บทที่ 9 ตอนที่9 วินิจฉัยจากรอยยิ้ม
ตอนที่9
วินิจฉัยจากรอยยิ้ม
มินตรามองอย่างไม่พอใจ แต่ยังไม่ทันได้บ่นต่อ มีเสียงเรียกจากห้องผู้ป่วยอีกฝั่ง จึงต้องรีบเดินไป
พิมพ์ก้มทำงานต่อตัวหนังสือบนหน้าจอเริ่มพร่าเล็กน้อยหญิงสาวกะพริบตาสองสามครั้งคิดว่าเพราะจ้องจอนานเกินไปแต่เมื่อยืนขึ้นเพื่อไปหยิบแฟ้มตรงชั้นด้านข้าง โลกทั้งใบกลับโคลงวูบ
เธอยื่นมือคว้าเคาน์เตอร์ตามสัญชาตญาณ
ปลายนิ้วแตะไม่ทันร่างกายเอนออกจากจุดที่ยืน
“พิมพ์!”
เสียงหนึ่งดังขึ้นพร้อมแรงประคองที่เข้ามาทันเวลาแขนแข็งแรงรั้งช่วงตัวเธอไว้ก่อนจะล้มลงไปกับพื้นกลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ที่คุ้นขึ้นอย่างประหลาดเข้ามาใกล้
พิมพ์หลับตาอยู่สองสามวินาทีก่อนลืมขึ้นอีกครั้งใบหน้าคณินอยู่ใกล้กว่าทุกครั้งคิ้วเข้มขมวดแน่น
ไม่มีรอยยิ้ม
“คุณได้ยินผมไหม”
“ได้ยินค่ะ”
“เวียนหัว?”
“นิดหน่อย”
“นิดหน่อยอะไร คุณแทบล้ม”เขาพยุงเธอนั่งลงบนเก้าอี้ใกล้ ๆ แล้วหันไปเรียกพยาบาลอีกคน
“ขอน้ำหวานหรือน้ำผลไม้ให้หน่อยครับ แล้วถ้ามีเครื่องวัดความดัน เอามาด้วย”
พิมพ์รีบพูด“ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้ค่ะ พิมพ์แค่ลุกเร็วไป”
คณินหันกลับมามอง“คุณนั่งก่อน”น้ำเสียงเขาไม่ได้ดัง แต่จริงจังจนเธอเงียบ
“วันนี้กินข้าวหรือยัง”
พิมพ์ชะงัก“กินแล้วค่ะ”
“กินอะไร”
“นม”
คณินจ้องหน้าเธอนิ่ง“คุณเรียกนมหนึ่งกล่องว่าข้าว?”
“ตอนเช้ามันรีบนี่คะ”
“ตอนนี้บ่ายสองครึ่ง”
“พิมพ์กำลังจะไปกิน”
“กำลังจะไปกิน หลังจากเกือบล้มต่อหน้าผมนี่นะ”
“คุณหมอคะ พิมพ์รู้ตัวเองค่ะ”
“ถ้ารู้ตัว คุณคงไม่ปล่อยให้ตัวเองทำงานตั้งแต่เช้าด้วยนมกล่องเดียวหรอก”น้ำเสียงเขาหนักขึ้นเล็กน้อย
พิมพ์ไม่ชอบถูกตำหนิ โดยเฉพาะจากคนที่ไม่ได้มีสิทธิ์
“คุณหมอไม่ต้องดุก็ได้ค่ะ พิมพ์ไม่ได้ตั้งใจไม่กิน แค่งานมันเยอะ”
คณินชะงัก เห็นแววไม่พอใจในดวงตาเธอจึงผ่อนเสียงลงทันที
“ผมไม่ได้ตั้งใจดุคุณ ผมตกใจ”สามคำหลังทำให้หญิงสาวนิ่ง
คณินถอนหายใจ“ผมเดินมาเห็นคุณยืนแล้ว อยู่ ๆ ก็จะล้ม คุณคิดว่าผมควรทำหน้าเฉย ๆ แล้วบอกว่าไม่เป็นไรเหรอ”
“พิมพ์ก็ไม่ได้ว่าอะไร”
“สีหน้าคุณฟ้องมากครับ”
แม้ยังเวียนหัว พิมพ์ก็เกือบหลุดยิ้ม คณินสังเกตเห็น“ยิ้มได้แปลว่าดีขึ้นหน่อยแล้ว”
“คุณหมอวินิจฉัยจากรอยยิ้มด้วยหรือคะ”
“ไม่ได้ครับ ผมเป็นหมอฟัน ไม่กล้าข้ามสาย”
พยาบาลคนหนึ่งนำเครื่องดื่มหวานกับเครื่องวัดความดันมาให้
คณินให้เจ้าหน้าที่ประจำหอเป็นคนตรวจเพื่อความเหมาะสม เขาเพียงยืนดูอยู่ข้าง ๆ ค่าความดันไม่ได้ต่ำอันตราย แต่ก็ต่ำกว่าปกติของพิมพ์เล็กน้อย
“เห็นไหมคะ ไม่ได้เป็นอะไร”เธอหันไปบอกเขา
คณินกอดอก“ผมยังไม่ได้พูดสักคำ”
“แต่หน้าคุณหมอบอกหมดแล้ว”
“ดีครับ แปลว่าเราเริ่มอ่านกันออก”
พิมพ์ไม่ต่อความ หลังดื่มน้ำหวานและนั่งพักประมาณสิบห้านาที อาการจึงดีขึ้นเธอกำลังจะลุกกลับไปทำงาน
คณินกลับถาม“ตอนนี้ไปกินข้าวได้หรือยัง”
“มีงานค่ะ”
“ผมไม่ได้ถามว่ามีงานไหม ผมถามว่าไปกินข้าวได้หรือยัง”
