บทที่ 5 5

“ไม่จริง ฉันจะคุยกับพี่จิ้งเหวิน”

“ไม่ให้คุยตอนนี้ บอกแล้วว่าฟาดเธอจนเบื่อเมื่อไรจะส่งไปให้พี่ชายเธอเอง”

ตั้งแต่ถูกเขาลากลงเรือมาก่อนจะขึ้นฝั่งที่เกาะฮ่องกง เขาบอกกับเธอว่าเขาเป็นเพื่อนสนิทของแบรดลีย์ อาเชอร์ มหาเศรษฐีลูกสอง เจ้านายแสนดี แสนอบอุ่นของเธอ สมองของคนสวยรีบคิดหาทางรอด

“ฉันเป็นพี่เลี้ยงลูกของคุณแบรดลีย์ ถ้าคุณแบรดลีย์รู้เรื่องนี้ต้องโกรธแน่”

“แบรดลีย์มันเป็นเพื่อนฉัน ฉันคุยกับมันได้”

ลิลลี่เม้มปากแน่นอย่างขัดใจ “ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคุณแบรดลีย์จะเป็นเพื่อนกับคนอย่างแก คนดีๆ ไม่น่าคบกับคนเลวเลย” ปลายประโยคเสียงสูงจนคนฟังหมั่นไส้

‘ปากดีนัก’

ดีแลนอยากจะหัวเราะใส่หน้าคนโลกสวย ไอ้แบรดลีย์ดีกว่าเขาตรงไหน เธอไม่รู้อะไรเสียแล้ว ไอ้หมอนั่นเป็นพวกเจ้าแผนการ มันแสบจะตาย ผิดกับเขา ถ้าจะร้ายก็ร้ายอย่างเปิดเผย ร้ายตรงๆ ไม่ใช่แอบร้าย เจ้าเล่ห์

“นี่ แม่คนโลกสวย อยู่กับฉันห้ามพูดถึงผู้ชายคนอื่นอีก บันทึกช่วยจำไว้ในหัวเธอหน่อย” เขาว่าแล้วก้มมองต่ำลงมาที่หน้าอกขาวอวบที่มันคอยดึงดูดสายตาเขาเหลือเกิน

ลิลลี่ยกมือกอดอกแน่นเมื่อรู้ว่าถูกมอง ก็ตอนนี้ทั้งเนื้อตัวถูกห่อไว้ด้วยผ้าเพียงผืนเดียว “แกเอาเสื้อผ้าฉันไปทิ้งแล้วฉันจะเอาอะไรใส่” คนต้องการเอาตัวรอดรีบเปลี่ยนเรื่อง ตอนนี้ต้องได้เสื้อผ้ามาสวมก่อน ดูสายตาไอ้บ้านี่สิ เหมือนจะจับเธอกินตลอดเวลา

ดีแลนอมยิ้ม ดวงตาวาววับกรุ้มกริ่ม “อยู่ที่นี่เสื้อผ้าคงไม่จำเป็นต้องใส่มั้ง”

“อะไรนะ!” ลิลลี่หน้าร้อนผ่าว

“ทำไมต้องตกใจด้วย อยู่กับผัว เสื้อผ้าก็ไม่จำเป็นต้องใส่ เพราะทั้งตัว ผัวเห็นหมดแล้ว”

ลิลลี่เบิกตากว้าง ปฏิเสธเสียงขื่นๆ “ฉันไม่เชื่อ”

“งั้นฉันจะบอกให้ เธอมีไฝแดงตรงแก้มก้นขวาหนึ่งเม็ด”

กรี้ดดด

“แกรู้ได้ไง”

“ก็ฉันเปิดดู”

มันคือเรื่องจริง แต่ประสบการณ์ที่ผ่านความยากลำบากมาตั้งแต่เด็ก ทำให้ลิลลี่ไม่ได้อ่อนต่อโลก เธอมั่นใจว่ายังไม่เสียความบริสุทธิ์ให้เขาไม่เคยรู้สึกว่ามีครั้งไหนที่มีอะไรแทรกผ่านเข้าไป เคยได้ยินมาว่าครั้งแรกนั้นอาจทำให้เป็นไข้ หรือไม่ก็เดินแทบไม่ไหว แต่เธอปกติดีทุกอย่าง

เขาอาจจะให้ใครเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ก็ได้ ไม่รู้ว่าสมองทำไมถึงคิดบวกเช่นนั้น เหตุการณ์เลวร้ายมันเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนนั้น เธอจำได้ว่าเธอเริ่มเห็นผู้ชายคนนี้ครั้งแรกเมื่อสองอาทิตย์ก่อน แต่ไม่รู้ทำไมถึงจำเขาได้อย่างติดตา

ตอนที่เธอไปเดินซื้อของที่ซูเปอร์มาร์เก็ตเพื่อกลับไปทำอาหารให้สองแฝดก็เห็นเขามองเธอ จนกระทั่งตอนไปจ่ายเงินที่แคชเชียร์ก็ยังมองอยู่

และตอนนั้นเองที่เธอไม่ทันระวังสังเกต หลังจากเธอเรียกแท็กซี่แล้วขึ้นมานั่งพร้อมบอกสถานที่ให้คนขับแล้ว เธอก็มองออกไปนอกรถ ก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์ของคนขับดังขึ้น พร้อมกับการคุยแบบสำเนียงไทยปนจีน

“เรียบร้อยดีครับ อีกไม่เกินสิบห้านาทีก็ถึงแล้วครับ” คนขับรถแท็กซี่ตอบกลับคนปลายสาย

ลิลลี่ไม่ได้สนใจ แต่คนขับที่มีใบหน้าเหมือนชาวจีนก็ชวนคุยขึ้นมาทำให้ต้องหันไปมอง

“มีลูกค้าเจ้าประจำโทร.มาให้ไปรับน่ะครับ เขาเป็นคนจีนมาทำงานที่ประเทศไทย เรียกรถผมให้ไปรับไปส่งบ่อยๆ เพราะไม่ไว้ใจคันอื่น แต่คงไปรับไม่ทัน เพราะรับคุณผู้หญิงมาแล้ว”

“ค่ะ” ลิลลี่ตอบรับไปอย่างนั้น ไม่ได้ใส่ใจอะไร แต่คนขับรถแท็กซี่ยังพูดต่อ

“ที่จริงเขาพักอยู่โรงแรมข้างหน้า ทางผ่านเราพอดีเลยครับ”

“หมายความว่าไงคะ” ลิลลี่ถามกลับด้วยความสงสัย

“ถ้าผมจะแวะรับเขาด้วยแล้วไปส่งคุณผู้หญิงจะได้ไหมครับ”

คิ้วเรียวขมวดมุ่นเข้าหากัน มันไม่ค่อยถูกต้องนัก  มีแบบนี้ด้วยหรือ ใครเขาทำกัน

“แต่ว่าฉันคงไม่สะดวกเท่าไหร่นัก”

“เสียดายจัง ลูกๆ ผมใกล้เปิดเทอม ช่วงนี้กำลังต้องหาเงินมากเป็นพิเศษ”

เรื่องนี้บังเอิญชกเข้าถูกจุด ตั้งแต่ยังเล็ก ลิลลี่รู้ดีแม้เธอจะเรียนโรงเรียนรัฐบาล ค่าเทอมเรียกได้ว่าถูกมาก แต่ด้วยฐานะที่ค่อนข้างลำบาก ก่อนจะมาเจอพี่ชาย แม่ต้องอดทนลำบากมาก กว่าจะเก็บเงินมาเป็นค่าเทอมในแต่ละเทอม

“เอาล่ะ ก็ได้ค่ะ”

ลิลลี่ไม่ใช่คนใจไม้ไส้ระกำ เห็นคนทำมาหากินเพื่อลูกแล้วจะไม่ช่วยก็ไม่ได้ เขาจะได้มีรายได้ ไม่เสียลูกค้าประจำ ลูกของเขาจะได้มีเงินค่าเทอม

“ขอบคุณครับ”

เพราะเธอไม่รีบมาก เผื่อเวลาไว้แล้ว ยังไงก็กลับไปทำอาหารให้สองแฝดจอร์แดนกับจัสตินได้ทัน

คนขับแท็กซี่ยิ้มรับ “คุณสวยแล้วยังใจดี เจ้านายคนจีนนี่เขาหล่อรวยมากเลยนะครับ มีเมียที่จีนแล้วยังมีเมียที่ไทยอีกสองคน ผมก็โชคดีไปด้วยที่ได้ทำงานกับเขา”

“ค่ะ” ลิลลี่ตอบกลับอย่างขอไปที ไม่เข้าใจว่าเขาจะพูดถึงเจ้านายตัวเองทำไม แล้วรถแท็กซี่ก็เลี้ยวเข้าไปจอดในชั้นจอดรถของโรงแรมหรูที่ตั้งอยู่ข้างทาง เมื่อเลี้ยวเข้าไปแล้วจอดสนิทตรงลิฟต์ที่เป็นส่วนไว้ใช้สำหรับแขกที่มีห้องพักลงมา คนขับรถแท็กซี่ก็โทรศัพท์ไปบอก

“ผมมาถึงแล้วครับ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป