บทที่ 1 อัปมงคลสมรส

‘พิธีมงคลสมรส ระหว่าง นางสาวรักนิรันดร์ ฐ‍ป‍น‍น‍ท์ และ นายเพลิงสิงห์ คมฐิพัฒน์’

ป้ายเด่นหราอยู่ตรงหน้าแบ็กดร็อปทำให้พันนิทานแค่นหัวเราะในลำคอ ตัวงานจัดอย่างยิ่งใหญ่อลังการสมเป็นงานแต่งงานของลูกชายคนโตตระกูลคมฐิพัฒน์ ผู้คนต่างมาแสดงความยินดีกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง แต่มีคนหนึ่งที่ไม่ยินดีเท่าไรกับงานแต่งในครั้งนี้

“มงคลสมรสบ้าบออะไร อัปมงคลสมรสละไม่ว่า”

รอยยิ้มแดกดันมอบให้ป้ายหน้างาน ยิ่งเห็นว่าชื่อเจ้าบ่าวคือใคร รอยยิ้มนั้นยิ่งฉายแววเจ็บปวดแทรกอยู่ในทุกอนู

เจ้าบ่าวในวันนี้คือผู้ชายที่เธอแอบรักมานานถึง 15 ปี พี่ชายแสนดีที่แทบจะอยู่กับนิทานในทุกช่วงชีวิต ส่วนเจ้าสาวเป็นลูกสาวของแม่เลี้ยงที่เธอไม่เคยนับว่าเป็นครอบครัวเดียวกัน

แม่เธอตายตั้งแต่เธอเกิด แต่วันที่เธอเกิดพ่อกลับพาแม่เลี้ยงที่มีลูกติดวัย 3 ขวบเข้ามาในบ้าน พอลองบวกลบคูณหาร ก็จะรู้ว่าพ่อมีเมียน้อยตั้งแต่เธอยังไม่ได้อยู่ในท้องแม่ด้วยซ้ำ

นี่มันตลกร้ายสิ้นดี!

นิทานต้องโตมาในบ้านที่มีแม่เลี้ยงใจร้ายกับพ่อที่ลำเอียงไม่รู้ตัว ไม่ว่าพี่สาวจะทำผิดอะไร เขาไม่เคยด่าว่า แล้วยังขอให้เธอเข้าใจพี่สาว แต่พอเป็นเธอที่ทำผิด กลับโดนทั้งแม่เลี้ยงฟาด แล้วยังโดนพ่อแท้ๆ ตำหนิ

ตอนนั้นนิทานร้องไห้แทบทุกวัน ดีหน่อยที่เธอมีพี่ชายข้างบ้านที่คอยปลอบใจ

‘ไม่ต้องกลัว เฮียๆ จะอยู่ข้างนิทานเอง’

คำพูดของเพลิงสิงห์ต่อนิทานวัยเด็กทำให้เธอสามารถผ่านช่วงเวลาเหล่านั้นมาได้ในสภาพจิตใจสมบูรณ์ ความใจดี ความอบอุ่นของเขา คือสิ่งที่ทำให้นิทานตกหลุมรักเขามา 15 ปี

 ตลอด 23 ปีที่โตมา เธอยอมอดทนกับคนในบ้านเพราะคิดว่าอย่างน้อยๆ‍ ตอนเรียนจบ หากได้สารภาพรักกับเฮีย ได้ใช้ชีวิตคู่กับเขาคงทำให้วันที่เลวร้ายเหล่านั้นกลายเป็นเหมือนฝันไป

ทว่าสุดท้าย...ความจริงตรงหน้าบนไวนิลประดับด้วยกุหลาบขาวก็บอกเธอว่า ทุกอย่างที่เฝ้ารอกลายเป็นความว่างเปล่า

แต่ก็ไม่ได้สิ้นหวังไปซะทีเดียว

เธอเพิ่งรู้มาว่า นังแม่เลี้ยงตัวดีแอบเอาที่ดินที่เป็นมรดกจากแม่ของนิทานไปขาย และคนรับซื้อก็ไม่ใช่ใครที่ไหน...

อาดุรงค์ พ่อของเฮียสิงห์นั่นแหละ

ท่านเป็นเพื่อนสนิทของพ่อ แล้วแม่ของเฮียสิงห์ก็เป็นเพื่อนสนิทของแม่ สองบ้านจึงสนิทสนมกัน ตั้งแต่เด็กคนที่สนิทกับบ้านนั้นมากกว่าคือนิทาน แต่ไม่รู้ว่าแม่เลี้ยงไปใช้ลูกไม้อะไร การแต่งงานสายฟ้าแล่บนี้ถึงได้เกิดขึ้น

เพราะฉะนั้น การมาของนิทานในวันนี้ ไม่ใช่แค่การล่มงานแต่งเฮียสิงห์อย่างเดียว แต่เป็นการพยายามทวงคืนของที่ควรเป็นของเธอด้วย

[ทางสะดวก มึงขึ้นไปบนห้องได้เลย เฮียน่าจะขึ้นไปตอนสี่ทุ่ม]

