บทที่ 10 ตอนที่10 ท่าทางสงบ

ตอนที่10

ท่าทางสงบ

หลังอาหารเช้า บัวบูชาย้ายมานั่งตรงโซฟาริมหน้าต่างในห้องนั่งเล่น ตำแหน่งเดิมที่เธอใช้มาตลอดหลายปีเพราะรับแสงธรรมชาติได้ดีและมองเห็นสวนด้านนอก

โต๊ะเตี้ยตรงหน้ามีโน้ตบุ๊กหนึ่งเครื่อง สมุดจด และเอกสารบางส่วน

หญิงสาวตั้งใจจะสะสางงานของตัวเองให้เสร็จ ก่อนคิดเรื่องหาที่พักอีกครั้งในช่วงบ่าย

แม้ภูเบศร์จะประกาศว่าไม่อนุญาตให้ย้าย แต่เธอไม่คิดจะเชื่อฟังเขาทุกอย่าง

ชีวิตเธอไม่ใช่ทรัพย์สินของเขาหากเรื่องนาฬิกาคลี่คลาย เธอก็จะไปหรือถ้าทนเขาไม่ไหวก่อน เธออาจจะไปทั้งที่เรื่องยังไม่คลี่คลายเสียเลย

บัวบูชาเพิ่งเปิดหน้าจอทำงานได้ไม่ถึงห้านาที เสียงฝีเท้าก็ดังเข้ามาใกล้

หญิงสาวไม่เงยหน้าแต่เมื่อเงาของคนตัวสูงทอดลงบนหน้าจอ เธอจึงจำใจมองขึ้น

ภูเบศร์ยืนอยู่ข้างโซฟา“มีอะไรหรือคะ ถ้าจะถามเรื่องนาฬิกา ฉันยืนยันคำตอบเดิมว่าฉันไม่มีอะไรจะพูดเพิ่ม และถ้าจะสั่งกาแฟอีกรอบ ฉันก็ยืนยันเหมือนกันว่าครัวอยู่ทางนั้น คุณเดินไปชงเองได้ค่ะ” บัวบูชาพูดโดยยังวางมืออยู่บนแป้นพิมพ์ สีหน้าเตรียมรับมือเต็มที่ราวกับรู้แล้วว่าการมาของเขาไม่เคยมีเรื่องดี

“ผมไม่ได้จะถามอะไรครับ ผมแค่จะนั่งตรงนี้ เพราะตำแหน่งนี้รับแสงดีและผมชอบมองสวนตอนอ่านเอกสาร ส่วนคุณถ้าจะทำงานต่อก็ขยับไปที่อื่นได้ บ้านมีโซฟาตั้งหลายตัว ผมคิดว่าคุณไม่น่าจะผูกกรรมสิทธิ์ไว้กับเบาะนี้เพียงที่เดียว”

ภูเบศร์กล่าวด้วยท่าทางสงบ ก่อนนั่งลงข้างเธอโดยไม่รอคำตอบจนพื้นที่โซฟาที่เคยกว้างกลายเป็นแคบลงทันที

บัวบูชาหันมองโซฟาอีกสามตัวว่างทั้งหมด

เก้าอี้เดี่ยวอีกสองตัวก็ว่างโต๊ะทำงานด้านข้างก็ไม่มีใครใช้แต่เขาจะต้องมานั่งตรงนี้ตรงที่เธอนั่ง

“ถ้าคุณอยากนั่งตรงนี้จริง ๆ ฉันไม่ว่าอะไรค่ะ แต่มันคงดีกว่าถ้าคุณบอกก่อนสักนิด ไม่ใช่มานั่งเบียดเหมือนตั้งใจทดสอบว่าฉันจะทนคุณได้กี่นาที อีกอย่างโซฟาตัวนี้มีที่พอสำหรับสองคนก็จริง แต่ฉันคิดว่าคุณไม่ได้ขาดแคลนพื้นที่ในบ้านถึงขนาดต้องมานั่งห่างจากฉันไม่ถึงหนึ่งศอกนะคะ” บัวบูชาพูดพร้อมยกโน้ตบุ๊กขึ้น เตรียมจะขยับหนีไปอีกฝั่งของโซฟา

“คุณคิดว่าผมตั้งใจมานั่งใกล้คุณหรือครับ อย่าสำคัญตัวผิดไปหน่อยเลย ผมแค่ชอบตำแหน่งนี้ และผมก็เคยนั่งตรงนี้มาก่อนคุณเสียอีก ถ้าจะนับตามลำดับการครอบครอง คุณต่างหากที่มาทีหลัง” ภูเบศร์ตอบพลางเปิดเอกสารในมืออย่างไม่สนใจ เขาจงใจเหยียดแขนพาดบนพนักโซฟา ทำให้บัวบูชาต้องขยับหนีอีกนิดเพื่อไม่ให้ไหล่สัมผัสแขนเขา

หญิงสาวสูดหายใจ นับหนึ่ง สอง สามจากนั้นปิดโน้ตบุ๊ก

“เชิญนั่งให้สบายค่ะ ฉันยกให้ทั้งหมดเลยก็ได้ เพราะดูจากความตั้งใจแล้ว ถ้าฉันขยับไปอีกฝั่ง คุณก็คงขยับตามจนสุดท้ายเราสองคนตกโซฟาไปพร้อมกัน ฉันยังอยากมีชีวิตสงบ ๆ และไม่ต้องเข้าโรงพยาบาลเพราะทะเลาะเรื่องที่นั่งกับเจ้าของบ้านค่ะ” บัวบูชากล่าวพลางลุกขึ้นรวบเอกสารทั้งหมดอย่างไม่เร่งรีบ แม้รู้เต็มอกว่าเขาตั้งใจแกล้ง

ภูเบศร์เหลือบตามองเขานึกว่าเธอจะเถียง

แต่เธอกลับยอมย้ายอีกแล้ว

ชายหนุ่มไม่เข้าใจว่าทำไมทุกครั้งที่บัวบูชาเลือกถอย เขากลับรู้สึกเหมือนคนแพ้มากกว่าคนชนะ

“คุณยอมง่ายจังนะครับ ผมนึกว่าจะบอกว่านี่เป็นที่ประจำของคุณแล้วเรียกร้องสิทธิ์อะไรขึ้นมาเสียอีก หรือจริง ๆ แล้วคุณถนัดเรื่องถอยทุกครั้งเวลารู้ว่าตัวเองไม่มีเหตุผลพอสู้” ภูเบศร์พูดไล่หลัง ขณะมองหญิงสาวเดินไปยังเก้าอี้อีกตัวที่ห่างออกไปราวสองเมตร

บัวบูชาหยุดหันกลับมา“ไม่ค่ะ ฉันแค่แยกออกว่าเรื่องไหนควรสู้ เรื่องไหนปล่อยให้เด็กดื้อได้ของเล่นที่อยากได้แล้วจะทำให้ชีวิตสงบกว่า ถ้าการได้นั่งโซฟาตัวนี้ทำให้คุณรู้สึกว่าชนะฉันได้สักเรื่อง ฉันก็ยินดีค่ะ เพราะอย่างน้อยวันนี้คุณจะได้อารมณ์ดีขึ้นและอาจลดจำนวนเรื่องที่ตั้งใจหาเรื่องฉันลงบ้าง” บัวบูชาตอบพร้อมส่งยิ้มอ่อนหวานให้เขา ยิ้มที่ดูสุภาพเหลือเกินหากไม่ติดว่าคำพูดทั้งหมดกำลังเปรียบเขาเป็นเด็กดื้อเต็ม ๆ

ภูเบศร์นิ่งไปคราวนี้มุมปากกระตุกเขาไม่แน่ใจว่ากำลังโกรธหรืออยากหัวเราะบัวบูชากลับไปนั่งทำงานไม่สนใจเขาอีก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป