บทที่ 4 Chapter 4

วินจิยังคงเอาอกเอาใจหญิงสาวสารพัด โดนด่าบ้างโดนเขม่นหน้าบ้างตามประสาแต่ก็ไม่ได้ต่อต้านอะไรมาก ตอนนี้วินจิกำลังมองคุณพิ้งค์กินเค้กแสนอร่อยของเธออย่างไม่กลัวอ้วนเลย ชอบกินของหวานมากแต่ไม่อ้วนนี่คือความโชคดีของผู้หญิงคนนี้

"คุณพิ้งค์อย่าทานของหวานเยอะนะ ไม่กลัวอ้วนหรือไงครับ"

"ฉันออกกำลังกายตลอดยะไม่มีทางอ้วนหรอก นายนี่พูดมากจังแล้วไม่กินเหรอ"

"ผมเห็นคุณกินหมดไปสองชิ้นก็อิ่มละ"

"ตามใจแล้วกันฉันไม่สนใจหรอกยะ"

คุณพิ้งค์ยังคงทานเค้กต่ออย่างอารมณ์ดีสุดๆ เขาดีใจที่อย่างน้อยวันนี้เธอยอมออกมาทานข้าวกับเขาแล้วก็ยังยอมทานสิ่งที่เขาเตรียมไว้ให้ด้วย

"เสร็จจากนี้อยากไปไหนมั้ยครับ"

"ช็อปปิ้ง เพราะนายคนเดียวเลยรู้ป่ะไอ้หมูอ้วนนายทำฉันไม่ได้ช็อปปิ้งอ่ะ"

คุณพิ้งค์ชี้หน้าเขาอย่างคาดโทษก่อนจะก้มหน้าทานเค้กต่อจนหมด เขาอมยิ้มเท้าคางมองเธออย่างเพลินๆตอนแรกว่าจะพาไปช็อปปิ้งนั้นแหละแต่คงไม่เหมาะเท่าไหร่เพราะมันเป็นที่สาธารณะไม่พ้นตกเป็นข่าวกันทั้งสองคน เขาก็เลยจัดของขวัญพิเศษให้คนสวยเรียบร้อย คิดจะจีบคุณพิ้งค์ SK Channel ถ้าไม่ป๋าเปย์ก็แข่งกับคนอื่นยากหน่อยระดับนี้ต้องทุ่มไม่อั้นบอกแค่นี้แหละ

"เอาเป็นว่าผมจัดของขวัญพิเศษให้คุณพิ้งค์แล้ว แต่ห้ามแกะตอนนี้นะต้องแกะตอนถึงบ้านแล้วเท่านั้น"

เขาลุกขึ้นเดินออกไปหยิบกล่องของขวัญสีขาวผูกโบว์แดงมาด้วยกล่องค่อนข้างใหญ่พอสมควร คุณพิ้งค์มองตามกล่องสีขาวมันดึงดูดแปลกๆ มันคืออะไรอ่ะไม่ใช่ว่าเปิดมาเป็นแมงมุมอะไรแบบนี้นะฉันเอามันตายแน่นอน!!!

"อะไรอ่ะ"

"บอกก็ไม่เซอร์ไพรส์สิครับ ผมให้ของขวัญชิ้นแรกในโอกาสเดตแรกของเรา"

คุณพิ้งค์รับมาวางไว้ที่บนตักก่อนจะตั้งท่าจะแกะโบว์สีแดง

"อ๊ะๆ ผมบอกว่าแกะที่บ้านไง"

"ก็อยากรู้ตอนนี้นี่นา"

คุณพิ้งค์เริ่มงอแงขึ้นมาอีกครั้ง ทำไมเธอจะต้องไปรอเปิดที่บ้านด้วยละสุดท้ายก็รู้คำตอบอยู่ดีต่างก็แค่รู้ช้าและรู้เร็วเท่านั้น

"คุณพิ้งค์เพอร์เฟคทุกอย่างแต่คุณต้องลดความใจร้อนลงนะครับ รอนิดรอหน่อยผมเชื่อว่าคุณทำได้นะ"

"นี่ตกลงว่าฉันกับนายใครอายุมากกว่ากันเนี้ย"

"อายุเป็นเพียงตัวเลข แต่ผมมั่นใจว่าผมมีเหตุผลกว่าคุณพิ้งค์แน่นอน"

คุณพิ้งค์เบะปากใส่เขาอย่างหมั่นไส้ก่อนจะตัดใจเอาวางลงแล้วไปแกะที่บ้านแทน ใช้เวลาอีกเพียงแค่สิบนาทีวินจิก็เดินลงมาส่งคุณพิ้งค์ขึ้นรถตรงลานจอด

