บทที่ 7 ตอนที่ 7 ความอบอุ่นชั่วคราว
ตอนที่ 7
ความอบอุ่นชั่วคราว
หลังจากวันนั้น บรรยากาศในคฤหาสน์วราธิปก็เงียบเย็นยิ่งกว่าเดิม ธีร์ดนย์แทบไม่กลับห้องนอนใหญ่ เขาใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ที่บริษัท หรือไม่ก็ออกไปข้างนอกกับมนธิรา ส่วนพิณลดา...ใช้ชีวิตเหมือนเงาของคนในบ้าน
หญิงสาวนั่งอยู่ริมหน้าต่างในห้องนอน มือบางลูบท้องตัวเองเบา ๆ ขณะมองสายฝนที่ตกพรำด้านนอกผ่านมาสามวันแล้ว หลังจากเธอบอกเรื่องลูกกับธีร์ดนย์แต่เขาไม่พูดถึงมันอีกเลยไม่มีแม้แต่คำถามว่าเธอไปตรวจที่ไหน ลูกแข็งแรงไหม ราวกับเด็กคนนี้ไม่มีความหมายอะไรสำหรับเขาเลย
“คุณหนูครับ กินอะไรหน่อยนะครับ”เสียงแม่บ้านดังขึ้นอย่างเป็นห่วง ขณะวางข้าวต้มอุ่น ๆ ลงบนโต๊ะ
พิณลดาหันมายิ้มบาง ๆ“เดี๋ยวพิณกินค่ะ”
แม้ความจริงจะคลื่นไส้จนแทบมองอาหารไม่ได้ก็ตาม
ช่วงนี้เธอแพ้ท้องหนักมาก ทั้งเวียนหัว อ่อนเพลีย และอาเจียนแทบทุกวันแต่ถึงอย่างนั้น เธอก็ยังพยายามดูแลตัวเอง เพราะไม่อยากให้ลูกได้รับผลกระทบ
“คุณผู้หญิงผอมลงเยอะเลยนะคะ”แม่บ้านพูด ด้วยความสงสาร“คุณธีร์รู้หรือยังคะ ว่าคุณผู้หญิงแพ้ท้องหนัก”
พิณลดานิ่งไปเล็กน้อย ก่อนยิ้มเศร้า
“เขาคงไม่ได้สนใจหรอกค่ะ”แม่บ้านเงียบไปทันที
ทุกคนในบ้านต่างดูออก...ว่าผู้หญิงคนนี้กำลังพยายามประคองหัวใจตัวเองอยู่เพียงลำพัง
ช่วงบ่ายของวันเดียวกัน พิณลดากำลังนั่งอ่านหนังสือเกี่ยวกับคุณแม่ตั้งครรภ์อยู่ในห้องรับแขก จู่ ๆ เสียงรถก็แล่นเข้ามาในคฤหาสน์ หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นโดยอัตโนมัติแม้จะพยายามห้ามตัวเองแล้ว...แต่ทุกครั้งที่ธีร์ดนย์กลับบ้าน เธอก็ยังเผลอคาดหวังอยู่ดี
ไม่นาน ร่างสูงในชุดสูทสีเข้มก็เดินเข้ามา
วันนี้สีหน้าของเขาดูเหนื่อยกว่าปกติเล็กน้อย รอยคล้ำใต้ตาจาง ๆ บ่งบอกว่าแทบไม่ได้นอน
พิณลดารีบลุกขึ้นทันที“กลับมาแล้วเหรอคะ”
เธอถามเสียงเบาอย่างเคย
ธีร์ดนย์ชะงักนิดหนึ่งเมื่อเห็นเธอ ก่อนตอบ สั้น ๆ“อืม”แม้จะยังเย็นชาเหมือนเดิม แต่ก็ไม่ได้เมินใส่เหมือนหลายวันก่อน
หญิงสาวเม้มริมฝีปากเบา ๆ ก่อนตัดสินใจถาม
“คุณ...กินอะไรมาหรือยังคะ”
ชายหนุ่มปลดเนกไทออกช้า ๆ“ยัง”คำตอบนั้นทำให้พิณลดารีบพูดต่อทันที
“งั้นเดี๋ยวพิณ...”
