บทที่ 9 ตอนที่9 ไม่มีพรสวรรค์

ตอนที่9

ไม่มีพรสวรรค์

กระทั่งทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย บัวบูชาจึงยกแก้วไปวางตรงหน้าเขา

“อเมริกาโนไม่เข้มมาก อุณหภูมิไม่ร้อนเกินไป เติมนมสดเพียงนิด น้ำตาลครึ่งช้อน และฉันอุ่นแก้วให้แล้วด้วยค่ะ ถ้าคุณยังหาเรื่องติได้อีก ฉันแนะนำให้คุณชงเองตั้งแต่พรุ่งนี้ เพราะฉันคงไม่มีพรสวรรค์พอจะรับใช้มาตรฐานกาแฟระดับละเอียดถึงหนึ่งในสิบช้อนของคุณได้”

บัวบูชากล่าวพลางผลักแก้วไปตรงหน้าเขาพอดี ดวงตาคู่หวานมองด้วยความท้าทายบาง ๆ ราวกับรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่

ภูเบศร์จับแก้วขึ้นเขายกจิบเพียงนิดรสชาติดี

อุณหภูมิพอดีน้ำตาลพอดีหรือเรียกได้ว่าแทบไม่มีอะไรให้ติแต่ชายหนุ่มไม่ได้คิดจะยอมง่าย ๆ

“ไม่อร่อยครับ ผมคิดว่าน้ำเยอะไปนิด แล้วนมน่าจะมากกว่าที่ผมบอกด้วย กลิ่นกาแฟเลยอ่อนเกินไป ถ้าคุณชงแบบนี้ให้คนในบ้านมาตลอด ผมเริ่มสงสัยแล้วว่าที่ทุกคนชมว่าอร่อยเพราะเกรงใจ หรือเพราะไม่ได้รู้จริง ๆ ว่ากาแฟที่ดีควรเป็นแบบไหน”

ภูเบศร์พูดหลังจากวางแก้วลง สีหน้าเรียบสนิทจนแทบมองไม่ออกว่าเจ้าตัวกำลังแกล้งเต็มที่ บัวบูชาจ้องหน้าเขา จากนั้นหญิงสาวเดินเข้าไปหยิบแก้วจากตรงหน้าเขาอย่างรวดเร็ว

“งั้นไม่ต้องดื่มค่ะ เพราะฉันไม่เห็นเหตุผลว่าคุณจะต้องฝืนดื่มของที่ไม่อร่อยให้ทรมานตัวเอง อีกอย่างกาแฟแพงกว่าน้ำเปล่า ถ้าคุณไม่ชอบก็ประหยัดเมล็ดไว้ให้คนที่เห็นคุณค่ามันดีกว่า”

บัวบูชาพูดจบก็หมุนตัวกลับ เดินไปที่อ่างล้างจาน และก่อนภูเบศร์จะทันได้พูดอะไร เธอก็เทกาแฟทั้งแก้วลงไปทันที เสียงของเหลวกระทบอ่างเบา ๆ

ภูเบศร์มองภาพตรงหน้าอย่างคาดไม่ถึง เขานึกว่าเธอจะถามว่าต้องแก้ตรงไหนอาจทำหน้าไม่พอใจหรืออย่างมากก็ชงใหม่แล้วบ่นเล็กน้อยแต่บัวบูชากลับเททิ้งเสียเลย

“ผมไม่ได้บอกให้คุณเททิ้งนะครับ ผมแค่บอกว่าไม่อร่อย คุณไม่คิดบ้างหรือว่าผมอาจดื่มต่อเพราะไม่อยากสิ้นเปลือง หรืออย่างน้อยคุณควรถามก่อนว่าจะให้ชงใหม่ไหม ไม่ใช่ตัดสินใจแทนผมทุกอย่างแบบนี้”

ภูเบศร์ถามด้วยสีหน้าที่เริ่มไม่พอใจจริงขึ้นมานิดหนึ่ง ความตั้งใจเดิมที่จะหาเรื่องเธอกลับกลายเป็นว่าเขาเป็นฝ่ายเสียกาแฟโดยไม่ได้ดื่มเกินสองคำ

บัวบูชาหันกลับมาใบหน้าหวานเต็มไปด้วยความไร้เดียงสาแบบที่เขารู้ทันว่าเสแสร้ง

“ฉันเห็นคุณพูดเสียยาวว่ามันไม่อร่อยตรงไหนบ้าง ฉันก็เลยคิดว่าคุณคงไม่อยากแตะต้องมันอีกแล้วค่ะ อีกอย่างเมื่อคืนคุณเพิ่งสอนฉันเองว่าของที่ไม่ใช่ของเราไม่ควรยื้อไว้ ส่วนเช้านี้ฉันก็เรียนรู้เพิ่มเติมว่าอะไรที่เจ้าของไม่เห็นคุณค่า เราก็ควรปล่อยมันไปเหมือนกัน ฉันคิดว่าฉันเป็นนักเรียนที่เรียนรู้เร็วพอสมควรนะคะ”

บัวบูชาตอบพลางคว่ำแก้วลงบนตะแกรงอย่างใจเย็น คำพูดนั้นดูเหมือนพูดถึงกาแฟ แต่กลับวกเอาถ้อยคำของเขาเมื่อคืนมาย้อนให้เสียจนชายหนุ่มขบกรามแน่น

ภูเบศร์มองเธออยู่อีกพักหนึ่งก่อนหัวเราะเบา ๆ อย่างไม่อยากยอมรับว่าเธอทำให้เขาไปต่อไม่ถูก

“ปากคุณไม่ได้แค่เก่งขึ้นนะครับ ดูเหมือนความจำจะดีขึ้นด้วย เพราะสามารถเก็บทุกประโยคของผมมาตีกลับได้หมด ผมคงต้องระวังเวลาพูดกับคุณเสียแล้ว ไม่อย่างนั้นวันหนึ่งอาจโดนคำพูดตัวเองย้อนกลับมาหมดทั้งชีวิต”

ภูเบศร์เอ่ยพลางลุกจากเก้าอี้ มุมปากยกขึ้นบาง ๆ แม้ภายในจะรู้สึกขัดใจที่ผู้หญิงตัวเล็กกว่ากลับทำให้เขาตามเกมเธอไม่ทัน

“ระวังไว้ก็ดีค่ะ เพราะฉันคิดว่าคนเราควรรับผิดชอบคำพูดตัวเอง โดยเฉพาะคนที่ชอบพูดแรง ๆ แล้วทำหน้าราวกับตัวเองไม่เคยทำให้ใครเจ็บ ถ้าวันหนึ่งคุณต้องย้อนมาฟังทุกประโยคที่ตัวเองเคยพูด ฉันหวังว่าคุณจะยังชอบมันเท่าตอนที่เป็นคนพูดออกไปนะคะ”

บัวบูชาตอบด้วยน้ำเสียงสงบลงเล็กน้อย ประโยคท้ายมีความจริงจังที่ทำให้รอยยิ้มของภูเบศร์จางลงอย่างไม่รู้ตัวความเงียบแทรกเข้ามาชั่วขณะ

บัวบูชาจึงหยิบแก้วกาแฟของตัวเองแล้วเดินออกจากครัวเธอไม่รู้เลยว่าเช้าวันนี้เพิ่งเริ่มต้นและสงคราม          เล็ก ๆ ระหว่างเธอกับภูเบศร์ยังไม่จบง่าย ๆ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป