บทที่ 4 ตอน ข้อตกลง)
“เจ้าวินน่ะ มันหัวดื้อ ต้องดัดหลังมันให้เข็ด ปู่ยกมันให้หนูพิมจัดการได้ทุกอย่าง”
ท่านเจ้าสัววางถ้วยชาลงช้าๆ ยกหลานชายให้พิรดาจัดการ
“ถ้าพิมทำคุณกวินทร์ร้องไห้ขี้มูกโป่ง คุณปู่ไม่ดุพิมแน่นะคะ”
พิรดานึกภาพผู้ชายตัวโตร้องไห้ แล้วรู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมา
“ถ้ามันดื้อ หนูพิมจะตบตีหรือจะกระทืบ ปู่จะไม่ว่าสักคำ จัดหนักได้เลย”
ได้ยินแบบนี้แล้วพิรดาก็หัวเราะขำทันที หมอภาคินกลับขำไม่ออก รู้ดีว่ากวินทร์ไม่ใช่คนที่จะจัดการได้ง่ายๆ เขาเองยังจัดการอีกฝ่ายไม่ไหว
“กวินทร์เป็นคนอารมณ์ร้าย ยิ่งตอนนี้ยิ่งเหมือนคนมีอาการไบโพล่า พิมต้องระวังให้มากนะ”
หมอภาคินเอ่ยเตือนรุ่นน้อง เขากับพิรดาเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องเรียนคณะเดียวกัน ที่สำคัญเขารู้สึกดีๆ กับพิรดา จึงห่วงใยเธอเป็นพิเศษ
“ค่ะพี่หมอ มีคุณปู่อยู่ด้วย พิมมั่นใจว่าพิมจัดการได้ค่ะ”
พิรดาเอ่ยอย่างเชื่อมั่น เมื่อคืนเธอลองหยั่งเชิงกวินทร์ไปแล้ว พอรู้วิธีว่าจะจัดการคนแบบเขาอย่างไรบ้าง
“แล้วเรื่องหย่าล่ะคะ เมื่อคืนพิมกับคุณกวินทร์จดทะเบียนสมรสกันไปแล้ว จะมีปัญหาอะไรไหมคะ”
“เรื่องนั้นไม่ใช่ปัญหาหรอกหนูพิม ในเมื่อจดทะเบียนสมรสกันแล้ว จะหย่ากันทันทีก็คงโดนคนนินทาให้เสียชื่อเสียงแน่ ปู่จะบอกเจ้าวินว่า ให้ทำสัญญาแต่งงานแต่ในนามหนึ่งปี และภายในหนึ่งปีนั้นหนูพิมจะต้องทำให้เจ้าวินเดินให้ได้”
“หนึ่งปีเลยเหรอคะคุณปู่...”
พิรดาชะงักไปครู่หนึ่ง เธอเริ่มมองเห็นความยุ่งยากที่กำลังจะตามมา
“ใช่... หนึ่งปี”
เจ้าสัวก้องเกียรติเอ่ยย้ำ พลางจ้องลึกเข้าไปในตาของหญิงสาวที่เขารักเหมือนหลานแท้ๆ
“และถ้าภายในหนึ่งปีนี้ หนูพิมสามารถทำให้เจ้ากวินทร์กลับมาเดินได้จริงตามที่ตั้งใจไว้ ปู่จะทำตามสัญญาที่เคยให้ไว้กับหนูพิม ปู่จะให้ทุนไปเรียนต่อที่เมืองนอก”
คำว่า ‘ทุนเรียนต่อนอก’ ทำเอาพิรดาตาเป็นประกาย ความฝันที่เธอต้องการกำลังวางอยู่ตรงหน้า แต่ต้องแลกกับการรับมือหลานชายของคุณปู่เพียงหนึ่งปี
“ตกลงค่ะคุณปู่ พิมจะทำให้เขาเดินให้ได้ภายในหนึ่งปี”
ภาคินที่ฟังอยู่เงียบๆ ลอบถอนหายใจ แววตาที่เขามองพิรดานั้นเต็มไปด้วยความชื่นชมปนห่วงใย เขาแอบรักรุ่นน้องคนนี้มานาน เขารู้ดีว่าหญิงสาวมีเป้าหมายในการเรียนต่อ เพื่อพัฒนาความรู้ความสามารถเพื่อช่วยคนป่วยได้มากขึ้น
พิรดาไม่รู้เลยว่า การเข้าไปพัวพันกับกวินทร์ ในฐานะเมียหนึ่งปีนั้น อาจจะเปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล
///
บนชั้นสองของคฤหาสน์ กวินทร์บังคับรถเข็นมาหยุดอยู่ที่ริมหน้าต่างบานใหญ่ เขามองลอดผ่านผ้าม่านลูกไม้สีขาวลงไปยังสวนเบื้องล่าง แสงแดดรำไรพาดผ่านร่างของคนสามคนที่นั่งคุยกันอยู่
