บทที่ 4 ตอนที่4 แกเอาจริง
ตอนที่4
แกเอาจริง
คณินเหลือบมองพิมพ์อีกครั้งเธอกำลังคุยกับเพื่อน ท่าทีผ่อนคลายกว่าตอนอยู่ต่อหน้าเขา มีรอยยิ้มอ่อน ๆ บนใบหน้ารอยยิ้มนั้นทำให้เธอดูต่างไปจากภาพพยาบาลหน้าตานิ่งที่เขาเพิ่งเห็นเมื่อเช้าอย่างมากแล้วไม่รู้เพราะอะไร จู่ ๆ คณินก็อยากรู้ขึ้นมาว่า ถ้าผู้หญิงคนนั้นยิ้มให้เขาจริง ๆ จะเป็นอย่างไร
“เดือนเดียวใช่ไหม”
ภาคย์กับวายุหันมาพร้อมกัน“แกเอาจริง?”
“พูดแค่ว่าเดือนเดียวใช่ไหม”
ภาคย์หัวเราะ“ใช่”
คณินพิงพนักเก้าอี้อย่างสบาย ๆ“งั้นให้เวลาฉันเดือนเดียว”
วายุตบโต๊ะเบา ๆ อย่างชอบใจ“เชี่ย เอาจริงว่ะ”
“เดี๋ยว” คณินชี้หน้าเพื่อน “แค่ทำให้ยอมออกไปกินข้าว ไม่ใช่ทำอะไรเกินเลย ใครเอาเรื่องนี้ไปพูดให้เขาเสียหาย ฉันไม่เล่นด้วย”
“โอเค ๆ แค่เดตเดียว”
ภาคย์ยื่นมือมาคณินมองอยู่ครู่หนึ่งก่อนแตะมือแบบไม่จริงจังนัก
ในเวลานั้นเอง ไม่มีใครบนโต๊ะรู้เลยว่าเรื่องเล่นสนุกที่เริ่มจากศักดิ์ศรีผู้ชายเพียงไม่กี่ประโยค จะกลายเป็นสิ่งที่คณินต้องเสียใจที่สุดในชีวิตในวันหนึ่ง
หลังพักเที่ยง พิมพ์ชนกกลับขึ้นไปยังหอผู้ป่วยตามหน้าที่ของตนงานช่วงบ่ายยุ่งกว่าที่คิด ผู้ป่วยใหม่เข้ามาหลายราย การส่งเวรมีรายละเอียดมาก และมีญาติคนไข้สูงอายุรายหนึ่งถามข้อมูลซ้ำหลายรอบเพราะกังวล
พิมพ์อธิบายทุกครั้งโดยไม่แสดงอาการรำคาญ
“คุณยายคืนนี้ต้องงดอาหารหลังเที่ยงคืนนะคะ แต่ก่อนเที่ยงคืนยังจิบน้ำได้ตามที่คุณหมอแจ้งค่ะ ถ้าคุณยายหิวมากหรือมีอาการเวียนหัว กดเรียกพยาบาลได้เลย ไม่ต้องเกรงใจนะคะ”
“แล้วพรุ่งนี้ผ่ากี่โมงลูก”
“ตามตารางประมาณเก้าโมงค่ะ แต่เวลาสามารถขยับได้ถ้ามีเคสฉุกเฉิน พรุ่งนี้เช้าพิมพ์จะเข้ามาแจ้งอีกทีนะคะ”
“หนูกะเช้าหรือ”
“พรุ่งนี้กะเช้าค่ะ”
ยายยื่นมือมาจับมือเธอ“ดี ยายจำหนูได้ หนูพูดเพราะ”
พิมพ์ยิ้ม“งั้นคืนนี้คุณยายพักเยอะ ๆ นะคะ พรุ่งนี้จะได้มีแรง”
หลังออกจากห้องผู้ป่วย เธอถอนหายใจยาวด้วยความเหนื่อยเพื่อนพยาบาลชื่อมินตราเดินมา ข้าง ๆ
“วันนี้งานแน่นมาก”
“อืม”
“แล้วเมื่อเช้าเป็นไง ได้ข่าวว่าไปช่วยศูนย์ฟันมา”
พิมพ์หันมอง“ข่าวเร็วขนาดนั้นเลย?”
“โรงพยาบาลเรามีอะไรที่เร็วกว่าอินเทอร์เน็ตอีกเหรอ”
“ก็ไม่มีอะไร เด็กกลัว พิมพ์ช่วยคุยนิดหน่อย”
มินตราหรี่ตา“แล้วหมอคณินล่ะ”
“หมอคณินอะไร”
“เขาจีบไหม”
พิมพ์หัวเราะเบา ๆ“เจอกันไม่ถึงครึ่งชั่วโมงจะจีบอะไร”
“อย่าประมาทนะ หมอคนนี้สามประโยคก็จีบได้”
“เขาพูดเรื่องเลี้ยงกาแฟ”
มินตราหยุดเดินทันที“เห็นไหม!”
พิมพ์ส่ายหน้า“เขาแค่พูดเล่น”
“นั่นแหละจุดเริ่มต้นของผู้ชายแบบหมอคณิน”
“แล้วผู้ชายแบบหมอคณินเป็นแบบไหน”
“หล่อ รวย เก่ง พูดดี ขี้เล่น ชอบทำให้ผู้หญิงคิดว่าเราพิเศษ ทั้งที่จริงเขาก็ทำแบบนั้นกับทุกคน”
พิมพ์พยักหน้า“งั้นก็ตรงกับที่พิมพ์คิด”
“แต่ได้ข่าวว่าไม่เคยนอกใจแฟนนะ”
“ก็เป็นเรื่องดี”
“อ้าว แล้วทำไมทำหน้าเหมือนไม่สน”
“เพราะเขาไม่ได้นอกใจแฟนไม่ได้แปลว่าพิมพ์ต้องชอบเขานี่”
มินตราหัวเราะ“ใจแข็งจริง”
พิมพ์ไม่ตอบความจริงเธอไม่ได้เกลียดคณิน
เขาดูเป็นคนเก่ง มีน้ำใจกับคนไข้ และการพูดคุยกับเด็กเมื่อเช้าก็แสดงให้เห็นว่าอย่างน้อยเขาไม่ได้เป็นหมอที่สนใจแต่การทำงานให้เสร็จแต่ผู้ชายประเภทคณินอยู่ไกลจากคำว่า “คนที่พิมพ์ชนกอยากเสี่ยงหัวใจด้วย” มากชีวิตของเธอไม่มีพื้นที่เหลือพอสำหรับความสัมพันธ์ที่คลุมเครือ ทุกเดือนต้องแบ่งเงินเดือนส่งให้แม่ จ่ายค่าใช้จ่ายตัวเอง ช่วยค่าเล่าเรียนน้อง และเก็บไว้สำหรับเหตุฉุกเฉิน แม้เงินเดือนกับค่าเวรจะไม่ได้ต่ำ แต่เมื่อหักทุกอย่างก็แทบไม่เหลือเธอไม่เคยรู้สึกอายที่บ้านไม่ได้ร่ำรวยแต่เธอรู้ดีว่าความรักกับผู้ชายซึ่งใช้ชีวิตอยู่ในโลกต่างจากเธอหลายระดับมักมาพร้อมปัญหาที่ไม่ได้จบแค่คำว่า “รักกันก็พอ”พิมพ์เคยเห็นมามากพอโดยเฉพาะจากชีวิตของแม่
เกือบหกโมงเย็น งานเริ่มเบาลงเล็กน้อยพิมพ์กำลังนั่งบันทึกข้อมูลผู้ป่วยเมื่อโทรศัพท์ส่วนตัวสั่น
ชื่อ “แม่” ปรากฏบนหน้าจอเธอหยิบขึ้นมารับแล้วเดินหลบไปตรงมุมทางเดิน“ว่าไงแม่”
เสียงแม่ดังมาตามสาย“พิมพ์ว่างไหมลูก”
“มีเวลานิดหน่อยค่ะ แม่มีอะไรหรือเปล่า”
“แม่ว่าจะถามเรื่องเงินค่าเทอมของภพน่ะ เขาบอกต้องจ่ายเพิ่มอีกก้อนหนึ่งอาทิตย์หน้า เหมือนมีค่าลงทะเบียนวิชาอะไรเพิ่ม แม่ดูในบัญชีแล้วเงินร้านเดือนนี้ไม่ค่อยดี ถ้าพิมพ์ไม่สะดวกไม่เป็นไรนะ แม่ลองไปยืมป้าสายดูก็ได้”
พิมพ์หลับตาลงชั่วครู่“เท่าไหร่คะ”
แม่บอกจำนวนไม่ถึงกับมากจนหาไม่ได้แต่ก็เป็นเงินเกือบทั้งหมดที่เธอตั้งใจเก็บไว้เดือนนี้
“แม่ไม่ต้องไปยืมใครค่ะ เดี๋ยวพิมพ์จัดการ”
“แต่พิมพ์ก็มีค่าใช้จ่ายของพิมพ์นะลูก เดือนก่อนก็ส่งมาเยอะแล้ว”
“พิมพ์ไหว”
“ทำงานหนักอีกแล้วใช่ไหม”
หญิงสาวเงียบแม่รู้ทันที“พิมพ์ ลูกไม่ต้องแบกทุกอย่างคนเดียวนะ”ประโยคนั้นทำให้หญิงสาวยิ้มบางอย่างเหนื่อยล้า
“ไม่ได้แบกคนเดียวสักหน่อย แม่ก็ทำงาน ภพก็เรียน พิมพ์แค่ช่วยเท่าที่ช่วยได้”