ขณะที่ยืนรำลึกความหลังอยู่หน้าแบ็กดร็อปเสียงจากในหูฟังไร้สายก็ได้ดังขึ้น มันเชื่อมอยู่กับมือถือที่กำลังโทร. หาผู้สมรู้ร่วมคิดอย่าง พยัคฆ์ น้องชายคนเล็กของบ้านคมฐิพัฒน์ เพื่อนสนิทที่คบกันมานานพอๆ กับที่เธอหลงรักพี่ชายเขานั่นแหละ

“มึงแน่ใจนะว่าคีย์การ์ดที่ให้มาคือห้องเฮียจริงๆ‍ แล้วเฮียไม่ได้ไปนอนห้องหอ?” นิทานว่าพลางยกคีย์การ์ดขึ้นมาดู บนนั้นเขียนตัวเลขเอาไว้ว่า 2223

[คอนเฟิร์ม] พยัคฆ์ว่าด้วยน้ำเสียงมั่นอกมั่นใจ ก่อนจะมีเสียงเรียกดังมาจากที่ไกลๆ [แค่นี้นะม้าเรียกแล้ว]

หลังจากนั้นสายก็ได้ตัดไป

หลังจากสายจากเพื่อนสนิทตัดไปแล้ว นิทานได้เก็บหูฟังใส่กระเป๋าสะพายใบจิ๋ว ก่อนที่เธอจะยกคีย์การ์ดใบนั้นขึ้นมามองด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

เธอรู้มาว่าเฮียสิงห์จองห้องเดี่ยวแยกของตัวเองเอาไว้ ในงานแต่งงานแบบนี้เจ้าบ่าวขอแยกห้องมันก็มีเหตุผลเดียวไม่ใช่เหรอ?

เฮียไม่ได้รักนิรันดร์

แล้วถ้าเกิดว่าเธอใช้โอกาสนี้อ่อยเฮีย ทำลายงานแต่งที่นังแม่เลี้ยงหมายมั่นปั้นมือ แล้วยังมีโอกาสทวงที่ดินของแม่คืนมาอีก

โอกาสแบบนี้ไม่ได้หากันง่ายๆ‍ นะ

พยัคฆ์บอกว่าบ่าวสาวจะเข้าหอตอน 4 ทุ่ม ตอนนี้ 3 ทุ่ม 40 เธอมีเวลา 20 นาที

ลิฟต์พาเธอขึ้นมายังชั้น 23 หน้าห้อง 2223 ตามหมายเลขบนคีย์การ์ดที่ได้รับมา

ปากเล็กเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์อีกครั้ง ก่อนจะใช้คีย์การ์ดเปิดเข้าไปในห้อง

เข้ามาถึงแล้วเธอจัดการเปิดไฟทุกดวงเพื่อให้แน่ใจว่าตอนนี้ไม่มีใครอยู่ หลังจากตรวจเช็กจนแน่ใจแล้วแผนการต่อไปก็ได้ดำเนินขึ้น

ถุงกระดาษในมือถูกวางลงบนโต๊ะเครื่องแป้งข้างเตียง ในนั้นมีชุดนอนผ้าซาตินแสนวาบหวิวสีชมพูประดับลูกไม้ เธอจัดการเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องน้ำ พอเห็นตัวเองในกระจกพบว่าเรือนร่างสวยงามของตัวเองรับกับเนื้อผ้าได้อย่างดีจนน่าขย้ำ

แต่จะมาอยากขย้ำตัวเองไม่ได้สิ!

ผมที่เกล้าตั้งแต่บ่ายถูกปล่อยสยายลงมาให้ดูพลิ้วไหวน่าสัมผัส ไม่เท่านั้น เธอยังลบเครื่องสำอางทิ้งทั้งหมดแล้วลงทุนแต่งหน้าใหม่

ลงไพรเมอร์บางๆ ตามด้วยรองพื้นแบบบางเบาแต่ปกปิด แก้มตาปากทาด้วยครีมบลัชสีนมเผือก ฉีดเซตติ้งสเปรย์แบบโกลว์เพิ่มความฉ่ำของหน้าให้ดูเป็นธรรมชาติขึ้น

“สวยขนาดนี้ จะแพ้ยัยเจ้าสาวหน้าจืดก็ให้มันรู้ไป”

เช็กความเรียบร้อยหน้ากระจกแล้วก็เหลือขั้นตอนสุดท้าย

ไวน์ขวดจิ๋วที่ซ่อนอยู่ชั้นล่างสุดของถุงกระดาษคือไม้ตายที่จะทำให้แผนการวันนี้ง่ายขึ้น

ว่าก็ว่าเถอะ ถึงตอนนี้เธอจะทำตัวใจกล้าหน้าด้านเข้ามาอ่อยเฮียถึงห้อง แต่ลึกๆ‍ ก็ยังมียางอายอยู่บ้าง

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น แค่คิดว่าพรุ่งนี้เช้าเนตรนภาแม่เลี้ยงตัวแสบจะตื่นมากรีดร้องไม่เป็นภาษาก็น่าสนุกแล้วปะ

เพราะฉะนั้น...เรื่องแค่นี้อย่าไปกลัว สู้เขาสิวะอีหญิง!!!

บทถัดไป