สายตาคมจ้องเขม็งไปที่พิรดา หญิงสาวกำลังยิ้มกว้าง พูดคุยบางอย่างกับปู่ของเขาและหมอภาคิน แววตาของเธอเป็นประกายสดใส
"หึ... คุยกับไอ้หมอทำท่าระริกระรี้เชียว"
กวินทร์พึมพำลอดไรฟัน มือหนากำพนักวางแขน เมื่อเห็นภาคินเอื้อมมือไปตบไหล่พิรดาเบาๆ ท่าทางสนิทสนมนั้นมันช่างขัดหูขัดตาเขาอย่างบอกไม่ถูก
‘ยายผู้หญิงหน้าเงิน คิดจะอ่อยไอ้หมอภาคินละสิท่า”
กวินทร์ก่นด่าหญิงสาวในใจ ดวงตาฉายรอยหงุดหงิดขึ้นมา รู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรบางอย่างจุกอยู่ที่อก มันไม่ใช่ความรัก. เขาบอกตัวเองแบบนั้น แต่มันคือความรู้สึกหวงแหน ในฐานะที่เธอมีชื่อติดอยู่ในทะเบียนสมรสของเขา
ไม่นานนัก พิรดาก็ผละตัวเดินแยกกลับมาทางตึกใหญ่ ทิ้งให้ภาคินและท่านเจ้าสัวคุยกันต่อ กวินทร์รีบบังคับรถเข็นถอยห่างจากหน้าต่างทันที เพราะไม่อยากให้เธอรู้ว่าเขาแอบมองอยู่
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะดังขึ้น ก่อนที่ประตูห้องจะถูกเปิดออก พิรดาก้าวเข้ามาด้านใน ใบหน้ายังมีร่องรอยความดีใจจางๆ จากข้อตกลงเรื่องทุนการศึกษาที่เพิ่งได้รับมา
"นี่เธอ เข้ามาทำไม อ่อยพี่คินเสร็จแล้วหรือไง ถึงได้รีบเสนอหน้ากลับมาหาฉันน่ะ"
กวินทร์เอ่ยแขวะทันที เมื่อเห็นท่าทางร่าเริง น่าหมั่นไส้ของพิรดา
"นี่คุณแอบดูฉันอยู่เหรอคะคุณกวินทร์ ถึงได้รู้ว่าฉันอ่อยพี่หมอ"
พิรดาเลิกคิ้วมองกวินทร์ ด้วยสายตายียวน
"ใครอยากแอบดูเธอกัน อย่าลืมนะว่าเธอมีชื่ออยู่บนทะเบียนสมรส ในฐานะเมียของฉัน อย่าทำตัวต่ำๆ"
กวินทร์ตอกกลับหญิงสาว พร้อมกับน้ำเสียงดูแคลน
"คุณพูดแบบนี้ หรือว่าคุณหึงฉันหรือคะ"
พิรดาเดินเข้าไปใกล้รถเข็น แกล้งโน้มตัวลงไปจนกวินทร์ต้องผงะถอยหลัง
"หึงอะไรกัน เหอะ อย่าสำคัญตัวผิดไปหน่อยเลย ฉันแค่รังเกียจผู้หญิงหิวเงินแบบเธอต่างหาก"
"ดีค่ะ... ถ้างั้นก็จำความรังเกียจนี้ไว้นะคะ"
พิรดายืดตัวขึ้น กระตุกยิ้มยั่วโมโหเขา ก่อนจะเอ่ยว่า
"เพราะคุณปู่มีคำสั่งให้ฉัน ดูแลคุณอย่างใกล้ชิดในฐานะเมียเป็นเวลาหนึ่งปี และในหนึ่งปีนี้ ฉันจะทำให้คุณรู้ซึ้งว่า การมีเมียแบบฉันมันเป็นยังไง"
“พูดบ้าอะไร ฉันจะหย่า ฉันไม่มีวันยอมรับผู้หญิงหน้าเงินอย่างเธอเป็นเมียหรอก”
กวินทร์ได้ยินก็แผดเสียงใส่ด้วยความโมโห เขาแค่ยอมแต่งงานกับเธอเพื่อรักษาหน้าให้คุณปู่ เรื่องอะไรจะยอมรับผู้หญิงแบบนี้มาเป็นเมียกัน
“ไม่เชื่อก็ไปถามคุณปู่ดูนะคะ ฉันรับเงินค่าจ้างมาแล้ว ก็แค่ทำตามเท่านั้นเอง”
พิรดาขยิบตาให้เขาหนึ่งทีอย่างท้าทาย ก่อนจะเดินนวยนาดออกไป ทิ้งให้กวินทร์นั่งหน้าแดงก่ำด้วยความโมโห
“ไอ้สน ไอ้สนเว้ย พาฉันไปหาคุณปู่ที”
