บทที่ 2 ตอน งานแต่งงานจอมปลอม
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการในงานแต่งงาน พิรดาตามกวินทร์กลับมายังห้องหอ ที่ชั้นบนสุดของคฤหาสน์พิพัฒนกิจจา
ภายในห้อง ถูกตกแต่งด้วยดอกกุหลาบสีขาว เจ้าสัวให้คนรับใช้เข็นรถพากวินทร์เข้ามาภายในห้อง และให้พิรดาตามเข้ามาด้วย
“เอาล่ะ แต่งงานกันแล้วก็ต้องส่งตัวเข้าหอ ตามพิธีให้ครบถ้วน จะได้เป็นมงคลชีวิต”
“ต้องทำขนาดนั้นเลยหรือคะคุณปู่”
พิรดาตกใจ ที่ท่านเจ้าสัวจะให้เธอเข้าหอ ในข้อตกลงไม่ได้ระบุไว้แบบนี้นี่นา
“แต่งงานหลอกๆ จะเอาความมงคลมาจากไหนครับ”
กวินทร์เอ่ยท้วง เขายอมแต่งงานกับพิรดา ก็เพื่อรักษาหน้าตาของตระกูล ไม่ให้ต้องขายหน้า แต่คนเป็นปู่กลับเล่นไม่เลิก
“ช่างเถอะ แกจะไม่ให้ปู่ส่งพวกแกเข้าหอก็ไม่เป็นไร ยังไงปู่ก็เป็นแค่คนแก่ๆ ไม่จำเป็นต้องเชื่อฟังหรอก”
ท่านเจ้าสัวทำหน้าเศร้า เอ่ยเสียงเบาลง ก่อนจะหันหลังทำท่าจะออกไป กวินทร์เห็นแบบนั้นก็ไม่อยากขัดใจ
“ก็ได้ครับ คืนนี้ผมจะทนให้ยายหน้าเงินนี่ อยู่ร่วมห้องสักคืน”
“หนูพิมมายืนใกล้เจ้าบ่าวนี่ ปู่จะอวยพรให้นะ”
เจ้าสัวก้องเกียรติหันกลับมาทันที พลางฉีกยิ้มกว้างแล้วดึงแขนพิรดาให้มายืนข้างๆหลานชาย
“ปู่ของอวยพรให้ชีวิตคู่ของหลานทั้งสอง จงครองคู่กันอย่างมีความสุข หนักนิดเบาหน่อยต้องให้อภัยกันนะ ชีวิตคู่จะได้ยืนยาวจนแก่เฒ่า มีลูกมีหลานเต็มบ้านเต็มเรือน”
คำอวยพรนั้น ทำให้บ่าวสาวรู้สึกเหมือนกลืนของขม แต่ก็นิ่งเงียบฟังจนจบ
“คุณปู่ไปพักเถอะค่ะ คืนนี้ดึกมากแล้ว”
พิรดาจับมือคนแก่ แล้วประคองท่านเดินออกไป
ทันทีที่บานประตูถูกปิดลง กวินทร์ก็กดปุ่มรถเข็นไฟฟ้าเคลื่อนไปหยุดอยู่ที่ปลายเตียงหนานุ่ม
"คืนนี้เธอนอนบนพื้นไป อย่าคิดมานอนร่วมเตียงกับฉัน"
กวินทร์ไม่ยอมให้เจ้าสาวรับจ้างของเขานอนร่วมเตียง
"แหมทำอย่างกับฉัน อยากนอนร่วมเตียงกับคุณ”
พิรดาตอกกลับแล้วยิ้มหยัน ก่อนจะเดินหนีไปจัดการเครื่องประดับบนผมตัวเอง หน้ากระจกเครื่องแป้ง
“ไม่อยากนอนก็ดีแล้วนี่ มาถอดชุดบ้าๆ นี่ออกให้ฉันทีสิ"
กวินทร์สั่งเสียงห้วน แผ่นหลังกว้างของเขายังคงตั้งตรงด้วยความโอหัง
“ถอดเองไม่ได้เหรอคะ มือคุณก็ไม่ได้พิการนี่"
พิรดาที่กำลังเอื้อมมือไปปลดเครื่องประดับผม ชะงักไปเล็กน้อย เธอมองผ่านกระจกเงาเห็นสายตาของกวินทร์ ที่จ้องมองมาก็รู้ทันทีว่า เขากำลังหาเรื่องกลั่นแกล้งเธออยู่
"ในเมื่อรับเงินปู่ฉันมาแล้ว ก็หัดทำหน้าที่ให้มันคุ้มค่าเงินหน่อย"
พิรดาถอนหายใจยาวอย่างระอา เดินเข้าไปหาเขาช้าๆ กลิ่นหอมจางๆ จากกายเธอ ทำเอาคนตัวโตที่แสร้งทำเป็นดุถึงกับใจสั่นไปวูบหนึ่ง หญิงสาวโน้มตัวลงไปใกล้ เพื่อแกะกระดุมเสื้อสูทสีขาวให้เขา
จังหวะที่ปลายนิ้วเรียวสัมผัสกับอกกว้าง กวินทร์ก็ฉวยโอกาสคว้าหมับเข้าที่เอวบาง แล้วดึงเธอให้ล้มลงมานั่งบนหน้าขาของเขา
"อุ๊ย!"
พิรดาหลุดร้องออกมาด้วยความตกใจ มือเล็กจับไหล่หนาเพื่อประคองตัว
"หึ... ตัวสั่นเชียวนะ ทำเป็นปากเก่ง"
กวินทร์กระซิบข้างหูเธอ กลิ่นอายบุรุษเพศและความร้อนแรงในแววตาทำให้พิรดาใจเต้นผิดจังหวะ
"ไหนๆ ก็รับจ้างเป็นเจ้าสาวให้ฉันแล้ว ฉันอยากรู้เหมือนกันว่าผู้หญิงหน้าเงินอย่างเธอ จะทำหน้าที่บนเตียงได้คุ้มค่าเงินหรือเปล่า"
เขาตั้งใจพูด หวังแกล้งให้เธออับอาย แต่พิรดาไม่ได้สั่นกลัวอย่างที่เขาคิด เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมปลาบของเขา
“ฉันน่ะรับเงินมาแล้ว ก็ต้องทำงานให้คุ้มค่าจ้างอยู่แล้ว”
พิรดาใช้ปลายนิ้ว แตะคางเขาให้แหงนขึ้นมาสบตาเธอ ก่อนจะกระตุกยิ้มที่มุมปาก
“คุณแน่ใจเหรอคะคุณกวินทร์ ว่าคุณไหว แต่ดูทรงแล้ว... สภาพคุณตอนนี้ ปีนขึ้นบนเตียงให้ได้ซะก่อน ก็นับว่าเก่งแล้วล่ะค่ะ"
หญิงสาวพูดจบ ก็แกะมือเขาออกแล้วตบแรงๆ ที่หน้าอกของอีกฝ่าย จนร่างบนรถเข็นเซถลาเกือบตกจากรถเข็น
"พิรดา!"
กวินทร์แผดเสียงคำรามลั่น แววตาแทบพ่นไฟออกมาด้วยความเดือดดาล กดนิ้วบังคับรถเข็นไฟฟ้าพุ่งเข้าใส่เธออย่างโมโห
"ขับรถเข็นไล่ชนฉันเหรอ ฮ่า ฮ่า ฮ่า"
พิรดาหัวเราะร่วน กระโดดหลบรถเข็นที่พุ่งมา ก่อนจะสปริงตัวขึ้นไปยืนบนเตียงหนานุ่ม
"แน่จริง ก็ลุกขึ้นมาจับฉันให้ได้สิคะคุณกวินทร์ อ้อ... ลืมไป ว่าคุณลุกไม่ได้นี่นา”
"เธอคิดว่า ฉันทำอะไรเธอไม่ได้ใช่ไหม!"
โทสะพุ่งทะลุขีดจำกัด ทำให้กวินทร์ลืมตัวใช้แขนทั้งสองข้างยันที่เท้าแขนรถเข็น กระชากตัวเองลุกขึ้น แล้วโถมตัวเข้าใส่ร่างที่อยู่บนเตียงสุดแรง
ร่างสูงใหญ่กดทับร่างนุ่มนิ่มของหญิงสาว ล้มลงกับที่นอนทันที เขารวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอ ตรึงไว้เหนือหัวด้วยมือเดียว
"ว้าย !"
พิรดาอุทานด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าเขาสามารถลุกจากรถเข็นเข้ามาจับเธอได้
"เป็นไงล่ะ ยายตัวแสบ”
กวินทร์คำรามใส่หน้า แววตาคมจ้องมองหญิงสาวอย่างคนเหนือกว่า
“ปล่อยฉันนะ คนบ้า”
พิรดาพยายามดิ้นรน แต่คนตัวโตแม้จะขาพิการแต่ข้อมือของเขากลับแข็งแรง จนกดเธอแนบกับที่นอนจนดิ้นไม่หลุด
“ไอ้คนบ้า อย่าคิดว่าฉันจะยอมให้คุณรังแกง่ายๆ นะ”
“ทำเป็นเก่งไม่ใช่เหรอ ท้าทายฉันดีนัก ตอนนี้ขอโทษฉันซะดีๆ ไม่อย่างนั้นฉันจะไม่ยอมปล่อยเธอแน่”
“แกล้งฉัน แล้วจะให้ฉันขอโทษคุณเหรอ ฝันไปเถอะ ปากของฉันมีไว้ด่า ไม่ได้มีไว้ขอโทษ อุ๊บ!”
เขาทนคนปากดีไม่ไหวอีกต่อไป ฉกริมฝีปากลงไปบดขยี้ริมฝีปากอิ่มนั้นอย่างดุดัน
กวินทร์ตั้งใจจะแค่ปราบพยศหญิงสาวให้สิ้นฤทธิ์ กลับรู้สึกถึงความหวานล้ำที่ซ่อนอยู่ จนเผลอไผลบดเคล้าเรียวปากนุ่มหวานนั้นอย่างลืมตัว ปลายลิ้นร้อนเกี่ยวกระหวัดลิ้นเล็กกว่า ดูดดึงความหอมหวานนั้นอย่างหิวกระหาย
“ยะ อย่า อื้อ”
พิรดาร้องห้ามเสียงแผ่ว ในจังหวะที่เขาผละริมฝีปากให้เธอได้หายใจ ก่อนจะถูกเขาจูบอีกครั้ง ลมหายใจหอบกระเส่า เมื่อเขากำลังแกล้งจูบเธอจนหัวหมุน สิ้นเรี่ยวแรงขัดขืน
"หึ... จูบเดียวมันยังไม่คุ้มค่าจ้างที่ปู่ฉันจ่ายไปหรอกนะ มาต่ออีกสักรอบเป็นไง!"
กวินทร์จูบจนหญิงสาวอ่อนระทวย ก็ผละริมฝีปากออก ดวงตาคู่คมจ้องใบหน้าแดงซ่านของคนใต้ร่าง มองริมฝีปากที่บวมเจ่อจากรสจูบของเขาอย่างเยาะหยัน แล้วต้องร้องลั่นออกมา
"โอ๊ย!"
กวินทร์สะดุ้งโหยงจนปล่อยมือ เมื่อพิรดาฉวยโอกาสตอนเขาเผลอ ฝังคมเขี้ยวลงบนต้นแขนแกร่งจนเลือดซิบ! เธอผลักอกเขาออกแล้วกระโดดลงไปยืนข้างเตียง
"นอกจากขาจะพิการแล้ว จูบยัง ห่วยแตกสิ้นดี"
เธอเช็ดริมฝีปากแรงๆ เหมือนรังเกียจ
"จูบห่วยแตกเหรอ เมื่อกี้ใครกัน ถูกฉันจูบจนตัวอ่อนเป็นเทียนถูกไฟลน”
กวินทร์โต้กลับ แววตาวาววับจ้องมองหญิงสาวอย่างเย้ยหยัน ยายตัวดีมาบอกว่าเขาจูบห่วยแตก ทั้งที่ถูกเขาจูบจนอ่อนระทวยไปหมด
“ฉันก็แค่รับค่าจ้างคุณปู่มา ก็เลยแกล้งแสดงให้สมบทบาทสักหน่อย ไม่คิดว่าคุณจะเชื่อจริงๆ”
พิรดาฝืนข่มความอาย ใช้สายตาเลื่อนต่ำลงไปมองที่เป้ากางเกงของกวินทร์ แล้วส่ายหน้าอย่างดูแคลน
"พิรดา ยัยผู้หญิงหน้าเงิน!"
กวินทร์โกรธจนตัวสั่น คว้าหมอนข้างตัวปาใส่เธอเต็มแรง
ฟึ่บ!
พิรดาเอียงคอหลบได้อย่างง่ายดาย ยักไหล่แล้วแบมือ
"อยากอาละวาด ก็ตามสบายนะค้าคุณสามีขา บ๊ายบาย!"
หญิงสาวเดินเชิดหน้าออกจากห้องไป ทิ้งให้กวินทร์นั่งกำหมัดแน่นอยู่บนเตียงด้วยความแค้นใจ
"ฉันจะสั่งสอนคนอวดดีอย่างเธอให้ได้..."
กวินทร์เค้นเสียงลอดไรฟัน เขาเลื่อนสายตาลงมามองที่ขาตัวเอง แววตาที่เคยหม่นแสงกลับลุกวาวด้วยประกายมุ่งมั่น
“ฉันต้องเดินให้ได้ และเมื่อวันนั้นมาถึง เธอจะได้รู้ว่าไอ้สิ่งที่เธอดูแคลนนักหนา มันจะทำอะไรเธอได้บ้าง!'
เมื่อก้าวออกมาพ้นประตูห้องนอน พิรดาผ่อนลมหายใจออกมาแรงๆ คำรามน้ำเสียงลอดไรฟันว่า
"ถ้าไม่เห็นว่าเป็นหลานของคุณปู่ ฉันจะกระทืบให้ตายคาเท้า”
พิรดาก่นด่า ก่อนจะเดินตรงไปยังห้องพักฝั่งตรงข้าม
สงครามเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น เธอรู้ดีว่าคนอย่างกวินทร์ ต้องเจอ 'ยาแรง' ถึงจะฮึดขึ้นสู้
///