"อย่าลืมนะครับถึงบ้านแล้วค่อยแกะ ผมวางไว้ตรงนี้นะ"

คุณพิ้งค์มองใบหน้าชายหนุ่มลอดผ่านกระจก จริงๆวันนี้ถ้าไม่นับว่าหมอนี่มันกวนประสาทเธอบอกตรงๆว่าเธอมีความสุขมากจริงๆ ไม่เคยได้ออกมาทานข้าวกับใครสักคนที่รู้จักเธอดีแบบนี้ ปกติถ้ามากับเพื่อนหรือลูกน้องพวกเขาเอาใจเธอก็จริงแต่ต้องถามตลอดว่าคุณพิ้งค์ทานอะไรคะชอบอันนี้มั้ยซึ่งมันต่างจากที่ไอ้หมูอ้วนปฎิบัติกับเธอ เอาตรงๆก็เดตแรกของเธอมันก็ไม่ได้แย่เลย

"ขอบคุณนะสำหรับวันนี้"

คุณพิ้งค์กระแอมออกมาเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยออกมาเสียงเบาแถมเร็วอีก วินจิหลุดขำออกมาแต่ก็ต้องกลั้นไว้เพราะไม่อยากให้หญิงสาวทำหน้าโมโหอีก

"ขอบคุณสำหรับวันนี้เช่นกันครับ พรุ่งนี้เจอกันนะคนสวย"

คุณพิ้งค์เหลือบสายตามองวินจิก่อนจะเบือนหน้าหลบสายตาเพราะเริ่มรู้สึกแปลกๆตอนสบตากับเขายังไงก็ไม่รู้

"ไปนะ"

"ครับขับรถดีๆนะถึงแล้วช่วยรบกวนโทรศัพท์มาบอกหรือว่าส่งข้อความมาก็ยังดีผมจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง"

"ทำไมฉันต้องโทรศัพท์มาบอกยะ อยากรู้ก็เดาเอาเองสิ เชอะ!!"

คุณพิ้งค์พูดจบก็ขับรถออกไปทันทีทิ้งให้วินจิส่ายหน้ายิ้มๆอยู่คนเดียวที่เดิม

"ปากแข็งเป็นที่หนึ่งเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน เห้อออออ "

ระหว่างทางขับรถมาเรื่อยๆคุณพิ้งค์ก็เหลือบสายตามองกล่องของขวัญข้างๆอยู่เป็นพักๆ ไม่เคยมีใครทำอะไรให้เธอแบบนี้หรอกอาจจะเพราะลึกๆเธอไม่เปิดใจรับใครเข้ามาในชีวิตมากกว่า แต่กับวินจิมันอาจจะเป็นเพราะเธอยอมแพ้ความตื้อของเขาช่วงหลังและเขามาทำดีกับเธอทุกวันมันก็เลยกลายเป็นว่าเธอไว้ใจเขามากกว่าผู้ชายคนอื่น

เมื่อขับรถมาถึงที่คอนโดคุณพิ้งค์ลงรถมาแล้วอุ้มกล่องของขวัญมาด้วย วันนี้ขี้เกียจไปนอนที่บ้านค้างที่คอนโดแล้วกัน เธอเปิดประตูเข้ามาก็วางทุกอย่างลงตรงโซฟาแล้วเข้าไปจัดการตัวเองในห้องน้ำเพราะรู้สึกว่าตัวเองเหนียวตัวแปลกๆ เวลาผ่านไปเธอจัดการตัวเองเสร็จก็เดินออกมาหันไปเจอกล่องสีขาวที่วินจิให้มา เธอนั่งลงข้างๆก่อนจะค่อยๆแกะโบว์สีแดงออกมาก่อนจะเปิดกล่องนั้นออก มันเป็นกระเป๋ารุ่นใหม่สุดที่เพิ่งมาวันนี้และเธอกำลังจะไปสอยมาเมื่อตอนเย็น เธออ้าปากค้างอย่างตกใจจนมือสั่นไปหมด ราคายังไม่น่าตกใจเท่าต้องเป็นลูกค้าVIPยอดสะสมห้าล้านซื้อได้หนึ่งใบ ไม่คิดว่าเขาจะรู้ว่าเธอกำลังอยากได้และเขาซื้อมันให้เธอทั้งๆที่ราคามันเกือบห้าแสน เธอรีบหยิบโทรศัพท์มากดโทรไปหาเขาทันที เธอรับไว้ไม่ได้หรอกแพงขนาดนี้เขาต้องทำงานหลายวันเลยกว่าจะได้มันมา

ตู้ดดดดดดด

(ในที่สุดคุณก็ยอมโทรศัพท์มาหาผม)

"ไอ้หมูอ้วนนายมาเอาของคืนไปเลยนะ แพงขนาดนี้นายซื้อมาได้ยังไงกัน ฉันไม่รู้ว่านายเอามาได้ยังไงแต่คือมันแบบ... กระเป๋าหลักแสนอ่ะนายต้องรับอีเว้นท์กี่งานถึงจะหาเงินมาได้ไม่รู้จักคุณค่าของเงินเลย"

คุณพิ้งค์ตะโกนด่าเขาผ่านโทรศัพท์จนหายใจแทบไม่ทัน เธอไม่ได้โกรธที่เขาซื้อให้แต่ว่าเขาควรจะเก็บเงินไว้ดีกว่าราคามันไม่เหมาะจะซื้อเป็นของขวัญให้สำหรับคนที่ไม่ได้เป็นอะไรกันไง

(อันนี้คือบอกผมหรือบอกตัวเองครับคนสวย)

"กะก็บะ..บอก...."

คุณพิ้งค์เริ่มอ้ำๆอึ้งๆไม่รู้จะตอบอย่างไรเธอสอนเขาเรื่องการใช้เงินและการซื้อของแพงแบบนี้แต่ว่าเธอกลับจะซื้อไงมันย้อนแย้งใช่มั้ย โธ่เอ้ย!!!!

(ไม่ต้องห่วงเงินในกระเป๋าผมหรอก ผมพระเอกร้อยล้านนะครับอีเว้นท์แค่สองงานผมก็ได้แล้ว ว่าแต่ชอบมั้ยของขวัญสำหรับเดตครั้งแรกของเรา)

คุณพิิ้งค์มองกระเป๋าในกล่องก่อนจะลูบๆคลำๆอย่างหลงไหล เธอเป็นคนชอบซื้อของแบรนด์เนมมากบางทีก็ไม่ได้ใช้แต่ว่าเวลาหงุดหงิดแล้วไปซื้อมันจะอารมณ์ดีไง

"นายรู้ได้ยังไงว่าฉันอยากได้แบบนี้"

(ไม่รู้ว่าใครที่ไหนโพสไอจีว่าของมันต้องมี แล้วก็เป็นรูปกระเป๋าใบนี้)

คุณพิ้งค์ถึงบางอ้อทันที ที่แท้ก็ฟอลโลไอจีของเธอนี่เองถึงรู้เรื่องเธอมากขนาดนี้

"นายมันต้องเปลี่ยนชื่อใหม่ซะแล้ว จากหมูอ้วนเป็นหมูโรคจิต"

(จะเรียกอะไรก็เรียกแต่ผมหวังว่าพรุ่งนี้คุณพิ้งค์จะใช้กระเป๋าที่ผมให้ใส่มาทำงานนะ ผมจะรอดูผมหวังว่าพรุ่งนี้คุณพิ้งค์จะไม่ทำให้ผมต้องผิดหวังนะ)

เธอมองกระเป๋าตรงหน้าก่อนจะแอบยิ้มคนเดียวเหมือนคนบ้า ก็รู้แหละว่ามันแพงและไม่ได้ต้องการอยากให้เขามาซื้อให้แต่เธอชอบใบนี้ไงเข้าใจใช่มั้ยเธอชอบอ่ะ

"ไม่รับปากยะ แค่นี้นะ!!"

คุณพิ้งค์พูดจบก็กดวางสายทันทีก่อนจะอมยิ้มคนเดียวอยู่ตรงหน้าจอโทรศัพท์ บ้าจริงทำไมฉันจะต้องเสียอาการด้วย แค่ไอ้หมูอ้วนซื้อกระเป๋าใบที่ชอบมาให้เนี้ยนะ

วินจิเอาโทรศัพท์ออกจากใบหูก่อนจะยิ้มมุมปากออกมาเช่นกัน สักแปปมีข้อความส่งมาหาเขา วินจิกดดูก่อนจะยิ้มกว้างออกมาอย่างหุบไม่อยู่

'ขอบคุณสำหรับของขวัญเดตแรก ไม่อยากจะพูดให้นายดีใจแต่คือมันถูกใจฉันจริงๆ ฉันชอบมาก ขอบคุณนะ'

~~~~~~~~~~~~

เอาใจเก่งขนาดนี้ไม่รักไหวป่ะ 🤣🤣

บทก่อนหน้า
บทถัดไป