“ถ้าไม่มีจริง ๆ บอกแม่ อย่าไปรับเวรจนไม่ได้นอน”
“ค่ะ”
“รับปากแบบนี้ทีไรไม่เคยทำตาม”
พิมพ์หัวเราะเบา ๆ“แม่รู้ทันอีกแล้ว”
“ก็ลูกแม่”เสียงแม่อ่อนลง“กินข้าวหรือยัง”
“กินแล้วค่ะ”
“อย่ากินกาแฟแทนข้าวนะ”
“รู้แล้วค่ะ”
หลังคุยต่ออีกไม่กี่ประโยค พิมพ์จึงวางสาย
เธอยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นครู่หนึ่ง ก่อนเปิดตารางเวรในโทรศัพท์ยังมีช่องเวรว่างอีกสองคืนปลายสัปดาห์ถ้ารับเพิ่ม เงินคงพอโดยไม่ต้องดึงเงินเก็บฉุกเฉินออกมา
“จะรับเพิ่มอีกเหรอครับ”เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง
พิมพ์สะดุ้งเล็กน้อยแล้วหันกลับ คณินยืนอยู่ไม่ไกล ไม่รู้มาตั้งแต่เมื่อไร เสื้อกาวน์ถูกถอดออกแล้ว เหลือเพียงเชิ้ตสีอ่อนพับแขนถึงข้อศอกกับกางเกงสแลคเรียบเนี้ยบ ดูเหมือนเพิ่งเสร็จงาน
“คุณหมอมีธุระอะไรแถวนี้คะ”เธอถามแทนคำตอบ
“ผมมาดูคนไข้ consult ครับ เดินผ่านพอดี”
เขาเหลือบมองโทรศัพท์ในมือเธอ“ผมไม่ได้ตั้งใจแอบฟังนะ แต่ตอนเดินมาคุณคุยโทรศัพท์อยู่ เสียงได้ยินนิดหน่อย”
พิมพ์ขยับสีหน้าเล็กน้อย“ไม่เป็นไรค่ะ”
“คุณจะรับเวรเพิ่มอีก?”
“เรื่องงานของพิมพ์ค่ะ”
คณินนิ่งไปนิดเมื่อได้ยินน้ำเสียงนั้นมันไม่ถึงกับไม่พอใจแต่ชัดเจนว่าเธอไม่ต้องการให้เขาถามต่อ
คนทั่วไปอาจรู้สึกเสียหน้า
คณินกลับยิ้ม“โอเคครับ ผมไม่ยุ่ง”
พิมพ์พยักหน้า“ขอตัวก่อนนะคะ”
เธอกำลังจะเดินผ่านไป แต่คณินพูดขึ้น
“เดี๋ยวก่อน”
“คุณหมอมีอะไรคะ”
เขายกแก้วเครื่องดื่มในมืออีกข้างขึ้น“ผมซื้อมาเกิน”
พิมพ์มองแก้ว“กาแฟ?”
“ชาเย็นครับ”
เธอเลิกคิ้ว“คุณหมอบอกเมื่อเช้าว่าจะเลี้ยงกาแฟ”
“ก็คุณดูเหมือนคนที่เย็นนี้ไม่ควรกินกาแฟเพิ่มแล้ว”
“แล้วคุณรู้ได้ยังไงว่าพิมพ์กินกาแฟมาแล้ว”
“เดา”
“เดาเก่งจังนะคะ”
“อาชีพหมอต้องสังเกตคนครับ”
“ทันตแพทย์สังเกตได้ถึงว่าพยาบาลกินกาแฟมากี่แก้วเลยเหรอคะ”
“ถ้าเป็นพยาบาลบางคนก็ได้ครับ”คำพูดนั้นชัดเจนพอให้รู้ว่ากำลังจีบ
พิมพ์ถอนหายใจ“คุณหมอคะ”
“ครับ”
“ถ้าจะให้พิมพ์พูดตรง ๆ คุณหมอไม่ต้องพยายามหาวิธีเอาของมาให้หรือหาเรื่องชวนคุยก็ได้นะคะ”
คณินไม่หลบตา“ทำไมครับ”
“เพราะพิมพ์ไม่ได้คิดอะไร”
“ผมก็ยังไม่ได้ขอให้คุณคิดอะไรนี่ครับ”
“แต่ท่าทางเหมือนกำลังจะขอ”
คณินหลุดหัวเราะ“คุณตรงกว่าที่ผมคิดนะ”
“พูดกันตรง ๆ จะได้ไม่เสียเวลาทั้งคู่ค่ะ”
เขาพยักหน้าเบา ๆ“งั้นผมพูดตรงเหมือนกัน ผมสนใจคุณ”พิมพ์เงียบเธอไม่คิดว่าเขาจะตอบง่ายขนาดนั้น
