บทที่ 5 ตอนที่5 ข้างในมีอะไรบางอย่าง

ตอนที่5

ข้างในมีอะไรบางอย่าง

ภูเบศร์เบี่ยงมือหลบดวงตาคมเงยขึ้นมองเธอ

เย็นจัด

“ทำไมผมต้องคืน ในเมื่อถ้าผมจำไม่ผิด นาฬิกาเรือนนี้เป็นของพ่อผม และผมจำมันได้ดีกว่าของหลายชิ้นในบ้านเสียอีก เพราะพ่อใส่มันแทบทุกวันก่อนเกิดเรื่อง แล้วมันหายไปพร้อมกับหลายอย่างหลังจากนั้น ตอนนี้ผมอยากฟังคำอธิบายจากคุณมากกว่าว่าของของพ่อผมมาอยู่ในกล่องส่วนตัวของคุณได้อย่างไร” ภูเบศร์ถามช้า ๆ ทุกคำชัดเจน ขณะกำตัวเรือนนาฬิกาแน่นขึ้นตามแรงอารมณ์ที่พุ่งสูง

บัวบูชาเผลอก้าวเข้าหา“ฉันบอกให้คุณคืนมาก่อนค่ะ นาฬิกาเรือนนี้คุณจะจับอย่างไรก็ได้ถ้าเป็นของคุณ แต่ตอนนี้อย่าพยายามเปิดหรือทำอะไรกับมัน เพราะมันเก่ามากแล้ว และถ้าเสียหายขึ้นมาบางอย่างอาจแก้ไขไม่ได้อีก” บัวบูชาพูดด้วยความร้อนรน ก่อนยื่นมือหมายจะเอาของคืนอีกครั้ง

คราวนี้ภูเบศร์คว้าข้อมือเธอไว้แรงไม่ถึงกับทำให้เจ็บรุนแรงแต่แน่นพอจะหยุดหญิงสาวเอาไว้ตรงหน้า

บัวบูชาสะดุ้งเงยหน้าขึ้นสบตาเขา“คุณเป็นห่วงนาฬิกาของพ่อผมมากกว่าผมเสียอีกนะครับ ทั้งรู้ว่ามันเก่า รู้ว่าไม่ควรเปิดผิดวิธี แล้วยังพูดเหมือนรู้ด้วยว่าข้างในมีอะไรบางอย่างที่ถ้าเสียหายแล้วจะแก้ไขไม่ได้ คุณคิดว่าพูดมาขนาดนี้แล้วผมจะปล่อยคุณเดินหนีไปโดยไม่ถามต่อจริง ๆ หรือ” ภูเบศร์กล่าวเสียงต่ำ แรงบีบบริเวณข้อมือเธอคลายลงเล็กน้อยเมื่อเห็นสีหน้าบัวบูชาซีดลง แต่ยังไม่ยอมปล่อย

บัวบูชากลืนน้ำลายหัวใจเต้นแรงจนเจ็บ

เธอรู้มากเกินไปและภูเบศร์ก็ฉลาดเกินกว่าจะมองไม่เห็นช่องว่างในคำพูดของเธอ

“ฉันรู้เพราะพ่อเคยบอกไว้เท่านั้นค่ะ พ่อบอกว่านาฬิกาเรือนนี้มีกลไกของมันเองและไม่ควรฝืนเปิด ฉันรู้แค่นั้นจริง ๆ ส่วนเรื่องที่มันมาอยู่กับพ่อฉันได้อย่างไร ฉันไม่มีคำตอบที่คุณอยากได้ เพราะตอนที่พ่อยังมีชีวิตอยู่ ฉันเองก็ยังเด็กเกินกว่าจะเข้าใจทุกอย่างที่เกิดขึ้น” บัวบูชาตอบอย่างระมัดระวัง แม้รู้ดีว่าคำอธิบายนั้นจะสร้างคำถามมากกว่าคลายข้อสงสัย

คิ้วเข้มของภูเบศร์ขยับเข้าหากันทันที

“พ่อคุณเป็นคนบอกวิธีดูแลนาฬิกาของพ่อผมให้คุณฟังอย่างนั้นหรือครับ ฟังดูน่าสนใจดีนะ เพราะผมเป็นลูกแท้ ๆ ยังไม่เคยรู้เลยว่านาฬิกาเรือนนี้มีอะไรพิเศษ แต่พ่อคุณกลับรู้ถึงขั้นกำชับลูกสาวว่าอย่าเปิดผิดวิธี ผมควรเข้าใจเรื่องนี้แบบไหนดี ระหว่างพ่อคุณกับพ่อผมสนิทกันมากกว่าที่ทุกคนเคยบอก หรือพ่อคุณรู้เรื่องของของพ่อผมมากเพราะเคยเอามันมาไว้กับตัวเองโดยที่เจ้าของไม่เต็มใจ”

ภูเบศร์ถามต่อโดยไม่เว้นช่องให้เธอหลบ ความเจ็บจากความสูญเสียในอดีตถูกดึงกลับขึ้นมาชัดเจนในแววตา

“อย่าพูดเหมือนพ่อฉันเป็นขโมยนะคะ คุณไม่มีหลักฐานว่าท่านเอานาฬิกามาโดยไม่ได้รับอนุญาต และถ้าพ่อคุณเป็นคนมอบให้ด้วยตัวเองล่ะ ถ้าสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตมีเหตุผลที่คุณยังไม่รู้ คุณไม่คิดบ้างหรือคะว่าการกล่าวหาคนตายทุกครั้งที่เห็นอะไรผิดไปจากสิ่งที่ตัวเองเชื่อ มันอาจไม่ยุติธรรมกับใครเลย”

บัวบูชาเถียงกลับทันที ความโกรธทำให้ดวงตาที่เคยหวั่นไหวมีประกายแข็งขึ้น แม้ข้อมือยังอยู่ในมือของเขาก็ตาม

ภูเบศร์นิ่งประโยคหนึ่งสะดุดความคิดเขาถ้าพ่อเป็นคนมอบให้เองเป็นไปได้หรือ แต่ชายหนุ่มผลักความคิดนั้นออกไปแทบจะทันที

“ถ้าพ่อผมให้จริง คุณก็คงตอบผมได้ทันที ไม่ใช่หน้าซีดแล้วพยายามแย่งนาฬิกาคืนเหมือนกลัวว่าผมจะพบอะไรในนั้น และยิ่งคุณบอกว่าไม่รู้ ผมก็ยิ่งไม่เชื่อ เพราะทุกท่าทางของคุณตอนนี้กำลังบอกว่าคุณรู้อย่างน้อยหนึ่งอย่างที่ผมไม่รู้แน่นอน” ภูเบศร์กล่าวพลางปล่อยข้อมือเธอในที่สุด แต่เขากลับเก็บนาฬิกาไว้ในมือ ไม่ยอมคืนให้ตามที่เธอต้องการ

ทันทีที่เป็นอิสระ บัวบูชาถอยหลัง มืออีกข้างลูบข้อมือตัวเองเบา ๆไม่ได้เจ็บจากแรงบีบเท่ากับเจ็บจากสายตาที่เขาใช้มองกัน สายตาของคนที่พร้อมเชื่อว่าเธอผิดก่อนจะได้ฟังความจริง

“คุณจะคิดยังไงก็เป็นสิทธิ์ของคุณค่ะ ฉันอธิบายได้เท่าที่อธิบาย และถ้าคุณไม่เชื่อ ต่อให้ฉันพูดอีกสิบประโยคก็คงไม่มีประโยชน์ แต่ฉันขอเตือนอีกครั้งว่าอย่าใช้อะไรงัดฝาหลังนาฬิกา ถ้าคุณทำมันเสียเอง ต่อให้ภายหลังอยากรู้ว่ามันมีอะไร คุณอาจไม่มีโอกาสได้รู้อีก” บัวบูชาพูดพร้อมก้มลงเก็บของในกล่องไม้ทีละชิ้น หวังเพียงให้มือที่สั่นเล็กน้อยมีงานทำจนเขาไม่ทันสังเกต

ภูเบศร์มองนาฬิกาในมือแล้วมองเธอ“เดี๋ยวนะครับ เมื่อครู่คุณบอกว่ารู้แค่ว่าห้ามเปิดผิดวิธี แต่ตอนนี้คุณกำลังบอกว่าข้างในอาจมีอะไรบางอย่างให้ผมรู้ คุณกำลังเผลอพูดมากไป หรือจริง ๆ แล้วตั้งใจจะโยนคำใบ้ให้ผมตามหาความจริงกันแน่”

ภูเบศร์ถามพลางก้าวมาหยุดอยู่ด้านหน้ากล่องไม้ ทำให้บัวบูชาไม่สามารถทำเป็นยุ่งกับของแล้วหลบหน้าเขาได้อีกต่อไป

หญิงสาวชะงักนึกอยากกัดลิ้นตัวเองจริง ๆคนอะไรจับผิดทุกคำหากเป็นเรื่องอื่น เธอคงประชดกลับไปแล้วแต่นี่ไม่ใช่เรื่องเล่น

“ฉันหมายถึงถ้านาฬิกาเสีย คุณก็อาจไม่มีวันรู้ไงคะว่ามันมีอะไรพิเศษหรือไม่มีอะไรเลย ฉันไม่ได้บอกว่าข้างในมีความลับอะไร คุณอย่าเอาทุกคำของฉันไปตีความเหมือนกำลังสอบสวนผู้ต้องหาได้ไหม ฉันเหนื่อยแล้ว และเราสองคนก็เพิ่งเจอกันไม่ถึงครึ่งชั่วโมง คุณยังไล่ฉันออกจากบ้านไปแล้วหนึ่งรอบ ฉันคิดว่าวันนี้น่าจะเพียงพอสำหรับการต้อนรับกลับบ้านของคุณแล้วค่ะ” บัวบูชาตอบยาวรวดเดียวจบ ก่อนก้มเก็บผ้าผืนหนึ่งที่หล่นออกจากกล่องโดยไม่ยอมเงยหน้า

บทก่อนหน้า
บทถัดไป