บทที่ 8 ตอนที่ 8 คนใจร้ายกับสงครามในบ้าน

ตอนที่ 8

คนใจร้ายกับสงครามในบ้าน

แสงแดดยามเช้าส่องลอดผ้าม่านสีอ่อนเข้ามาเป็นแนวยาวบนพื้นห้องนอน หากเป็นเช้าวันอื่น บัวบูชาคงตื่นขึ้นมาพร้อมความสงบที่คุ้นเคย เดินลงไปชงกาแฟ จัดของเล็ก ๆ น้อย ๆ แล้วเริ่มต้นวันธรรมดาของตัวเองโดยไม่ต้องระวังทุกฝีก้าวว่าการเดินผ่านมุมไหนของบ้านจะทำให้ใครหงุดหงิดแต่เช้าวันนี้ไม่เหมือนเดิมเพราะเจ้าของบ้านตัวจริงกลับมาแล้วและเพียงคืนแรก ภูเบศร์ก็ทำให้เธอรู้สึกราวกับบ้านที่เคยอาศัยมาหลายปีกลายเป็นสนามรบซึ่งเต็มไปด้วยกับระเบิดที่มองไม่เห็น

หญิงสาวนั่งอยู่ปลายเตียงอยู่ครู่หนึ่งก่อนถอนหายใจยาว สายตาเหลือบมองกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ที่เมื่อคืนเจ้าของบ้านลากกลับขึ้นมาให้ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงเขาเพิ่งประกาศว่าจะให้เวลาเธอสามวันย้ายออกถ้าไม่ติดเรื่องนาฬิกา เธอคงออกไปตั้งแต่เช้ามืดแล้วแต่เมื่อภูเบศร์เห็นนาฬิกาของบิดา ทุกอย่างก็เปลี่ยนจากคนที่อยากไล่เธอให้พ้นสายตา เขากลับประกาศว่าจะจับตาดูเธอจนกว่าจะได้คำตอบ

บัวบูชาไม่รู้เลยว่าระหว่างการถูกไล่กับการถูกเขาจับตามองทุกฝีก้าว แบบไหนน่าปวดหัวกว่ากัน

หญิงสาวจัดการธุระส่วนตัวจนเรียบร้อย ก่อนเดินลงมาชั้นล่างด้วยชุดสบาย ๆ เส้นผมยาวถูกรวบเป็นหางม้าอย่างง่าย ๆ

บ้านยังเงียบเธอเหลือบมองนาฬิกาแขวนผนัง

หกโมงครึ่ง

ภูเบศร์คงยังไม่ตื่นความคิดนั้นทำให้หญิงสาวรู้สึกโล่งอย่างประหลาดอย่างน้อยเธอน่าจะมีเวลาอีกสักชั่วโมงก่อนสงครามรอบใหม่เริ่มต้น

บัวบูชาเดินเข้าครัว เปิดตู้หยิบเมล็ดกาแฟออกมาตามความเคยชิน แม้ตัวเองไม่ใช่คนติดกาแฟมากนัก แต่หลายปีที่ผ่านมาเธอเคยชงให้คนในบ้านอยู่เสมอ จนการชงกาแฟตอนเช้ากลายเป็นกิจวัตรที่แทบไม่ต้องคิดเสียงเครื่องบดเมล็ดกาแฟทำลายความเงียบ

กลิ่นหอมเข้มค่อย ๆ กระจายไปทั่วครัว

หญิงสาวกำลังเทน้ำร้อนลงบนกาแฟในแก้วของตัวเอง เมื่อเสียงทุ้มที่ดังมาจากด้านหลังทำให้มือเธอหยุดค้าง

“ผมนึกว่าคนที่เพิ่งถูกกล่าวหาว่าปิดบังความลับสำคัญจะนอนไม่หลับทั้งคืนเสียอีก แต่ดูจากสีหน้าตอนนี้ คุณคงพักผ่อนสบายกว่าผมมาก เพราะยังมีอารมณ์ตื่นมาชงกาแฟตั้งแต่เช้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยนะครับ”

ภูเบศร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยขณะเดินเข้ามาในครัว เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนถึงข้อศอกทำให้เขาดูสบายกว่าคืนก่อนเล็กน้อย ทว่าสายตาคมกริบยังคงเต็มไปด้วยแววจับผิดไม่ต่างกัน

บัวบูชาหลับตาชั่วขณะมาแล้วระเบิดลูกแรกของวันเธอคิดว่าน่าจะได้พักสักหนึ่งชั่วโมงดูเหมือนเธอจะประเมินความขยันหาเรื่องของผู้ชายคนนี้ต่ำเกินไป

“ฉันไม่รู้ว่าการนอนไม่หลับจะช่วยทำให้อดีตเปลี่ยนแปลงได้อย่างไรค่ะ ถ้ามันช่วยได้จริง คุณบอกฉันล่วงหน้าได้นะคะ คืนนี้ฉันจะพยายามไม่นอนให้เลย แต่ถ้าไม่ได้ช่วยอะไร ฉันคิดว่าการพักผ่อนให้เพียงพอน่าจะมีประโยชน์ต่อชีวิตมากกว่า” บัวบูชาตอบโดยไม่หันกลับไปมองเขาทันที เธอค่อย ๆ วางกาน้ำลงและยกแก้วกาแฟของตัวเองขึ้นเหมือนตั้งใจจะไม่ปล่อยให้คำเหน็บแนมทำลายเช้าวันนี้ง่าย ๆ

ภูเบศร์เลิกคิ้วดูเหมือนผู้หญิงที่เมื่อคืนกล้าเถียงเขาจนแทบไม่มีช่องให้พูดจะยังไม่หมดฤทธิ์หลังตื่นนอนตรงกันข้าม เธอเหมือนจะพร้อมรบกว่าเดิมด้วยซ้ำ

“ผมไม่ได้บอกให้คุณอดนอนครับ แค่ประหลาดใจว่าคนที่มีเรื่องให้ปิดบังยังสบายใจได้ขนาดนี้ หรือบางทีคุณอาจฝึกเก็บความลับจนชินแล้วก็เลยไม่รู้สึกอะไร”

ภูเบศร์กล่าวพลางดึงเก้าอี้ออกมานั่งตรงโต๊ะกลางครัว สายตายังคงจับอยู่บนตัวหญิงสาวอย่างจงใจรบกวนความสงบของเธอ

บัวบูชาหันกลับมามองเขาในที่สุดชายหนุ่มนั่งไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์ราวกับสิ่งเดียวที่เขาต้องทำในเช้านี้คือการหาเรื่องเธอและดูเหมือนจะมีความสุขกับมันเสียด้วย

“ถ้าคุณจะพูดเรื่องนาฬิกาตั้งแต่หกโมงครึ่ง ฉันขอเสนอให้คุณดื่มกาแฟก่อนค่ะ อย่างน้อยคาเฟอีนอาจช่วยให้คุณแยกออกว่าอะไรคือคำถามจริง ๆ กับอะไรคือการกล่าวหาคนอื่นเพราะตัวเองอารมณ์เสีย ถ้าดื่มแล้วยังไม่ดีขึ้นค่อยว่ากันอีกที” บัวบูชาพูดพร้อมยกแก้วขึ้นจิบอย่างใจเย็น แม้ข้างในจะเริ่มอยากเดินหนีกลับขึ้นห้องเต็มที

ภูเบศร์มองเธออยู่สองวินาทีก่อนสายตาจะเลื่อนไปยังอุปกรณ์ชงกาแฟบนเคาน์เตอร์มุมปากเขากระตุกเหมือนนึกอะไรสนุกออก

“ในเมื่อคุณชงกาแฟเป็น แล้วหลายปีที่ผ่านมาก็ดูแลเรื่องในบ้านเก่งจนรู้เกือบทุกซอกทุกมุม ผมคงไม่รบกวนเกินไปถ้าจะขอกาแฟสักแก้วนะครับ เอาอเมริกาโนไม่เข้มมาก อุณหภูมิไม่ต้องร้อนจนเกินไป เติมนมสดนิดเดียวแต่ไม่ต้องถึงกับกลบรสกาแฟ น้ำตาลครึ่งช้อน ไม่ใช่หนึ่งช้อน และขอแก้วที่อุ่นไว้ก่อนด้วย เพราะผมไม่ชอบให้กาแฟเย็นเร็วเกินไป”

ภูเบศร์สั่งด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย พร้อมเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ราวกับสิ่งที่พูดออกไปเป็นคำขอธรรมดาที่สุดในโลก

บัวบูชาค้างไปเล็กน้อยเธอมองเขามองอุปกรณ์ชงกาแฟแล้วกลับมามองหน้าเขาอีกครั้ง

ภูเบศร์ยังคงทำหน้าสงบนิ่งแต่ประกายขบขันลึก ๆ ในดวงตาคู่นั้นทำให้เธอแน่ใจทันทีว่าเขาจงใจ

“คุณจำได้หรือคะว่าตัวเองกำลังสั่งกาแฟ หรือกำลังให้โจทย์สอบภาคปฏิบัติกับบาริสต้า เพราะถ้าจะละเอียดขนาดนี้ ฉันคิดว่าฉันควรหากระดาษมาจดก่อน เผื่อผิดไปหนึ่งหยดแล้วท่านเจ้าของบ้านจะประกาศว่ากาแฟหนึ่งแก้วเป็นหลักฐานเพิ่มว่าฉันคิดร้ายต่อครอบครัวคุณ”

บัวบูชาพูดพร้อมวางแก้วของตัวเองลงบนเคาน์เตอร์ เธอหรี่ตามองคนที่กำลังพยายามกลั้นรอยยิ้มอย่างรู้ทัน

“ผมแค่บอกสิ่งที่ชอบให้ชัดเจนครับ เพราะถ้าผมพูดสั้นเกินไปแล้วคุณทำผิด ผมเกรงว่าจะถูกกล่าวหาทีหลังว่าเรื่องมากโดยไม่บอกรายละเอียดตั้งแต่แรก ดังนั้นบอกให้ครบเสียตอนนี้น่าจะยุติธรรมกับคุณมากกว่า” ภูเบศร์ตอบด้วยสีหน้าจริงจังอย่างแนบเนียน หากไม่ใช่เพราะเธอรู้จักนิสัยเขามาก่อน บัวบูชาอาจเชื่อว่าเขาหวังดีจริง ๆ

หญิงสาวเม้มปากห้ามตัวเองไม่ให้ถอนหายใจเสียงดังเธอหันกลับไปเตรียมกาแฟตามที่เขาสั่งอย่างแม่นยำบดเมล็ดใหม่ชงใหม่เติมน้ำตามสัดส่วนเทนมสดเพียงนิดตักน้ำตาลครึ่งช้อนอุ่นแก้วตามที่เขาสั่ง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป