บทที่ 5 ตอนที่ 5. นางยั่ว (โมโห)

เช้าวันรุ่งขึ้น ภายในห้องนอน กวินทร์เพิ่งตื่นนอนเมื่อคืนเขานอนดึกจึงตื่นสาย พอตื่นก็ไม่อยากลุกจากที่นอน ปกตินายสนจะเข้ามาดูแลเขา แต่วันนี้เขาไม่ได้เรียกอีกฝ่าย กะจะนอนอีกสักพัก 

ทว่าเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่จงใจกระแทกส้นกับพื้น ก็ดังขึ้นหน้าห้อง ประตูถูกเปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของพิรดา ในลุคที่เขาไม่เคยเห็น

หญิงสาวอยู่ในชุดเดรสสั้นสีแดงเพลิง ในมือถือกระเป๋าแบรนด์เนมใบหรู เธอเดินมาหยุดที่ปลายเตียง พลางมองดูนาฬิกาข้อมือด้วยท่าทางเหมือนรำคาญใจ

"นี่คุณตื่นแล้วทำไมไม่รีบลุก มัวแต่นอนอืดอยู่ได้ ฉันนัดกับเพื่อนไปเดินห้างตอนเที่ยงนะ" 

เธอพูดพลางสะบัดผมใส่หน้าเขาหนึ่งที กลิ่นน้ำหอมราคาแพงฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง

กวินทร์ขมวดคิ้ว จ้องมองชุดของเธอด้วยความหมั่นไส้ 

"จะไปไหนก็ไปสิ ใครล่ามโซ่เธอไว้ไม่ทราบ แล้วใส่ชุดบ้าอะไรของเธอเนี่ย"

"ปากว่าชุดบ้าๆ แต่ตาคุณจ้องนมฉันอยู่นะ” 

พิรดาตอกกลับ พลางกอดอกปกปิดสายตาอีกฝ่าย 

"ก็คุณปู่สั่งไว้น่ะสิคะ ว่าวันนี้ฉันต้องอยู่ดูคุณทำกายภาพบำบัดกับนักกายภาพคนใหม่ที่หมอภาคินจะส่งมา แล้วค่อยไปช็อปปิ้ง"

กวินทร์แค่นหัวเราะ "หึ... ห่วงแต่จะใช้เงินสินะ ยายผู้หญิงหน้าเงิน"

"ก็ใช่สิคะ ใครจะอยากนั่งเฝ้าคนขาเป๋ที่วันๆ เอาแต่ทำหน้ายักษ์ใส่คนอื่นล่ะ" 

พิรดาเดินเข้าไปข้างขอบเตียง พลางโน้มตัวลงมาเร่งยิกๆ 

"ฉันขอเตือนไว้ก่อนนะ วันนี้คุณต้องหัดเดินให้มันเสร็จไวๆ อย่ามัวแต่สำออย ฉันไม่อยากเสียเวลาชีวิตอยู่กับคุณนานๆ เข้าใจไหมคะ”

หญิงสาวกำชับเขา ทำท่าเบื่อหน่ายใส่

“เดี๋ยวนายสนจะมาช่วยคุณ ถ้าหมอภาคินมา ก็ทำกายภาพให้เสร็จไวๆ ฉันจะได้ไปช็อปปิ้งซะที”

กวินทร์จ้องมองใบหน้ายียวนของพิรดา ดวงตาคมเริ่มมีไฟโทสะลุกโชน เขาเกลียดสายตาดูแคลนที่เธอมองขาเขา และเกลียดความรู้สึกที่เธอมองเขาเป็นแค่ อุปสรรคในการไปเที่ยว

"อยากไปใช้เงินนักใช่ไหม..." 

กวินทร์พึมพำลอดไรฟัน เขากระตุกยิ้มที่มุมปากยิ้มเจ้าเล่ห์

 "ได้ ในเมื่อเธอรีบ ฉันก็จะทำให้เธอรู้ว่า วันนี้มันจะเป็นวันที่ยาวนานที่สุดในชีวิตเธอเลยล่ะ พิรดา"

"คุณหมายความว่ายังไงคะ" 

หญิงสาวแสร้งทำเป็นขมวดคิ้ว เอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ

"หมายความว่ายังไงเหรอ เดี๋ยวเธอก็รู้ นายสนมาช่วยฉันหน่อย” 

กวินทร์กดปุ่มเรียกนายสนมาช่วยเขาทำธุระส่วนตัว ก่อนจะบังคับรถเข็นออกไปจากห้อง 

///

 ภายในห้องโถงกว้าง ที่ถูกปรับปรุงเป็นห้องทำกายภาพบำบัด มีอุปกรณ์ฝึกเดินเป็นราวจับอลูมิเนียม กวินทร์นั่งรออยู่บนรถเข็น

หมอภาคินเดินนำชายหนุ่มร่างกำยำ ในชุดสปอร์ตพอดีตัวเข้ามาด้านใน

“วิน... นี่ นนท์ นักกายภาพที่จะมาดูแลนาย” 

หมอภาคินแนะนำกวินทร์ที่นั่งหน้าบึ้งอยู่บนรถเข็น ก่อนจะหันไปทางพิรดาที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟามุมห้อง 

“แล้วนี่คุณพิม ภรรยาของกวินทร์ครับนนท์”

“สวัสดีครับคุณพิม ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ” 

นนท์เอ่ยทักทายพลางฉีกยิ้มกว้าง เผยให้เห็นฟันขาวสะอาด บุคลิกขี้เล่นและดูใจดีของเขา ทำให้พิรดายิ้มตอบ

“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ คุณนนท์” 

พิรดาพูดจาทักทาย ลุกขึ้นยืนแล้วเดินเข้าไปใกล้อีกฝ่าย 

“คุณนนท์ ดูแข็งแรงจังเลยนะคะ”

“เหอะ” 

เสียงสบถดังมาจากรถเข็น กวินทร์จ้องนนท์แล้วรู้สึกเขม่นเล็กๆ เขามองใบหน้าสวยหวานของพิรดา ที่ตอบนี้ฉาบรอยยิ้มให้กับนักกายภาพหนุ่ม แล้วยังดวงตากระจ่างใสที่มองสบตากับหมอภาคิน ในหัวใจรู้สึกคันยุบยิบขึ้นมาด้วยความหมั่นไส้

“จะเริ่มได้รึยัง ถ้าจะมามัวแต่ยืนคุยกัน ก็กลับไปซะ”

“ใจเย็นครับคุณกวินทร์ เราเริ่มกันเลยดีกว่า” 

นนท์หัวเราะเบาๆ อย่างคนใจเย็น เขาเข้าไปช่วยพยุงกวินทร์ขึ้นจากรถเข็นเพื่อไปที่ราวจับสแตนเลส

พิรดาแสร้งทำเป็นไม่สนใจการฝึก เธอหันไปชวนภาคินคุย

“พี่หมอคะ ท่าทางคุณนนท์ดูคล่องแคล่วดีนะคะ ไม่รู้ว่าเป็นนักกายภาพมากี่ปีแล้ว”

“นนท์ทำงานนี้มาห้าปีแล้ว เขาช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาเดินได้หลายสิบคน พี่ก็เลยเลือกเขา ให้มาช่วยดูแลกวินทร์”

หมอภาคินบอกเล่าถึงความสามารถของนนท์ให้พิรดาฟัง หลังจากตกลงว่าจะใช้นักกายภาพผู้ชาย ชื่อของนนท์คือหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุดขณะนี้ 

“คุณกวินทร์ค่อนข้างตัวใหญ่ นนท์คงดูแลเขาไหว เดี๋ยวพิมจะวางตารางการฝึกให้อีกครั้ง ดูผลจากวันนี้ก่อนว่า คุณกวินทร์เขาจะทำได้แค่ไหน”

พิรดาพูดเสียงเบา ขณะขยับเข้าไปใกล้หมอภาคิน มองดูเอกสารที่อีกฝ่ายนำมา 

กวินทร์ที่กำลังกัดฟันใช้แขนยันตัวขึ้นยืน พยายามทรงตัวอยู่บนราวจับ เขาฝึกไปก็เงี่ยหูแอบฟังไป แต่ทั้งสองคุยกันเบาเกินไป ทำให้เขาไม่ได้ยินอะไร เขาหรี่ตามองเมียตัวเอง ตอนนี้พิรดาขยับเข้าไปยืนใกล้หมอภาคินจนไหล่แทบเกยกัน

“วิน วันนี้พอแค่นี้ก่อนไหม พึ่งเริ่มวันแรกอย่าหักโหม” 

ภาคินตะโกนบอก เมื่อเห็นกวินทร์หน้าแดงก่ำ เหงื่อกาฬไหลพราก หลังจากฝึกเดินไปชั่วโมงหนึ่งแล้ว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป