนย์เหลือบตามองเธอเพียงแวบเดียว ก่อนหันกลับไปมองถนน“เลิกทำตัวอ่อนแอได้แล้ว”น้ำเสียงนั้นเย็นเฉียบเหมือนเดิม
“ไม่มีใครทนดูผู้หญิงร้องไห้ตลอดเวลาได้หรอก”หัวใจของพิณลดากระตุกวูบ
เธอก้มหน้าลงทันที เพราะกลัวว่าเขาจะเห็นน้ำตาที่เริ่มคลอขึ้นมาอีก“ค่ะ”สุดท้ายเธอตอบได้เพียงนั้นแล้วทั้งรถก็ตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง
เมื่อกลับถึงคฤหาสน์ ธีร์ดนย์เดินขึ้นชั้นบนทันทีโดยไม่รอเธอ พิณลดายืนนิ่งอยู่กลางโถงบ้าน มองแผ่นหลังกว้างนั้นอย่างเงียบงัน เธอเริ่มสงสัยแล้วจริง ๆ ว่าการแต่งงานครั้งนี้จะมีความหมายอะไรถ้าเขาไม่เคยมองเธอเป็นภรรยาเลยแม้แต่นิดเดียว
“คุณผู้หญิงคะ”เสียงแม่บ้านเรียกขึ้นเบา ๆ
พิณลดาหันไปมอง ก่อนพยายามยิ้ม“มีอะไรเหรอคะ”
แม่บ้านลังเลเล็กน้อยก่อนพูด“คุณธีร์ไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่งานเลี้ยงค่ะ”
หญิงสาวชะงัก“แล้ว...ทำไมไม่เตรียมอาหารไว้คะ”
“เตรียมแล้วค่ะ แต่คุณธีร์ไม่ยอมแตะเลย”
พิณลดานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนมองไปทางบันไดชั้นบน แม้เขาจะเย็นชาแค่ไหน แต่เธอก็ยังอดเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดี
“งั้นเดี๋ยวพิณทำอะไรเบา ๆ ให้เขาเองค่ะ”
แม่บ้านทำหน้าลำบากใจทันที“แต่คุณธีร์...”
“ไม่เป็นไรค่ะ”หญิงสาวยิ้มบาง ๆ“พิณแค่อยากลองดู”
เกือบสี่ทุ่ม กลิ่นข้าวต้มร้อน ๆ ลอยอ่อน ๆ อยู่ในครัว พิณลดาค่อย ๆ ตักข้าวต้มใส่ถ้วยอย่างตั้งใจ แม้ดวงตาจะยังบวมแดงจากการร้องไห้ก็ตามเธอจำได้ว่าพ่อเคยบอกว่า เวลาคนเมาหรือเหนื่อยมาก ๆ ควรกินอะไรร้อน ๆ รองท้อง
ถึงธีร์ดนย์จะไม่อยากเห็นหน้าเธอแต่อย่างน้อย...เธอก็ยังอยากดูแลเขาหญิงสาวถือถาดอาหารขึ้นไปชั้นบนอย่างเงียบ ๆ ก่อนหยุดยืนหน้าห้องทำงานของเขา ไฟด้านในยังเปิดอยู่เธอลังเลอยู่พักใหญ่กว่าจะเคาะประตูเบา ๆ
ก๊อก... ก๊อก...
ไม่มีเสียงตอบพิณลดาจึงตัดสินใจเปิดประตูเข้าไปช้า ๆภายในห้องทำงานกว้างเงียบสนิท มีเพียงเสียงเอกสารถูกเปิดอ่านเป็นระยะ
ธีร์ดนย์นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน ใบหน้าคมเคร่งเครียด ดวงตายังคงจับจ้องหน้าจอแล็ปท็อป
แม้จะได้ยินเสียงเปิดประตู เขาก็ไม่เงยหน้าขึ้นมา
“ใครอนุญาตให้เข้ามา”น้ำเสียงเย็นชาดังขึ้นทันที
พิณลดาชะงักเล็กน้อย ก่อนรีบตอบ“พิณเองค่ะ”
คราวนี้ธีร์ดนย์เงยหน้าขึ้นมองทันทีและทันทีที่เห็นว่าเธอถือถาดอาหารมา สีหน้าของเขาก็ยิ่งนิ่งลง
“มีอะไร”
“พิณเห็นคุณยังไม่ได้กินอะไรเลย เลยทำข้าวต้มมาให้ค่ะ”
หญิงสาวพูดเบา ๆ พลางเดินเข้าไปวางถาดบนโต๊ะเล็กด้านข้าง
“คุณกินสักนิดนะคะ เดี๋ยวจะปวดท้อง”
ธีร์ดนย์มองเธอนิ่ง ๆ โดยไม่พูดอะไรสายตานั้นทำให้พิณลดาเริ่มประหม่า
“ถ้าคุณไม่ชอบ เดี๋ยวพิณ...”
“ผมเคยบอกแล้วใช่ไหม”เขาพูดแทรกขึ้น เรียบ ๆ“ว่าอย่ามายุ่งกับชีวิตผม”
มือบางชะงักทันทีหญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่น
“พิณแค่เป็นห่วงค่ะ”คำตอบนั้นทำให้ธีร์ดนย์หัวเราะในลำคอเบา ๆ อย่างไม่เชื่อ
“เป็นห่วง?”เขาทวนคำช้า ๆ ก่อนลุกขึ้นเดินเข้ามาใกล้เธอ ร่างสูงใหญ่หยุดยืนตรงหน้า ดวงตาคมก้มลงมองใบหน้าหวานนิ่ง ๆ“คุณกำลังพยายามทำให้ผมใจอ่อนเหรอ”
พิณลดารีบส่ายหน้า“พิณไม่ได้คิดแบบนั้นนะคะ”
“แล้วคิดแบบไหน”น้ำเสียงเขาเริ่มเย็นลง“ทำตัวเป็นภรรยาแสนดี ทำอาหาร ดูแลผม”ชายหนุ่มหัวเราะหึเบา ๆ“หวังอะไรอยู่”
หัวใจของหญิงสาวสั่นไหวเธออยากตอบเหลือเกินว่าเธอไม่ได้หวังอะไรเลยแค่อยากให้เขาเปิดใจมองเธอบ้างแต่สุดท้ายกลับพูดไม่ออกเพราะแม้แต่สิทธิ์จะรักเขา...เธอยังรู้สึกว่าไม่มี
“พิณไม่ได้หวังอะไรจริง ๆ ค่ะ”เธอตอบเสียงแผ่ว
ธีร์ดนย์จ้องเธออยู่พักใหญ่ ก่อนสายตาจะเลื่อนลงไปยังถ้วยข้าวต้มบนโต๊ะจากนั้น...เขากลับพูดประโยคที่ทำให้หัวใจเธอแตกสลายอีกครั้ง
“อย่าพยายามทำตัวให้มีค่าเลย”น้ำเสียงนั้นเย็นชาเกินกว่าจะรับไหว“ต่อให้คุณทำดีแค่ไหน มันก็ไม่ได้ทำให้ผมอยากรักคุณขึ้นมา”
พิณลดานิ่งไปทั้งตัวเหมือนมีบางอย่างพังลงตรงกลางอก ดวงตาคู่หวานค่อย ๆ แดงขึ้นช้า ๆ
“คุณธีร์...”เสียงของเธอสั่นจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์แต่ชายหนุ่มกลับยังพูดต่อ“แล้วเลิกทำอาหารให้ผมสักที”เขาพูดพลางมองเธอด้วยสายตาเย็นชา
“เพราะคนที่ผมอยากกินข้าวด้วย...ไม่ใช่คุณ”
วินาทีนั้นเอง...น้ำตาของพิณลดาก็ไหลออกมาทันทีเธอพยายามกลั้นแล้วจริง ๆพยายามเข้มแข็งแล้วจริง ๆแต่คำพูดของเขามันเจ็บเกินไปเจ็บจนเหมือนหัวใจถูกฉีกออกช้า ๆ
ธีร์ดนย์มองน้ำตาของเธอนิ่ง ๆ ก่อนขมวดคิ้วเล็กน้อยเขาไม่เข้าใจว่าทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงร้องไห้ง่ายนักทั้งที่เขาก็แค่พูดความจริง“ถ้าพูดแค่นี้แล้วรับไม่ได้ ก็อย่ามายุ่งกับผมอีก”
พิณลดากัดริมฝีปากแน่นจนเจ็บก่อนรีบยกมือปาดน้ำตาลวก ๆ“ขอโทษค่ะ”เธอพูดทั้งเสียงสั่น“ต่อไปพิณจะไม่ทำอีกแล้ว”สิ้นประโยค หญิงสาวก็รีบเดินออกจากห้องทันทีเหมือนกลัวว่าถ้าอยู่ต่อ...เธอจะร้องไห้ต่อหน้าเขามากกว่านี้
ปัง!
เสียงประตูปิดลงความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานอีกครั้ง
ธีร์ดนย์ยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ก่อนสายตาจะเลื่อนไปมองถ้วยข้าวต้มบนโต๊ะ กลิ่นหอมอ่อน ๆ ยังลอยอยู่
ชายหนุ่มเม้มริมฝีปากเล็กน้อยอย่างหงุดหงิดเขาไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้ไม่ชอบที่เห็นน้ำตาของเธอแล้วใจมันหนักไม่ชอบที่ภาพใบหน้าซีดเซียวเมื่อครู่ยังติดอยู่ในหัวสุดท้ายเขาจึงหันกลับไปทำงานต่อราวไม่มีอะไรเกิดขึ้นแต่ผ่านไปเกือบสิบนาที...สายตาของเขากลับเผลอมองถ้วยข้าวต้มอีกครั้งก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ อย่างหงุดหงิดตัวเอง
อีกด้านหนึ่งพิณลดารีบวิ่งเข้าห้องตัวเอง ก่อนปิดประตูทันที น้ำตาที่กลั้นไว้พังลงทันทีที่อยู่คนเดียว
หญิงสาวทรุดตัวลงนั่งกับพื้น พลางยกมือปิดปากตัวเองแน่นเพื่อไม่ให้เสียงสะอื้นดังออกไป เจ็บ...
มันเจ็บจนเหมือนหายใจไม่ออก
‘คนที่ผมอยากกินข้าวด้วย...ไม่ใช่คุณ’
คำพูดนั้นยังดังก้องอยู่ในหัวซ้ำ ๆเธอรู้ดีว่าเขาหมายถึงใคร มนธิรา ผู้หญิงที่เขารัก ผู้หญิงที่เขารอไม่ใช่เธอ...
ไม่ใช่ภรรยาที่แต่งงานด้วยกันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
พิณลดาร้องไห้อยู่นานมาก จนกระทั่งโทรศัพท์มือถือดังขึ้น หญิงสาวรีบหยิบขึ้นมาดู ก่อนชะงักเมื่อเห็นชื่อเพื่อนสนิท ‘ปาริฉัตร’เธอสูดหายใจลึก พยายามปรับเสียงให้ปกติ ก่อนกดรับ
“ฮัลโหล...”
“แกเป็นยังไงบ้าง”เสียงของปาริฉัตรดังขึ้นทันที“ฉันเห็นข่าวงานคืนนี้แล้ว”เพียงแค่นั้น น้ำตาของพิณลดาก็ไหลอีกครั้ง
เพื่อนสาวเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนถอนหายใจแรง
“มันทำอะไรแกอีก”
พิณลดาพยายามฝืนยิ้มทั้งที่ร้องไห้
“ไม่มีอะไรหรอก”
“พิณ”น้ำเสียงของปาริฉัตรจริงจังขึ้นทันที
“ฉันเป็นเพื่อนแกนะ”
หญิงสาวกัดริมฝีปากแน่น ก่อนเสียงสะอื้นจะหลุดออกมาในที่สุด“เขา...ไม่เคยมองฉันเลยฉัตร”
เธอร้องไห้จนเสียงสั่น“ต่อให้ฉันพยายามแค่ไหน เขาก็ยังคิดถึงแต่ผู้หญิงคนนั้น”
ปลายสายเงียบไปพักใหญ่ก่อนปาริฉัตรจะพูดด้วยความโมโห“แล้วแกจะทนอยู่แบบนี้ทำไม”
คำถามนั้นทำให้พิณลดานิ่งไป เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกัน
รู้แค่ว่า...ถึงจะเจ็บแค่ไหนหัวใจของเธอก็ยังรักผู้ชายคนนั้นอยู่ดี“ฉันคงโง่มากเลยใช่ไหม”เธอถามทั้งน้ำตา
ปาริฉัตรถอนหายใจเบา ๆ“ไม่โง่หรอก”
น้ำเสียงของเพื่อนสาวอ่อนลง“แกแค่รักผิดคน”ประโยคนั้นทำให้พิณลดาร้องไห้หนักกว่าเดิม
เพราะลึก ๆ แล้ว...เธอก็เริ่มรู้เหมือนกันว่าคนที่เธอรัก
อาจไม่มีวันรักเธอกลับเลยจริง ๆ
