บทที่ 8 ตอนที่ 8 เมียน้อยกลางงานเลี้ยง
ตอนที่ 8
เมียน้อยกลางงานเลี้ยง
เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า
พิณลดาที่เพิ่งอาเจียนจากอาการแพ้ท้องเสร็จค่อย ๆ เดินออกมาจากห้องน้ำด้วยสภาพอ่อนแรง ใบหน้าซีดจนแทบไม่มีสีเลือด เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ก่อนชะงักเมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ
‘คุณหญิงรสสุคนธ์’หญิงสาวรีบกดรับทันที
“สวัสดีค่ะคุณแม่”
“ตื่นหรือยังลูก”น้ำเสียงของหญิงสูงวัยฟังดูอ่อนโยน แต่แฝงความเคร่งเครียดบางอย่าง
“คืนนี้ต้องไปงานเปิดตัวโรงแรมสาขาใหม่กับตาธีร์นะ”
พิณลดาชะงักเล็กน้อย“คืนนี้เหรอคะ”
“ใช่”คุณหญิงรสสุคนธ์ถอนหายใจเบา ๆ
“นักข่าวจะเยอะมาก แม่ไม่อยากให้คนครหาว่าหลังแต่งงานแล้วลูกสะใภ้วราธิปไม่มีตัวตน”ประโยคนั้นทำให้หัวใจของพิณลดาสะเทือนเบา ๆ แม้แต่คนในบ้านก็ดูออกว่าเธอแทบไม่ได้ยืนอยู่ในชีวิตของธีร์ดนย์เลย
“ค่ะ เดี๋ยวพิณเตรียมตัวนะคะ”หลังวางสาย หญิงสาวค่อย ๆ นั่งลงปลายเตียง ก่อนยกมือลูบท้องตัวเองช้า ๆ ช่วงนี้เธอเหนื่อยง่ายมาก ทั้งแพ้ท้อง ทั้งนอนไม่พอ และร้องไห้แทบทุกคืน แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็ยังอยากไป อย่างน้อยคืนนี้...เธอก็ยังเป็นภรรยาของเขา
เกือบหกโมงเย็น รถยุโรปคันหรูแล่นเข้ามาจอดหน้าคฤหาสน์ พิณลดาในชุดเดรสยาวสีฟ้าอ่อนค่อย ๆ เดินลงบันไดมาช้า ๆ ชุดวันนี้เรียบหรู ไม่เปิดเผยมากนัก เพราะเธอเริ่มรู้สึกอึดอัดบริเวณหน้าท้องเล็กน้อย
ผมยาวถูกปล่อยสยายอ่อน ๆ ใบหน้าหวานแต่งบางเบา แต่ยังปกปิดความซีดจางไม่หมด
เมื่อเดินลงมาถึงด้านล่าง หญิงสาวก็เห็นธีร์ดนย์ยืนรออยู่แล้ว ชายหนุ่มอยู่ในชุดสูทสีดำสนิท ร่างสูงสง่างามจนแทบละสายตาไม่ได้ แต่ทันทีที่สายตาคมมองมาทางเธอ...มันกลับเรียบนิ่งเหมือนเดิม
ไม่มีแม้แต่คำชม รอยยิ้ม
“ไปได้หรือยัง”เขาถามสั้น ๆ พลางยกนาฬิกาขึ้นดูเวลา
พิณลดาเม้มริมฝีปาก ก่อนพยักหน้าเบา ๆ“ค่ะ”
ตลอดทางในรถ ไม่มีบทสนทนาใดเกิดขึ้น
พิณลดานั่งกุมมือแน่นอยู่บนตัก พยายามควบคุมอาการคลื่นไส้ที่เริ่มกำเริบอีกครั้ง กลิ่นน้ำหอมในรถทำให้เธอเวียนหัวมากกว่าปกติ แต่เธอไม่อยากบอกเขา
ไม่อยากให้เขารำคาญ จู่ ๆ ธีร์ดนย์ก็เหลือบตามามอง
“หน้าซีดอีกแล้ว”เสียงทุ้มดังขึ้นเรียบ ๆ
พิณลดาสะดุ้งเล็กน้อย“พิณไม่เป็นไรค่ะ”
เธอตอบรีบ ๆ ชายหนุ่มขมวดคิ้วนิดหนึ่ง ก่อนเอื้อมมือไปหยิบขวดน้ำส่งให้
“กินน้ำ”
พิณลดามองขวดน้ำนั้นนิ่ง ๆ อย่างไม่คิดว่าเขาจะสังเกต หัวใจดวงเล็กอุ่นวาบขึ้นมาอีกครั้ง“ขอบคุณค่ะ”เธอรับมาเบา ๆ ก่อนรีบดื่ม
ธีร์ดนย์หันกลับไปมองถนนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ลึก ๆ เขาเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ว่าทำไมถึงเริ่มสังเกตเรื่องเล็ก ๆ ของผู้หญิงคนนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ
โรงแรมหรูริมแม่น้ำเต็มไปด้วยแขกคนสำคัญในแวดวงธุรกิจและสังคมชั้นสูง ทันทีที่รถของธีร์ดนย์มาถึง เสียงแฟลชก็ดังขึ้นรัว ๆ
“คุณธีร์ครับ มองกล้องทางนี้ครับ!”
“คุณธีร์ วันนี้ภรรยามาด้วยใช่ไหมครับ!”
นักข่าวหลายคนรีบกรูเข้ามาทันที
พิณลดาสูดลมหายใจลึก ก่อนเดินตามสามีลงจากรถ มือบางกำชายกระโปรงแน่นด้วยความประหม่า แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจเธอเย็นวาบ...คือภาพของมนธิราที่ยืนรออยู่ด้านหน้าโรงแรม
หญิงสาวในเดรสสีแดงเข้มยิ้มหวานทันทีที่เห็นธีร์ดนย์
“คุณธีร์”เธอเรียกเสียงอ่อนหวาน ก่อนเดินเข้ามาใกล้ ดวงตาคมของชายหนุ่มอ่อนลงเล็กน้อยทันที
พิณลดารู้สึกเหมือนตัวเองถูกผลักออกจากโลกของเขาอีกครั้ง
“มาถึงพอดีเลยนะ”
มนธิรายิ้ม พลางแตะต้นแขนธีร์ดนย์เบา ๆ อย่างคุ้นเคย ภาพนั้นทำให้แฟลชจากกล้องยิ่งรัวหนักกว่าเดิม
“คุณมนกลับมาคู่กับคุณธีร์อีกครั้งหรือเปล่าครับ!”
“แล้วคุณพิณคือ...”คำถามจากนักข่าวดังระงม
พิณลดาหน้าชาทันที เธอยืนอยู่ตรงนี้แท้ ๆ ในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่กลับไม่มีใครมองเห็นเธอเลย
ธีร์ดนย์ขมวดคิ้วนิดหนึ่ง ก่อนพูดเสียงเรียบ
“เข้าไปข้างในเถอะ”เขาพูดกับมนธิราไม่ใช่กับเธอ
หัวใจของพิณลดาราวถูกบีบแน่น
ภายในงานเลี้ยงหรูหราอลังการ แขกหลายคนเดินเข้ามาทักธีร์ดนย์ไม่ขาดสายแต่ทุกครั้ง...มนธิราคือคนที่ยืนข้างเขา ส่วนพิณลดากลับถูกทิ้งให้นั่งเงียบ ๆ อยู่ปลายโต๊ะ
“น่าสงสารนะ”เสียงซุบซิบจากหญิงสาวกลุ่มหนึ่งดังขึ้นไม่ไกล
“ภรรยาตัวจริงแท้ ๆ แต่เหมือนส่วนเกิน”
“สู้คุณมนไม่ได้เลย”
“ได้ข่าวว่าคุณธีร์แต่งงานเพราะเรื่องธุรกิจนี่”
ทุกคำพูดเหมือนเข็มนับร้อยเล่มทิ่มแทงหัวใจเธอช้า ๆ
พิณลดาก้มหน้าลง พยายามควบคุมน้ำตา เธอบอกตัวเองซ้ำ ๆ ว่าอย่าร้องอย่าทำให้เขาอับอาย
แต่ยิ่งพยายามเข้มแข็ง...หัวใจก็ยิ่งเจ็บ
“คุณพิณคะ”เสียงหวานของมนธิราดังขึ้นตรงหน้า
พิณลดาเงยหน้าขึ้น ก่อนฝืนยิ้มบาง ๆ “คะ”
“มานั่งตรงนี้สิคะ”
มนธิราพูดพลางตบเก้าอี้ข้างตัวเอง“เดี๋ยวคนอื่นจะหาว่ามนแย่งสามีคุณ”ประโยคนั้นฟังเหมือนล้อเล่นแต่สายตาที่มองมา กลับเต็มไปด้วยชัยชนะ
พิณลดารู้ทันที...ผู้หญิงคนนี้กำลังเหยียบเธออยู่
“ไม่เป็นไรค่ะ”เธอยิ้มบาง ๆ
“พิณนั่งตรงนี้สบายดี”
มนธิรายิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนหันไปหาแขกคนอื่นทันที ราวกับหมดความสนใจในตัวเธอแล้ว
พิณลดากำมือแน่นใต้โต๊ะ จู่ ๆ อาการคลื่นไส้ก็พุ่งขึ้นมาอีกครั้ง กลิ่นอาหารในงานเริ่มตีขึ้นจมูกจนเธอเวียนหัว
หญิงสาวสูดหายใจลึก พยายามฝืนต่อแต่สุดท้าย...ภาพตรงหน้าก็เริ่มพร่ามัว“คุณพิณเป็นอะไรหรือเปล่าคะ”
ใครบางคนถามขึ้นพิณลดารีบส่ายหน้า“พิณ...ไม่เป็นไรค่ะ” แต่ยังพูดไม่ทันจบ เธอก็รีบยกมือปิดปาก ก่อนลุกขึ้นจากโต๊ะทันที
“ขอตัวก่อนนะคะ”
หญิงสาวรีบเดินออกจากงานด้วยสภาพแทบไม่มีแรง
ธีร์ดนย์ที่กำลังคุยงานอยู่ชะงักเล็กน้อย เมื่อเห็นเธอเดินออกไป คิ้วเข้มขมวดขึ้นโดยไม่รู้ตัว
“เมียคุณดูไม่ค่อยสบายนะ”
มนธิราพูดขึ้นเบา ๆ ชายหนุ่มนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบเรียบ ๆ
“เดี๋ยวคงกลับมา”แม้ปากจะพูดแบบนั้น
แต่สายตากลับมองตามแผ่นหลังบางนั้นไปตลอด
ภายในห้องน้ำชั้นบนของโรงแรมพิณลดาอาเจียนจนตัวสั่นมือบางเกาะขอบอ่างแน่น หายใจแทบไม่ทันน้ำตาค่อย ๆ ไหลลงมาอีกครั้งไม่รู้ว่าเพราะแพ้ท้องหรือเพราะหัวใจเจ็บเกินไปแล้วกันแน่
“เธอสภาพดูไม่ได้เลยนะ”เสียงหนึ่งดังขึ้นด้านหลัง
พิณลดาสะดุ้ง ก่อนหันไปมอง มนธิรายืนกอดอกอยู่ตรงประตูห้องน้ำ ริมฝีปากสีแดงเข้มยกยิ้มบาง ๆ
“คุณมน...”
หญิงสาวรีบยืนตัวตรง มนธิราเดินเข้ามาใกล้ ช้า ๆ ก่อนมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า
“ได้ข่าวว่าท้องเหรอ”
พิณลดากำมือแน่นทันที“ค่ะ”
อีกฝ่ายหัวเราะเบา ๆ“เธอคิดจริง ๆ เหรอ ว่าเด็กจะช่วยให้ธีร์รักเธอ”คำพูดนั้นแทงเข้ากลางใจ
พิณลดาหน้าซีด แต่ยังพยายามตอบนิ่ง ๆ
“พิณไม่เคยคิดใช้ลูกบังคับใคร”
“แต่เธอกำลังทำอยู่”มนธิรายิ้มเย็น
“ผู้หญิงจน ๆ แบบเธอ จะมีอะไรนอกจากใช้เด็กจับผู้ชาย” น้ำตาค่อย ๆ เอ่อขึ้นในดวงตาของพิณลดาแต่เธอพยายามกลั้นไว้
“ถ้าคุณมาพูดแค่นี้ พิณขอตัวนะคะ”
หญิงสาวพยายามเดินผ่านแต่เสียงของมนธิรากลับดังขึ้นอีก
“รู้ไหมว่าธีร์เคยบอกอะไร”
พิณลดาชะงัก
“เขาบอกว่า...ผู้หญิงที่เขาไม่มีวันรัก คือผู้หญิงที่ใช้ความน่าสงสารเรียกร้องความสนใจ”
หัวใจของหญิงสาวแตกสลายทันที มนธิรายิ้มบาง ก่อนเดินเข้ามากระซิบข้างหู
“และเธอก็กำลังเป็นผู้หญิงแบบนั้นอยู่”สิ้นคำ เธอก็เดินจากไป ทิ้งพิณลดาให้ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นด้วยหัวใจที่เหมือนถูกบดขยี้
หญิงสาวยกมือกุมท้องตัวเองแน่น ก่อนน้ำตาจะไหลลงมาเงียบ ๆ เธอพยายามแล้วจริง ๆ พยายามเป็นภรรยาที่ดี อดทน เข้มแข็งแต่สุดท้าย...เธอก็ยังไม่มีค่าในสายตาของเขาอยู่ดี
ขณะเดียวกัน ด้านล่างของงานธีร์ดนย์เริ่มหงุดหงิดขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อพิณลดาหายไปนานผิดปกติ
เขาเผลอมองนาฬิกาหลายครั้งโดยไม่รู้ตัวจนสุดท้ายต้องลุกขึ้น
“ธีร์ จะไปไหน”มนธิราที่เพิ่งกลับมาถามขึ้นทันที
“ไปดูเมีย”ชายหนุ่มตอบสั้น ๆคำตอบนั้นทำให้มนธิรายิ้มค้างไปเล็กน้อย ส่วนธีร์ดนย์กลับเดินออกไปแล้ว โดยไม่ทันเห็นสายตาเย็นจัดของผู้หญิงอีกคน
