บทที่ 1 ตอน เจ้าสาวรับจ้าง

         โรงแรมหรูใจกลางเมือง ถูกเลือกให้เป็นสถานที่จัดงานแต่งงานของกวินทร์ ทายาทเพียงคนเดียวของเจ้าสัวก้องเกียรติ พิพัฒนกิจ งานนี้เป็นงานใหญ่แห่งปี เชิญแขกเหรื่อในแวดวงธุรกิจของประเทศมาร่วมงานอย่างคับคั่ง

ภายในห้องแต่งตัวของเจ้าบ่าว กวินทร์นั่งนิ่งอยู่บนรถเข็นไฟฟ้า ชุดสูทสีขาว ขับให้ใบหน้าคมสันดูหล่อเหลาราวกับเทพบุตร

ทว่า... แววตาที่จ้องมองเงาตัวเองในกระจก กลับว่างเปล่าและเย็นชา

ในมือของเขากำโทรศัพท์มือถือไว้แน่น นิ้วทั้งห้าเกร็งจนเห็นเส้นปูดบนหลังมือ

ไม่กี่นาทีก่อนหน้า เขาได้รับข้อความจากเจ้าสาวของเขา

‘ขอโทษด้วยนะวิน มนคงแต่งงานกับคุณไม่ได้แล้ว ตอนนี้มนกำลังจะขึ้นเครื่องไปอังกฤษ ลาก่อนนะคะ – มนสิชา’

"แกบอกว่า มนสิชาหนีไปแล้วอย่างนั้นเหรอ!"

เสียงของเจ้าสัวก้องเกียรติดังขึ้น หลังจากรู้ว่าเจ้าสาวของหลานชายคนเดียวของเขา ได้หนีงานแต่ง ที่กำลังจัดขึ้น ก่อนงานจะเริ่มต้นไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า

"หึ... มนเขารังเกียจคนพิการอย่างผม เขาจะหนีก็ไม่แปลกหรอกครับ”

กวินทร์เบนสายตาจากกระจกมาสบตาผู้เป็นปู่ แววตาของเขาระริกไหว เต็มไปด้วยความผิดหวังปนเปไปกับความคับแค้นใจ

มนสิชาเจ้าสาวของเขา เธอเป็นคนรักที่เขาคบหามาตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย บิดามารดาของหญิงสาวเป็นนักธุรกิจใหญ่คนหนึ่งของภาคใต้ มนสิชาถูกเลี้ยงดูมาราวกับเจ้าหญิง เธอคบหากับเขาเพราะคิดว่าเขาเหมาะสมกับเธอ ทั้งรูปร่างหน้าตาและฐานะทางสังคม

เขาเองก็ถูกใจในความสวยของเธอ บิดามารดาของเขาเองก็ไม่คัดค้านเมื่อเขาต้องการหมั้นหมายกับเธอ ความรักผลิดอกออกผล จนกำหนดวันแต่งงานในวันนี้ แต่เขาดันโชคร้ายรถที่นั่งไปกับบิดามารดา เกิดอุบัติเหตุ ทำให้เขาสูญเสียท่านทั้งสองไป แม้จะรอดชีวิตแต่ขากลับพิการ ต้องรักษาตัวอยู่หลายเดือน

แรกๆ มนสิชายอมมาช่วยดูแลตามประสาคนรัก แต่เธอกลับอดทนไม่ไหวกับร่างกายที่เดินไม่ได้ของเขา

“วิน มนทนไม่ไหวหรอกนะ ที่ต้องมาคอยดูแลคนพิการตลอดเวลาแบบนี้ เมื่อไหร่คุณจะเดินได้สักที”

หญิงสาวบ่นกระปอดกระแปดทุกครั้ง ที่แวะมาหาเขา อาการบาดเจ็บของเขาสาหัสมาก กว่าจะรักษาบาดแผลเบื้องต้นก็ใช้เวลาหลายเดือน หมอภาคินแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู ได้มารักษาเขา พร้อมกับทีมกายภาพและพยาบาล

“ช่วงนี้มนยุ่งมาก คงแวะมาบ่อยๆ ไม่ได้นะคะ”

มนสิชาเริ่มถอยห่างจากเขา ทำท่าเบื่อหน่ายเมื่อต้องเฝ้าดูเขาทำกายภาพ แล้วยังทำท่ารังเกียจไม่ยอมอยู่ใกล้ชิดเขา

“มน ผมต้องการกำลังใจจากมนนะ ทำไมถึงทำท่าเหมือนเหม็นเบื่อผมแบบนี้ เมื่อก่อนมนยังชอบให้ผมอยู่ใกล้ๆ”

กวินทร์รับรู้ถึงความเฉยชาของคนรัก สายตาท่าทางของมนสิชาที่แสดงต่อเขา ทำให้ชายหนุ่มเจ็บปวดมาก แต่ยังเชื่อมั่นในความรักที่เขากับเธอเคยมีต่อกัน จึงเร่งรัดให้ปู่ของเขาจัดงานแต่งงานขึ้น หวังเหนี่ยวรั้งมนสิชาให้อยู่ข้างกายของเขาตลอดไป

ไม่คิดว่าเธอจะกล้าหนีงานแต่ง เธอไม่ปฏิเสธเขา แต่กลับจากไปโดยไม่บอกล่วงหน้า ปล่อยให้เขาจัดงานแต่งเชิญแขกเหรื่อมากมาย ราวกับต้องการฉีกหน้าเขาและตระกูลของเขา

“ปู่ผิดเอง ที่ไปเร่งรัดให้พ่อแม่หนูมน บังคับให้หนูมนแต่งงานกับแก”

เจ้าสัวก้องเกียรติใช้อำนาจส่วนตัว บังคับให้บิดามารดาของมนสิชายอมรับการแต่งงาน ไม่คิดว่ามนสิชาจะกล้าหนีงานแต่ง

“มนเขารังเกียจไอ้เป๋แบบผม เขาทนไม่ได้ที่จะแต่งงานกับคนพิการ ยกเลิกงานวันนี้ไปเถอะครับ”

กวินทร์บอกผู้เป็นปู่ งานแต่งที่ไม่มีเจ้าสาว จะจัดต่อได้อย่างไร

"ยกเลิกไม่ได้ แขกเหรื่อข้างล่างนั่นระดับรัฐมนตรี ระดับเจ้าของกิจการทั้งนั้น ปู่ไม่ยอมให้ตระกูลเรากลายเป็นตัวตลก เพราะเจ้าสาวหนีงานแต่งหรอกนะ!"

เจ้าสัวก้องเกียรติไม่ยินยอม หน้าตาของตระกูล จะพังยับไม่ได้

"วันนี้ยังไงแกต้องแต่งงาน”

"เจ้าสาวหนีไปแล้ว จะให้แต่งกับใครเหรอครับ”

กวินทร์แค่นเสียงขื่น ยิ้มหยันตัวเอง

"หรือคุณปู่จะให้ผมเข็นรถออกไปรับแขกคนเดียว แล้วบอกว่าเจ้าสาวผม ติดธุระด่วนมาแต่งงานไม่ได้"

"ปู่จัดการได้ก็แล้วกัน!"

เจ้าสัวก้องเกียรติสะบัดหน้าเดินออกไปจากห้อง ทิ้งกวินทร์ไว้เพียงลำพัง

ราวครึ่งชั่วโมงต่อมา ประตูก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง พร้อมกับผู้หญิงคนหนึ่ง ก้าวเข้ามาในชุดเจ้าสาวที่เตรียมไว้ให้มนสิชา

"นี่พิรดาหรือหนูพิม เธอจะมาเป็นเจ้าสาวของแกในวันนี้”

เจ้าสัวก้องเกียรติแนะนำหญิงสาวให้หลานชายรู้จัก

“คุณปู่ไปเอาตัวผู้หญิงคนนี้มาจากไหน”

กวินทร์กวาดสายตามองผู้หญิงที่ชื่อ 'พิม' ตั้งแต่หัวจรดเท้า หญิงสาวหน้าตาสวยไม่แพ้มนสิชา รูปร่างพอๆ กับอดีตเจ้าสาวของเขา แต่มีส่วนโค้งส่วนเว้าที่อวบอิ่มกว่าเล็กน้อย

“ปู่จ้างหนูพิมมาแต่งงานกับแก ทางพ่อแม่หนูมนเขาก็มาขอโทษ แล้วจะออกหน้าเป็นผู้ใหญ่เจ้าสาวให้เหมือนเดิม”

เมื่อได้ยินแบบนั้น แววตาของกวินทร์จึงฉายแววดูถูกเหยียดหยามออกมาทันที เขาหันไปมองหน้าเธอแล้วเอ่ยว่า

"คุณปู่จ้างเธอมาเท่าไหร่ล่ะ เธอถึงได้ยอมมาแต่งงานกับคนพิการ ที่เดินไม่ได้แม้แต่จะไปเข้าห้องน้ำเองแบบฉัน"

พิรดาที่ยืนนิ่งมาตลอด มองตอบเขามุมปากขยับยิ้มบางๆ เป็นยิ้มที่ไม่ได้มีความอ่อนหวานเลยสักนิด เธอเดินเข้าไปหยุดตรงหน้าชายหนุ่ม โน้มตัวลงจนระดับสายตาเท่ากัน กลิ่นหอมจางๆ จากตัวเธอทำให้กวินทร์ชะงักไปครู่หนึ่ง

"ค่าจ้างมันเยอะพอ ที่จะทำให้ฉันแกล้งมองไม่เห็นความพิการ ของคุณ ได้สักพักล่ะค่ะคุณกวินทร์"

สายตาของเธอกวาดมองไปทั่วตัวเขา ก่อนจะหยุดที่ขาทั้งสองข้าง ริมฝีปากแย้มกว้างขึ้น ขณะเอ่ยว่า

"ฉันยอมแต่งงานกับคุณ เพราะเห็นแก่เงินที่คุณปู่คุณจ้างฉัน ถูกผู้หญิงทิ้งยังจะมาเรื่องเยอะอีก"

"นี่เธอ!"

กวินทร์หน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ มือหนาคว้าข้อมือเล็กไว้แน่น

"ปากดีนักนะ รู้ไหมว่าเธอกำลังพูดอยู่กับใคร!"

"รู้ค่ะ ฉันพูดอยู่กับเจ้าบ่าวขาเป๋ ไงคะ"

พิรดาบิดข้อมือออกจากการเกาะกุมอย่างรวดเร็ว ก่อนจะถอยออกมา แล้วจัดชุดเจ้าสาวของตัวเอง 

"แขกข้างล่างรออยู่นานแล้ว อย่าทำตัวเป็นเด็กอมมือประชดโลกให้มันมากนักเลย เสียเวลาทำมาหากินฉัน!"

กวินทร์กัดฟันกรอด จ้องหน้าพิรดาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

“ก่อนจะไปที่งาน ทั้งสองคนลงชื่อในทะเบียนสมรส แล้วก็สัญญาฉบับนี้ให้เรียบร้อยก่อน”

เจ้าสัวก้องเกียรติเรียกให้เจ้าหน้าที่ นำเอกสารมาให้ทั้งสองคนเซ็น

“ทำไมผมต้องจดทะเบียนกับยายนี่ด้วย แค่แต่งกันหลอกๆไม่ใช่หรือครับ”

กวินทร์ไม่ยอมเซ็นชื่อ เขามองหน้าพิรดาแล้วเมินหน้าหนี

“สัญญานี้เป็นข้อตกลงระหว่างแกกับหนูพิม ทะเบียนสมรสก็ต้องจดให้มันสมจริง ต้องเอาไปแสดงให้แขกในงานดู จบงานค่อยว่ากันอีกที"

“หลานชายคุณปู่เรื่องมากจังเลยค่ะ ทำอย่างกับจดทะเบียนแล้ว จะไม่กล้าหย่า พิมเซ็นก่อนนะคะ”

พิรดาจับปากกามาเซ็นชื่อในเอกสารทั้งสองฉบับ ก่อนจะมองหน้ากวินทร์แล้วยักไหล่ ราวกับสิ่งที่เธอเซ็นลงไปเป็นแค่การแจกลายเซ็นของดารา

“ฉันเซ็นก็ได้ จบงานวันนี้ ฉันจะหย่ากับเธอทันที”

กวินทร์จำใจตวัดลายเซ็นลงบนเอกสาร แล้วโยนปากกาทิ้ง

 เจ้าสัวก้องเกียรติมองภาพตรงหน้าด้วยแววตาพึงพอใจ ขณะที่กวินทร์หมุนรถเข็นออกไปทางประตูด้วยท่าทางฮึดฮัด ท่านเจ้าสัวขยับเข้ามาใกล้พิรดาแล้วกระซิบเบาๆ

"ขอบใจนะหนูพิม"

พิรดาถอนหายใจยาว ความเหนื่อยหน่ายฉายชัดบนใบหน้า

"พิมจะอดทนนะคะ งานนี้พิมสู้ตายค่ะ"

พิรดาขยับชุดให้เข้าที่ก่อนจะก้าวเดินตามเจ้าบ่าวออกไป เพื่อเริ่มการแสดงละครในบทบาท เจ้าสาวรับจ้าง

///

บทถัดไป