กวินทร์ร้องเรียกคนรับใช้ ให้ช่วยพาเขาลงไปหาผู้เป็นปู่ ที่สวนหลังบ้าน พอไปถึงก็พบว่าหมอภาคินได้กลับไปแล้ว ท่านเจ้าสัวงนั่งจิบชาชมสวนเพียงลำพัง
“เรื่องที่หนูพิมพูดเป็นความจริง”
ท่านเจ้าสัวบอกหลานชายด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
“ผมจะหย่า ผมไม่ยอมให้ยายนั่นเป็นเมียผมจริงๆ หรอกครับ”
กวินทร์ทักท้วง เขามองหน้าผู้เป็นปู่ ที่ยามนี้ยังคงนั่งจิบชา ท่าทางไม่ทุกข์ร้อน ในขณะที่เขาร้อนรนจนอกแทบแตก
“ปู่ให้แกแต่งกับหนูพิมเพื่อแก้หน้าก็จริง แต่เรื่องหย่ามันต้องค่อยเป็นค่อยไป จะให้หย่ากันทันที คนอื่นเขาจะว่ายังไง หน้าตาของตระกูลพัฒนกิจจา จะเอาไว้ที่ไหน”
“หย่ากันเงียบๆ ใครจะไปรู้ล่ะครับ”
กวินทร์ไม่ยอมรับ หาทางออกให้ตัวเอง
“หึ แกคิดว่าข่าวพวกนี้ มันปิดกันได้ง่ายๆ เหรอ ดูสิข่าวสังคมเขาลงรูปงานแต่งของแกไปแล้ว สมัยนี้ข่าวออนไลน์มันแพร่ไวยิ่งกว่าหน้าหนังสือพิมพ์”
ท่านเจ้าสัวเปิดแทปเล็ต ให้หลานชายดูข่าวก็อสซิปแวดวงสังคมไฮโซ ที่แพร่กระจายไปในช่องทางออนไลน์
“บ้าจริง พวกนักข่าวพวกนี้ เอาไปลงได้ยังไง”
กวินทร์สบถออกมาอย่างหงุดหงิด งานแต่งของเขาเมื่อคืนที่ผ่านมา กลายเป็นข่าวดังออนไลน์ มีคนพูดถึงเจ้าสาวว่าไม่ใช่มนสิชา แต่เป็นหญิงสาวที่ไม่มีใครเคยรู้จักมาก่อน แม้เขาจะไม่ใช่ดารานายแบบดัง แต่มีชื่อเสียงในแวดวงนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงของปี และยังเป็นทายาทของมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยติดอันดับในประเทศ จึงเป็นที่สนใจของผู้คน
“เห็นรึยัง ว่าแกหย่ากับหนูพิมตอนนี้ไม่ได้ เอาเป็นว่ารออีกสักปีค่อยหย่าก็แล้วกัน ระหว่างนี้ก็ให้หนูพิมช่วยดูแลแกไปก่อน”
เจ้าสัวก้องเกียรติรวบรัดตกลงกับหลานชาย อีกฝ่ายทำหน้าบึ้งไม่พอใจ
“ผมไม่ต้องการให้ยายนั่นมาดูแล ต่างคนต่างอยู่ไปสิ”
“แกนี่เป็นนักธุรกิจได้ยังไง ลงทุนค้าขายก็ต้องได้กำไร นี่ปู่เสียเงินจ้างหนูพิมไปแล้ว จะไม่ใช้งานมันจะได้เหรอ”
ท่านเจ้าสัวส่ายหน้า ทำท่าเหนื่อยใจ กับหลานชายคนเดียว ที่ดื้อด้านเอาแต่ใจ
“อืม นั่นสิครับ ถ้าไม่ใช้ทำงาน ให้นั่งกินนอนกินรอเวลาหย่า ยายนั่นก็ได้กำไร”
กวินทร์คิดตาม พลางพยักหน้ารับ
“โอเคครับ ผมจะใช้เวลาหนึ่งปีนี้แหละ บดขยี้ความอวดดีของยายนั่นให้จมดินเลย”
ดวงตาคู่คมวาววับ ความคิดบางอย่างผุดขึ้นในสมอง คุณปู่ของเขาพูดถูก เสียเงินจ้างพิรดาแต่งงานกับเขาแล้ว จะให้เธอได้เงินไปเปล่าๆ นั่งกินนอนกินสุขสบาย เขาก็ขาดทุนพอดี
“พรุ่งนี้ หมอภาคินจะมาพร้อมกับนักกายภาพ แกก็ให้หนูพิมช่วยดูแลนะ”
ท่านเจ้าสัวบอกหลานชาย ขณะมองท่าทีของกวินทร์แล้วลอบยิ้ม เจ้าดื้อนี่ ต้องวางแผนกำหราบถึงจะจัดการได้
///