“ไม่ต้อง”เขาตัดบทเรียบ ๆ ตามเคยแต่ยังไม่ทันเดินผ่านเธอไป จู่ ๆ พิณลดาก็หน้ามืดขึ้นมาอย่างกะทันหัน
“อ๊ะ...”ร่างบางเซจนเกือบล้ม
ธีร์ดนย์ขมวดคิ้วทันที ก่อนรีบคว้าแขนเธอเอาไว้โดยไม่รู้ตัว“เป็นอะไร”น้ำเสียงเข้มขึ้นเล็กน้อย
พิณลดารีบส่ายหน้า ทั้งที่ใบหน้าซีดลงชัดเจน
“พิณ...ไม่เป็นไรค่ะ”แต่ยังพูดไม่ทันจบ คลื่นไส้ก็พุ่งขึ้นมาอีกครั้ง
หญิงสาวรีบยกมือปิดปาก ก่อนผลักตัวออกจากเขาแล้ววิ่งเข้าห้องน้ำทันที
ธีร์ดนย์ยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถอนหายใจแรงอย่างหงุดหงิดแต่สุดท้าย...เขากลับเดินตามไป
เสียงอาเจียนดังลอดออกมาจากด้านในห้องน้ำ
พิณลดานั่งทรุดอยู่หน้าอ่างล้างหน้า ร่างบางสั่นเล็กน้อยเพราะอ่อนแรง
ธีร์ดนย์มองภาพนั้นเงียบ ๆไม่รู้ทำไม...พอเห็นเธออยู่ในสภาพนี้ เขาถึงรู้สึกอึดอัดแปลก ๆ
“ไปหาหมอหรือยัง”เสียงทุ้มดังขึ้นด้านหลัง
พิณลดาชะงักเล็กน้อย ก่อนหันมามองเขาอย่างไม่คิดว่าจะถาม“ไปแล้วค่ะ”เธอตอบเบา ๆ
ธีร์ดนย์เม้มริมฝีปาก ก่อนถามต่อเสียงเรียบ
“หมอว่าไง”
หัวใจของหญิงสาวเต้นแรงขึ้นทันทีนี่เป็นครั้งแรก...ที่เขาถามเรื่องลูกแม้จะเป็นเพียงคำถามธรรมดา แต่สำหรับเธอ มันกลับมีค่ามากเหลือเกิน
“หมอบอกว่าลูกแข็งแรงดีค่ะ”เธอพูดเสียงเบา พลางเผลอลูบท้องตัวเองดวงตาคู่หวานมีประกายอ่อนโยนขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
“แค่พิณต้องพักผ่อนเยอะ ๆ”
ธีร์ดนย์เงียบไปพักหนึ่ง ก่อนพูดเรียบ ๆ“แล้วทำไมไม่ดูแลตัวเอง”
พิณลดาชะงัก ประโยคนั้นฟังเหมือนตำหนิแต่ลึก ๆ กลับคล้ายมีความห่วงใยบางอย่างซ่อนอยู่
จนหัวใจเธอสั่นไหวอีกครั้ง“พิณพยายามอยู่ค่ะ”
เธอยิ้มบาง ๆ“แต่ช่วงนี้แพ้ท้องหนักนิดหน่อย”
ธีร์ดนย์มองใบหน้าซีดเซียวของเธอนิ่ง ๆ
ก่อนสายตาจะเลื่อนลงไปยังหน้าท้องแบนราบ
ตรงนั้น...มีลูกของเขาอยู่จริง ๆ งั้นเหรอความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นวูบขึ้นมาในอกอย่างอธิบายไม่ถูก
เขาไม่เคยคิดเรื่องการมีลูกมาก่อนและยิ่งไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นกับผู้หญิงที่เขาไม่ได้รักแต่พอเห็นเธอนั่งอ่อนแรงอยู่ตรงนี้...กลับมีบางอย่างในใจที่ทำให้เขาละสายตาไม่ได้
“ออกมาเถอะ”สุดท้ายเขาพูดเพียงเท่านั้น ก่อนหันหลังเดินออกไป
พิณลดามองแผ่นหลังกว้างนั้นนิ่ง ๆก่อนรอยยิ้มบางเบาจะค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนริมฝีปาก
แม้มันจะเป็นเพียงคำพูดสั้น ๆแต่สำหรับเธอ...
มันอบอุ่นเหลือเกิน
คืนนั้น ขณะพิณลดากำลังนอนพักอยู่บนเตียง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเบา ๆ หญิงสาวชะงัก ก่อนรีบลุกไปเปิดและต้องแปลกใจเมื่อเห็นแม่บ้านถือถาดอาหารอยู่
“คุณธีร์ให้เอาขึ้นมาให้ค่ะ”
พิณลดาเบิกตาเล็กน้อย“คะ...?”
แม่บ้านยิ้มบาง ๆ“คุณธีร์บอกว่าคุณผู้หญิงยังไม่ได้กินอะไรเลย”
หัวใจของหญิงสาวเต้นแรงขึ้นทันที“เขา...พูดแบบนั้นเหรอคะ”
“ค่ะ”แม่บ้านพยักหน้า“คุณธีร์ยังสั่งด้วยว่า ถ้าคุณผู้หญิงไม่ยอมกิน ให้โทรบอกท่านทันที”
พิณลดานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนน้ำตาจะค่อย ๆ เอ่อขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ไม่ใช่เพราะเสียใจแต่เพราะดีใจจนจุกในอกถึงจะเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย...แต่มันก็เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกว่าเขาอาจไม่ได้เย็นชากับเธอไปเสียทั้งหมด
“ขอบคุณนะคะ”เธอพูดเสียงสั่นก่อนรับถาดอาหารมาแนบอกเบา ๆ
อีกด้านหนึ่งภายในห้องทำงาน ธีร์ดนย์นั่งอ่านเอกสารอยู่เงียบ ๆ แต่สายตากลับไม่โฟกัสภาพใบหน้าซีดเซียวของพิณลดายังวนอยู่ในหัวรวมถึงตอนที่เธอลูบท้องตัวเองแล้วพูดว่า‘ลูกแข็งแรงดีค่ะ’เขาไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังคิดว่าเธออาจใช้เด็กจับเขา แต่พอเห็นเธออาเจียนจนแทบไม่มีแรง...
กลับรู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก
แกร๊ก...
เสียงประตูเปิดออก พร้อมกับมนธิราที่เดินเข้ามาโดยไม่เคาะ
“ยังทำงานอีกเหรอ”
หญิงสาวถามเสียงหวาน ก่อนเดินเข้ามาใกล้
ธีร์ดนย์ละสายตาจากเอกสาร“มีอะไร”
มนธิรายิ้ม ก่อนนั่งลงตรงข้าม“มนแค่อยากมาหา”เธอพูดพลางมองเขา“ช่วงนี้ธีร์ดูเครียด ๆ นะ”
ชายหนุ่มนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนตอบเรียบ ๆ
“เรื่องงาน”
มนธิรายิ้มบาง“หรือเรื่องเมียกันแน่”คำถามนั้นทำให้ธีร์ดนย์ขมวดคิ้วทันที
“อย่าพูดถึงเธอ”
มนธิราหัวเราะเบา ๆ“ทำไมล่ะ”เธอเอียงหน้ามองเขาอย่างจับผิด“หรือเริ่มหวั่นไหวแล้ว”
“ไม่มีทาง”ธีร์ดนย์ตอบทันที น้ำเสียงหนักแน่นเกินปกติ แต่ยิ่งรีบปฏิเสธ...กลับยิ่งเหมือนกำลังปิดบังอะไรบางอย่าง
มนธิรามองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยิ้มบางอย่างรู้ทัน“ก็ดีเพราะมนไม่ชอบแบ่งของของตัวเองกับใคร”
ประโยคนั้นทำให้ดวงตาของธีร์ดนย์เข้มขึ้นเล็กน้อย
แต่เขาไม่ได้ตอบอะไรเพราะแม้แต่ตัวเขาเอง...ก็เริ่มไม่แน่ใจแล้วเหมือนกันว่าผู้หญิงที่กำลังทำให้เขาใจไม่สงบอยู่ตอนนี้คือมนธิราหรือพิณลดากันแน่
ดึกคืนนั้น พิณลดานอนลูบท้องตัวเองเบา ๆ ใต้ผ้าห่มบนโต๊ะข้างเตียงยังมีถาดอาหารที่เธอทานจนหมดวางอยู่ หญิงสาวยิ้มบาง ๆ ทั้งที่ดวงตายังแดงช้ำ
ก่อนกระซิบกับลูกในท้องเบา ๆ“เห็นไหมคะ...”
น้ำเสียงอ่อนโยนสั่นนิด ๆ คุณพ่อเริ่มเป็นห่วงเราแล้วนะ”แม้มันจะเป็นเพียงเศษเสี้ยวเล็กน้อยแต่สำหรับผู้หญิงที่ไม่เคยได้รับความรักเลยสักครั้ง ความอบอุ่นเพียงนิดเดียวจากเขาก็มากพอจะทำให้เธอมีความหวังต่อไปแล้ว
