บทที่ 7 บทที่ 7. ตอน คนดื้อแบบนี้ มันน่ากำราบ

“ว้าย! คุณกวินทร์ หยุดนะ” 

พิรดาร้องลั่น พยายามแย่งฝักบัวคืน ทั้งคู่ยื้อยุดฉุดกระชากกันท่ามกลางสายน้ำที่กระเซ็นไปทั่ว เสื้อผ้าเปียกแนบเนื้อจนเห็นส่วนเว้าส่วนโค้งชัดเจน

ในจังหวะที่หญิงสาวถลาเข้าไปจะตะปบมือเขา ร่างของเธอก็เสียหลักล้มทับลงบนแผงอกเปลือยเปล่าของกวินทร์เต็มแรง ชายหนุ่มคว้าเอวบางไว้ตามสัญชาตญาณ 

สายตาของทั้งคู่ประสานกันนิ่ง ท่ามกลางเสียงน้ำกระทบพื้น ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ จนแทบได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวของกันและกัน

“ทำไม ใจเต้นแรงจังล่ะคะคุณกวินทร์ กลัวฉันเหรอคะ” 

พิรดาเป็นฝ่ายทำลายความเงียบด้วยคำถามยียวน แต่แววตาเธอกลับวูบไหวพยายามปกปิดความรู้สึกบางอย่าง

“ฉันไม่ได้กลัว... ฉันแค่รำคาญเธอยัยแม่มด!” 

กวินทร์สะบัดเสียงใส่ แต่ยังไม่ยอมปล่อยมือจากเอวเธอ “เกิดอะไรขึ้น! ทำไมเสียงดังโครมครามขนาดนี้”

เสียงของท่านเจ้าสัวก้องเกียรติ ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องน้ำ ทำให้ทั้งคู่สะดุ้งสุดตัว 

คุณปู่เดินเข้ามาเห็นสภาพหลานชายและหลานสะใภ้ เปียกปอนพัวพันกันอยู่บนพื้นห้องน้ำก็ถึงกับเบิกตากว้าง

“สน แกเข้ามาพากวินทร์ ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเดี๋ยวนี้!” 

คุณปู่รีบสั่งคนรับใช้ที่ยืนหน้าเหวออยู่ข้างหลัง กวินทร์รีบผลักหญิงสาวออก 

พิรดาลุกขึ้นยืนแล้วบิดน้ำออกจากชายเสื้อ พลางหัวเราะร่วน

“วันนี้คุณกวินทร์ขยันมากค่ะคุณปู่ ยอมฝึกเต็มเวลาไม่มีบ่นเลย แถมยังมีแรงมาเล่นสงกรานต์กับพิมในห้องน้ำอีก” 

พิรดาหันไปรายงานคุณปู่ด้วยรอยยิ้มสดใส 

“ดูทรงแล้ว อาจจะกลับมาเดินได้ เร็วกว่าที่พิมคิดไว้อีก”

ท่านเจ้าสัวหัวเราะหึๆ อย่างพึงพอใจ 

“ขอบใจนะหนูพิม ที่อดทนกับความนิสัยเสียของเจ้ากวินทร์”

“หนูไหวค่ะปู่ เรื่องแค่นี้จิ๊บๆ” 

พิรดาหันไปยักคิ้วให้กวินทร์ ที่กำลังถูกนายสนพยุงออกไป 

“พิมชอบนะคะ.คนดื้อแบบนี้ มันน่ากำราบดีค่ะ”

กวินทร์ที่ถูกเข็นออกไป หันกลับมามองพิมตาขุ่น

“ฝากไว้ก่อนเถอะยัยปีศาจ ถ้าฉันเดินได้เมื่อไหร่ เธอไม่ได้แค่เปียกน้ำแน่ !”

///

คืนนั้นกวินทร์ต้องทรมานจากอาการปวดกล้ามเนื้อ พิรดาแวะมาดูเขาก่อนนอน พบว่าชายหนุ่มกำลังใช้นายสนให้ทายาแก้ปวดเมื่อยให้ 

“ทาตรงขาเยอะๆ หน่อย นวดด้วยสิ ใช่ๆ ตรงนี้นวดแรงๆ”

กวินทร์นอนคว่ำหน้าสวมกางเกงขาสั้นตัวเดียว สั่งการให้นายสนทายาและนวดไปด้วย 

“วันนี้คุณวินฝึกเดินไปตั้งสามชั่วโมง ไม่ปวดก็หุ่นยนต์แล้ว”

นายสนดูแลกวินทร์มานาน เขาเห็นท่าทางเอาจริงเอาจังกับการฝึกเดินของเจ้านายในวันนี้แล้ว ก็รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังพยายามฮึดสู้อยู่ ก่อนหน้านั้นกวินทร์ทำกายภาพ แต่ไม่ได้หัดเดินแบบเอาเป็นเอาตายเท่าวันนี้ 

“ไม่คิดว่าจะปวดแบบนี้ นวดตรงหลังกับตรงบ่าไหล่ให้ด้วยนะ มันตึงๆ ไปหมด”

กวินทร์นอนหลับตา ผ่อนคลายตัวเองกับการนวดของนายสน แม้อีกฝ่ายจะทำได้ไม่ดีนัก แต่ก็ดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย 

“พรุ่งนี้หยุดพักสักหน่อยดีไหมคะ”

พิรดาเปรยขึ้นมา หญิงสาวนั่งลงข้างเตียงมองดูนายสนที่กำลังทาน้ำมันนวดไปตามปลีน่อง มือหยาบกร้านของอีกฝ่ายนวดคลึงไปมา ท่าทางเก้กังนั้นทำให้ต้องส่ายหน้า

“ฉันว่า พรุ่งนี้ให้พี่หมอสอนนวดดีกว่า จะได้ไม่นวดมั่วๆ จนอาการหนักกว่าเดิม”

“สอนนวดเหรอ หึ ได้สิต้องสอนนวด”

กวินทร์ได้ยินก็นึกอะไรขึ้นมา สายตาวาววับอย่างเจ้าเล่ห์ 

///

เช้าวันต่อมา ภายในห้องโถงกว้างที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างเป็นสัดส่วน กลิ่นน้ำมันหอมระเหยจางๆ ช่วยให้บรรยากาศดูผ่อนคลายขึ้น 

กวินทร์นอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียงบำบัด แผ่นหลังกว้างของเขาเปลือยเปล่า มีผ้าขนหนูผืนใหญ่คลุมไว้ตรงช่วงเอวไปจนถึงต้นขา 

“เมื่อวานวินทร์ทำได้ดีมาก ใช้เวลาในการฝึกเดินไปถึงสามชั่วโมง วันนี้ต้องช่วยนวดกระตุ้นกล้ามเนื้อให้สักหน่อย” 

ภาคินบอกเสียงเรียบ พลางพยักหน้าเรียกนนท์

“นนท์มานี่สิ เดี๋ยวลองนวดคลายกล้ามเนื้อให้ดูหน่อย”

นนท์ก้าวเข้ามาพร้อมยานวด เขาทายาลงบนฝ่ามือถูจนเกิดความร้อน ก่อนจะเริ่มลูบไปมาบนขาข้างหนึ่ง ขยับนิ้วแล้วฝ่ามือเคลื่อนไปมา นวดไปจนทั่วปลีน่องและต้นขา 

“อืม ก็สบายดีนะ ดีกว่าฝีมือนวดของนายสนเมื่อคืน”

กวินทร์หลับตาครางออกมาอย่างสบาย เขาปรายตามองพิรดาที่อยู่ข้างหมอภาคิน ทั้งสองกำลังดูเอกสารบางอย่าง ท่าทางสนิทสนมน่าหมั่นไส้

“นี่ไอ้หมอ ฉันว่าให้เมียฉัน มาหัดนวดด้วยสิ”

“ให้น้องพิมนวดให้นายเหรอ อืม ก็ดีนะ น้องพิมลองหัดนวดดูไหมครับ”

หมอภาคินหันไปถามพิรดาทั้งสบตากัน แผนการที่จะให้พิรดาช่วยฟื้นฟูร่างกายให้กวินทร์ โดยที่กวินทร์ต้องเป็นฝ่ายยินยอมเอง กำลังจะสำเร็จแล้ว 

“ทำไมฉันต้องหัดด้วยคะ ให้นายสนมาหัดเถอะค่ะ”

พิรดาแสร้งอิดออดไม่ยอมทำตาม กวินทร์ได้ยินแบบนี้มีหรือจะยอมให้เธอปฏิเสธง่ายๆ 

“เธอเป็นเมียฉัน มีหน้าที่ปรนนิบัติดูแลฉัน อย่าคิดว่าจะมานั่งกินนอนกินฟรีๆได้นะ”

“ก็ได้ๆ ถ้าฉันทำออกมาไม่ได้ อย่ามาโทษฉันนะ”

พิรดายอมรับปาก ก่อนจะเดินมายืนอีกฝั่งของเตียง 

“นนท์ ช่วยสอนน้องพิมหน่อยนะ”

หมอภาคินบอกนนท์ อีกฝ่ายยิ้มกว้างพยักหน้ารับแข็งขัน

“ได้ครับ คุณพิมผมจะนวดให้ดูรอบนึง แล้วคุณก็ลองทำตามกับขาอีกข้างนะครับ ใช้ยานวดคลายเส้นทาบนมือ แล้วถูๆแบบนี้”

นนท์สาธิศให้พิรดาดูอย่างช้าๆ หญิงสาวก้าวเข้าไปใกล้เตียงด้วยท่าทีเก้ๆ กังๆ เธอแสร้งทำสีหน้าไม่มั่นใจพลางมองปลายนิ้วตัวเอง 

“ฉันไม่เคยทำอะไรแบบนี้เลย กลัวว่าถ้าทำพลาดไป คุณกวินทร์จะยิ่งลำบากกว่าเดิมน่ะค่ะ”

“พูดอย่างกับ กลัวฉันจะตายคามือเธอ อย่างนั้นแหละ” 

เสียงทุ้มต่ำของกวินทร์ดังขึ้น จากหมอนรองหน้า น้ำเสียงนิ่งทว่าแฝงไปด้วยความเย้ยหยัน 

“ถ้าลำบากใจขนาดนั้น ก็แค่บอกปู่ฉันไปตรงๆ ว่าอยากได้แค่เงินแต่ไม่อยากลงแรง ฉันว่าปู่ก็คงเข้าใจนะ”

“ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้นค่ะ”

พิรดาขมวดคิ้ว แสร้งทำเป็นเม้มริมฝีปากเหมือนขัดใจ ก่อนจะชะงักเมื่อภาคินเดินเข้ามายืนซ้อนข้างหลัง

“น้องพิม... ลองวางมือตรงนี้ดูนะ” 

ภาคินพูดพลางกุมมือเล็กของพิรดา ให้วางลงบนขาของกวินทร์เพื่อนำทาง ท่าทางที่ดูใกล้ชิดกันเกินงามในกระจกเงา สะท้อนเข้าสู่สายตาของคนบนเตียงเต็มๆ

กวินทร์หรี่ตาลง แววตาคมวาววับขึ้นทันที เขาไม่ได้ตะโกนโวยวาย แต่กลับแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ 

“ดูท่าทางหมอคิน จะเอ็นดูเมียฉันเป็นพิเศษสินะ ถึงขนาดต้องสอนแบบใกล้ชิดขนาดนี้”

“ฉันก็แค่ช่วยจัดท่าให้ หรือนายอยากให้นนท์ช่วยล่ะ”

หมอภาคินแสดงเป็นคนมีน้ำใจ ทำเอากวินทร์นิ่วหน้าไม่พอใจ

“อ้อ ฉันล่ะเกรงใจจริงๆ ที่ต้องให้หมอคินมาเสียเวลา ช่วยเทมียฉันฝึกอะไรที่ตัวเอง ไม่ถนัดแบบนี้ แทนที่จะเอาเวลาไปทำสิ่งที่ถนัดอย่างอื่น”

พิรดานิ่งไปครู่หนึ่ง  รู้สึกได้ถึงกระแสความไม่พอใจที่แผ่ออกมาจากตัวเขา 

“สิ่งถนัดที่ว่า คุณหมายถึงอะไรคะ”

“ก็นึกว่าคนฉลาดอย่างเธอจะเดาออกซะอีก” 

กวินทร์เปรยขึ้นพลางเบือนหน้าไปอีกทาง 

“แต่ก็เอาเถอะ  ในเมื่อหมอคินตั้งใจสอนขนาดนี้ เธอก็หัดจำให้มันขึ้นใจล่ะพิม จะได้ตั้งใจนวดให้ฉันทุกวัน”

คำพูดจิกกัดที่แฝงไปด้วยความหมายนัยนั้น ทำให้พิรดาแอบลอบยิ้มในใจ อีกฝ่ายกำลังแสดงความหึงหวงชัดๆ

“ขอบคุณที่เตือนนะคะคุณกวินทร์ ฉันจะพยายามจำทุกอย่าง ที่พี่หมอคินสอนให้ดีที่สุดเลยค่ะ” 

พิรดาจงใจทิ้งน้ำหนักมือลงไปแรงขึ้นเล็กน้อย จนกวินทร์ถึงกับนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ แต่ไม่ยอมร้องออกมา ได้แต่คาดโทษยายตัวแสบในใจ 

รอให้เขาอยู่กับเธอเพียงลำพังเมื่อไหร่ เขาจะเอาคืนยายแม่มดนี่ให้ได้

///

บทก่อนหน้า
บทถัดไป