บทที่ 3 ไหนว่าเกลียด?
คนตรงหน้าเธอ...เป็นผู้ชายน่ารำคาญที่นิทานเกลียดมาโดยตลอด
เขาชอบหาเรื่องทำให้เธอขุ่นเคืองใจจนเป็นนิสัย ทั้งทำให้เธอเจ็บ ทำให้เธออาย แล้วยังชอบเย้าแหย่จนน่ารำคาญ ที่ผ่านมานิทานมองเขาเป็นเหมือนลิงตัวหนึ่ง ไม่คิดว่าวันที่ได้สบตาใกล้ๆ หัวใจมันกลับเต้นโครมครามขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
ไม่รู้เพราะดวงตาของเขาเหมือนซ่อนอะไรบางอย่างที่น่าค้นหาเอาไว้ หรือเพราะเหล้าที่เธอกินเข้าไปจนทำให้ร้อนรุ่มไปทั่วทั้งร่างกันแน่
ที่รู้ๆ คือ สายตาของเขาตอนนี้มันอันตรายเกินไป นิทานที่รับรู้ได้ถึงอันตรายจากคำพูดของเขาก่อนหน้านี้จึงรีบหยุดท้าทายอำนาจมืดแล้วค่อยๆ ลดขาลงช้าๆ
แต่แม้เรียวขาจะหยุดขยับ บางอย่างที่ตื่นขึ้นมาแล้วก็ใช่ว่าจะสงบลงได้ง่ายๆ
“หยุดทำไม ทำต่อสิ” คเชนทร์ยิ้มเจ้าเล่ห์ เขายังพยายามแทรกเข่าเข้าไปยังหว่างขาของเธอเพื่อทำอย่างเดียวกันด้วยซ้ำ
“นะ...หนูไม่เอาแล้ว คีย์การ์ดเฮียก็ได้ไปแล้วนี่ ปล่อยหนูสักที”
“เมื่อกี้ยังท้าทายเฮียอยู่เลย ทำอีกสิ เสียวเป็นบ้า”
เขาจับขาเธอพยายามดึงให้กลับไปอยู่ท่าเดิมอีกครั้ง แต่นิทานขืนตัวไว้ไม่ยอม และเขาเองก็ไม่ได้บังคับ
แต่ใช่ว่าเขาจะยอมปล่อยเหยื่อตรงหน้าไปง่ายๆ
“เฮียปล่อยหนู...อ๊ะ...”
เมื่อดึงหัวเข่าเธอขึ้นไปหาหัวในเป้ากางเกงเขาไม่ได้เขาก็เป็นฝ่ายเบียดลงมาหาเธอแทน
ส่วนแข็งขืนแนบเข้ากับซอกอ่อนนุ่ม ผ่านแพนตี้ ผ้าขนหนูและชั้นในของเขาที่กั้นเอาไว้ เธอกลับรู้สึกเหมือนไม่มีอะไรป้องกันตัวเองเลย
ไอ้เฮียบ้า!!!
“แบบนี้สิ ถึงจะเรียกว่าท้าทาย”
“เฮีย...อือ...เอาออกไป”
“เธอทำเฮียมีอารมณ์ก่อนเองนะ”
แต่ไม่ได้ตั้งใจทำให้มันเป็นอย่างนี้!!!
นิทานกัดปากกลั้นเสียงของตัวเองเอาไว้ ส่วนนั้นเธอถูกบดเบียดแนบชิดจนเกิดเป็นความรู้สึกที่ควบคุมไม่ได้ เธอได้แต่หลับตาปี๋ ไม่กล้ามองหน้าเขา
เขาไม่ได้ใส่เสื้อท่อนบน กล้ามเนื้อทั้งแผงอกทั้งหน้าท้องเลยกำลังอวดลอนคลื่นผ่านผิวเธอบริเวณที่สาบเสื้อแยกออกจากกัน ความรู้สึกเย็นวาบทำนิทานสะดุ้ง เขาเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จแล้วยังโดนแอร์เย็นๆ ผิวเลยเย็นตามไปด้วย
หัวใจมันเต้นแรงไปหมด นึกเสียใจที่เล่นอะไรไม่เข้าเรื่อง แล้วอยู่ๆ ร่างกายทำไมมันร้อนขนาดนี้ มันเป็นเพราะแอร์ไม่เย็นพอ หรือว่าเพราะไวน์ที่เธอดื่มเข้าไปก่อนหน้านี้ หรือเพราะเขากันแน่...
ทั้งที่ควรจะต่อต้าน แต่ไม่รู้ทำไมร่างกายมันไม่เชื่อฟัง!
“อือ”
คเชนทร์ผละออกไปครู่หนึ่ง เขายอมปล่อยมือเธอให้เป็นอิสระ แต่ก็ครู่เดียวเท่านั้น ไม่นานเขาก็กลับมาอยู่ท่าเดิม แบบที่ไม่มีอะไรเหมือนเดิม
ท่อนล่างของเขาเปลือยเปล่า ปลายหัวหยักสอดเข้ามาในแพนตี้ชิมน้ำหวานที่หยาดเยิ้มเต็มปากทางเข้า
“อื้อ...”
เขาไม่ได้สอดใส่ตัวตนเข้ามาอย่างลึกล้ำ แต่กลับทำให้เธอสะท้านไปทั้งตัว สองมือจับไหล่กว้าง เล็บจิกเข้าไปในผิวเขาระบายความเสียวซ่านอย่างไม่ตั้งใจ
“แบบนี้เป็นยังไง ดีไหม?” คเชนทร์ขยับมากระซิบที่ข้างใบหูเล็ก ก่อนจะเข้ามาใกล้อีกแล้วขบเม้มเบา ๆ
“ฮื่อ จั๊กจี้”
“แล้วถ้าแบบนี้ล่ะ”
จุมพิตแผ่วเบาประทับลงที่แก้มกลม ไล่ขึ้นไปถึงริมฝีปากจิ้มลิ้ม
จูบลึกซึ้งเริ่มต้นขึ้น แรกเริ่มเป็นเพียงการงับริมฝีปากเบาๆ ทว่าตอนนี้เรียวปากอิ่มถูกเขาดูดดึงจนบวมเจ่อ
ขณะเดียวกันเอวสอบก็ขยับ ส่งตัวตนเข้าไปทักทายเพียงแค่ทางเข้า แม้ว่าความรู้สึกจะบอกให้เขาทำมากกว่านี้ แต่เขากลับยั้งตัวเองไว้แค่นั้น
เขาไม่อยากทำให้นิทานตกใจ ทั้งหมดนี้ก็แค่อยากแกล้งให้เธอหลาบจำ ให้รู้ว่าไม่ควรล้อเล่นกับผู้ชายที่พร้อมจะลากเธอขึ้นเตียงได้ทุกเมื่อ
แต่ไม่รู้ทำไม...ยิ่งเขาแกล้งเธอ ก็ยิ่งเหมือนเป็นเขาที่ถูกแกล้งมากกว่า จูบที่เดิมเป็นเพียงการหยอกล้อเบาๆ กลับเร่าร้อนขึ้น
ยิ่งเขาเรียกร้อง เธอยิ่งตอบรับ เขาก็ยิ่งอยากได้มากขึ้นไปอีก
นานนับนาทีที่โดนคเชนทร์รังแกอยู่อย่างนั้น แอลกอฮอล์ที่พลุ่งพล่านในกระแสเลือดทำให้นิทานมีอารมณ์ไม่ต่างกัน แต่เธอไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร รู้เพียงไม่อยากนอนเป็นแมวหลับรอเขามาปรนเปรออยู่ฝ่ายเดียว
แอลกอฮอล์ในกระแสเลือดทำให้เธอกล้าโต้ตอบ เขางับมาเธอก็งับสู้ จนเลยเถิดไปถึงสอดลิ้นเข้าไปแลกเปลี่ยนความหวานกันจนเป็นเสียงเฉอะแฉะน่าอาย
จูบนั้นนานนับนาทีจนนิทานหายใจไม่ทัน สองมือเล็กรีบยกขึ้นทุบอกเขาแรงๆ เชิงบอกให้หยุด
ความเจ็บนั้นทำให้คเชนทร์ยอมผละริมฝีปากออกไปครู่หนึ่ง มีเวลาให้คนใต้ร่างได้โกยอากาศหายใจเข้าปอด
ใบหน้าหวานแดงก่ำจากการหายใจไม่ทัน เขามองภาพนั้นด้วยความรู้สึกหลงใหลอย่างบอกไม่ถูก
ทำไมเพิ่งเคยรู้ว่า...นิทาน...น่ารัก
ดวงตากลมโตมองเขานิ่ง ขอบตาแดงก่ำน่ารังแกนั้นมีคราบน้ำตาที่แห้งไปก่อนหน้า แล้วยังมีหยดใหม่คลอขึ้นที่ขอบตา
ให้ตายสิ ผู้ชายคนไหนมองภาพนี้แล้วทนไหวบ้าง...
ริมฝีปากอิ่มถูกเคลือบไปด้วยน้ำลาย เอ่ยถามเขาเบาๆ
“ไหนเฮียบอกว่าเกลียดหนูไง แล้วทำไมจูบ?”
คำถามนั้นเหมือนธนูยิงเข้าที่หัวใจของเขา ความรู้สึกทั้งร้อนเร่าและเจ็บแปลบทำให้เขาชะงักไปครู่หนึ่ง
นั่นสิ...ทั้งที่เกลียดกัน ทำไมถึงจูบ แล้วพอผละออกก็มีแต่ความรู้สึกเสียดายเต็มไปหมด
ในปากไม่ได้มีน้ำตาลสักหยด แต่กลับรับรู้ได้ถึงความหวานที่เขาไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน
แต่ถ้าเธอถามเขาอย่างนั้น เขาเองก็อยากถามเธอเหมือนกัน
“ไหนเธอบอกว่าเกลียดเฮีย แล้วทำไมกอด?”
นิทานตาเบิกโพลงด้วยความตกใจ เธอเพิ่งรู้ว่าตัวเองยกมือขึ้นโอบคอเขาตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ พอเขาพูดแบบนั้นขึ้นมาก็รีบชักกลับด้วยความรวดเร็ว
คเชนทร์ยิ้มกว้าง แล้วแซวว่า “ชอบก็บอก ไม่ต้องทำเป็นซึน”
“ไม่ชอบ อย่ามาหลงตัวเอง!!”
ทว่าตอนนี้ชอบไม่ชอบไม่ใช่ปัญหาใหญ่อีกต่อไป เพราะการพูดคุยเพียงชั่วครู่ทำให้เธอวางการป้องกันลง เรียวขาเผลอแยกออกทำให้เขาได้มีโอกาสแทรกตัวเข้ามาปักหลักที่ทางเข้า
นิทานเองก็รับรู้ ใบหน้าเบนไปทางอื่นอย่างทำอะไรไม่ถูก
ตรงนั้น...มันรู้สึกได้ถึงการขยับที่ลึกล้ำขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าจะยังมีชั้นในกั้นอยู่ แต่ก็รู้สึกไม่ต่างอะไรกับการเชื่อมต่อกันอย่างลึกล้ำ
เธอไม่ได้ต่อต้าน หนำซ้ำยังเผลอยกสะโพกตอบรับในบางครั้งด้วยซ้ำ
ทว่าอยู่ๆ เขาก็หยุดไม่ทำต่อ ความรู้สึกที่ขึ้นสูงใกล้ร่วงหล่นพลันหยุดชะงัก ทำให้เจ้าของใบหน้าหวานขมวดคิ้วอย่างขัดใจ
“ทำหน้าแบบนั้นหมายความว่าไง หืม?” เขารู้ทุกอย่าง รู้ว่าเธอกำลังต้องการจนแทบขาดใจ แต่เขากลับเลือกที่จะไม่ตามใจเธอ
เขาแค่อยากสั่งสอน คนปากเก่งอย่างนี้มันต้องโดนลงโทษให้หลาบจำซะบ้าง
“ฮะ...เฮีย” เสียงกระเส่าเอ่ยเรียกเขา แต่ยังไม่ยอมหันมามองหน้ากัน
“ครับ ว่าไง”
“หนู...” นิทานกัดปากตัวเอง ทั้งที่อยากเอ่ยคำนั้นออกมาใจจะขาด แต่มันน่าอายเกินไป
เธอจะร้องขอสัมพันธ์ทางกายกับเขาได้ยังไง ต่อให้เมาจนแทบไม่มีสติ ก็ไม่ได้ลืมหรอกว่าเราสองคน...เกลียดกัน
“หนูอะไรครับ”
“เฮีย...”
“หือ?”
แต่หากยังเก็บความต้องการเอาไว้อย่างนี้ เธอคงถูกเขาทรมานจนตายอย่างแน่นอน
“ทำต่อไม่ได้เหรอ...”
ใบหน้าเธอขึ้นสีแดงก่ำหลังพูดจบ คเชนทร์เห็นอย่างนั้นก็ยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ
“ทำอะไรต่อ เฮียไม่เห็นเข้าใจเลย” เขาแกล้งทำหน้าซื่อตาใส
เห็นได้ชัดว่าเขาเข้าใจแล้วแต่กลับยังแกล้งกัน เลือดนักสู้ในตัวของเธอมันพลุ่งพล่าน เรื่องอะไรเธอต้องยอมถูกเขาแกล้งอยู่ฝ่ายเดียว
“ไม่เข้าใจเหรอคะ?” นิทานยิ้มเจ้าเล่ห์ ขณะเดียวกันมือของเธอก็ล้วงลงไปยังจุดที่ไม่ควรที่สุด
“อึก...”
ความอบอุ่นของเขาขยายใหญ่อยู่เต็มมือ ความรู้สึกจั๊กจี้เล็กๆ ที่หัวใจทำให้เธอนึกอยากปล่อยมือชั่วครู่ แต่เมื่อเห็นว่าเขากำลังเสียอาการเธอก็อยากเอาชนะกว่าเดิม
“แล้วแบบนี้...เฮียเข้าใจหรือยัง”
ไม่ใช่แค่จับเท่านั้น เธอยังรูดรั้งเอาใจเขาเสียจนชายหนุ่มต้องก้มหน้าเพื่อซ่อนสีหน้าของตัวเองเอาไว้ เขาครางต่ำหน้าแดงก่ำลามไปถึงใบหู พลางกัดฟันกรอดเอ่ยเรียกชื่อเธอเสียงสั่น
“นิ...ทาน”
“ขา...” คนตัวเล็กยิ้มชอบใจอย่างไม่รู้ชะตากรรมตัวเอง
ในมุมที่เธอไม่เห็นสีหน้าของเขา รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นมาที่มุมปาก
“จะไม่หยุดใช่ไหม?”
“ทำไมหนูต้องหยุดล่ะ?”
คำพูดแสนปากดีทำให้เขายิ้มในใจ ก่อนที่ฝ่ามือหนาจะลูบเข้าไปยังต้นขาด้านในของเธอ ลูบไล้ขึ้นสูงจนไปถึงขอบชั้นใน
ปลายนิ้วเรียวแหวกม่านลูกไม้ที่ปกปิดส่วนอ่อนไหวแสนชุ่มแฉะเอาไว้อยู่ ก่อนจะค่อยๆ สอดนิ้วเข้าไปอย่างช้าๆ
ความรู้สึกเสียววาบทำให้นิทานสะดุ้งโหยง เธอถึงกับปล่อยมือจากตัวตนของเขาแล้วขึ้นมาดันอกเขาออก
“อ๊ะ...เฮีย...เบา”
แต่พอได้ยินคำพูดของเธอ นอกจากเขาจะไม่เบาแรงแล้ว ยังเริ่มขยับนิ้วเข้าออกในจังหวะเร็วขึ้น
“เบาแบบนี้หรือเปล่า”
“อือ”
เขาค่อยๆ วนนิ้ว กระทั่งจับจุดได้ว่าเธอมีอาการกับตรงไหนมากที่สุด ยามที่โดนปุ่มกระสัน นิทานแอ่นอกร่อนสะโพกรับกับจังหวะเอาอกเอาใจของเขา เป็นภาพที่เร่าร้อนจนคนมองเองก็แทบทนไม่ไหว
“ฮึก...เฮีย...” สองมือเล็กจับไหล่เขา แล้วจิกนิ้วลงมาที่เดิมจนเขาเริ่มเลือดซิบ
เขาเจ็บ แต่กลับไม่แสดงสีหน้าเหยเกออกมา เพราะยิ่งเขาเจ็บมากเท่าไร แปลว่านิ้วของเขาทำงานดีเท่านั้น
“ว่าไงคะเด็กดี ชอบแบบนี้เหรอคะ” คำพูดหวานหูมาพร้อมกับปลายนิ้วที่เอาอกเอาใจ ทำให้เสียงกระเส่าดังลั่นห้อง
“อะ...อ๊า...”
ปลายทางฝั่งฝันเข้ามาหานิทานอย่างรวดเร็ว ในที่สุดเธอก็ร่วงหล่นลงมาจากจุดสูงสุดของความรู้สึก เหลือเพียงลมหายใจหอบถี่เป็นสิ่งสุดท้าย
คเชนทร์ถอนนิ้วออกมา มองผลงานตัวเองที่ติดอยู่ปลายนิ้วอย่างพึงพอใจ
“อ้าขาออก”
เขาออกคำสั่งเสียงเข้ม นิทานที่เพิ่งจะเสร็จสมไปก่อนหน้าไม่เหลือเรี่ยวแรงต่อต้าน เขาเห็นเธอชักช้าก็เป็นฝ่ายดึงเสื้อคลุมอาบน้ำรวมทั้งบราปีกนกทิ้งไป
ไม่แค่นั้น เขายังจับเข่าเธออ้าออกแล้วแทรกตัวเข้ามา มอบส่วนปลายตัวตนทักทายแอ่งเกสรฉ่ำแฉะจากการเสร็จสมก่อนหน้า
สายตาเขายามที่มองลงไปตรงนั้นมันน่าอายเสียจนเธอทนไม่ไหว รีบเอามือไปปิดไว้ไม่ให้เขาได้มองอีกต่อไป
“ปิดทำไม สวยออก”
“มันน่าอาย...”
“ก็บอกว่าสวย ไม่เห็นต้องอาย”
มือเธอถูกเขาปัดออกไปให้พ้นทาง คเชนทร์หยิบเอาถุงยางที่พกติดตัวไว้ในกระเป๋าสตางค์มาฉีกและสวมเข้าด้วยความชำนาญ ก่อนจะค่อยๆ ดันส่วนหัวเข้าไป
นิทานวางมือลงกับที่นอน จิกผ้าห่มจนยับยู่ยี่เพราะรู้สึกถึงความคับแน่นที่คืบคลานเข้ามาทีละน้อย
“อึก...”
“ถ้าเจ็บก็บอก เฮียจะทำเบาๆ”
“เจ็บ”
แม้ว่าเธอจะบอกอย่างนั้นแต่เขาไม่เคยคิดหยุด ค่อยๆ ดันตัวตนเข้ามาจนกระทั่งเข้าทั้งลำในที่สุด
นิทานรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง เธอยกมือขึ้นวางบนหน้าท้องเขาเชิงบอกว่าอย่าเพิ่งขยับ เธอไม่ไหว มันแน่นๆ จุกๆ บอกไม่ถูก
นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเคยมีอะไรกับใคร จนถึงตอนนี้ อาการมึนเมาเริ่มจะสร่างขึ้นมานิดหน่อย ทำให้เธอนึกถามตัวเอง ว่ากำลังทำอะไรอยู่
แต่ถึงจะอยากหยุดตอนนี้ ก็ไม่ทันเสียแล้ว
“อย่าเกร็ง ไม่งั้นจะเจ็บกว่าเดิม”
คำเตือนของเขาทำให้นิทานหน้าเสีย “มีเจ็บกว่านี้อีกเหรอคะ?”
“มีสิ”
ถอยตอนนี้ทันหรือเปล่า เธอส่งสายตาหาคนตรงหน้าอย่างอ้อนวอน แต่อีกคนกลับเข้าใจผิดว่าเป็นสายตายั่วยวนเสียอย่างนั้น
“เฮีย...”
“ขอลองขยับได้ไหม”
“อ๊ะ!”
ถามแต่ไม่ได้รอคำตอบเขาไม่เรียกว่าถามโว้ย!!!
เธอยังไม่ทันบอกว่าได้หรือไม่ได้เขาก็ขยับแล้ว แรงเสียดสีทำเธอสะท้านจนไร้เรี่ยวแรง มีเพียงเสียงครางแผ่วเบาเท่านั้นที่ตอบกลับเขาได้
แรกเริ่มรู้สึกแน่นจนแสบเล็กๆ แต่ดีที่มีน้ำหล่อลื่นช่วยให้ไม่เจ็บเท่าไรนัก สักพักความเจ็บก็หายไป แทนที่ด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ที่จะบอกว่าดีก็ดี จะบอกว่าไม่ดีก็ไม่ดีเท่าไร
“อ๊ะ...อื้อ”
เขาเริ่มเร่งจังหวะ มวลอารมณ์ที่ถูกระบายออกไปก่อนหน้านี้จึงถูกเรียกกลับมาอีกครั้ง
เธอขยับสะโพกไปกับการกระแทกกระทั้นเป็นจังหวะของเขา บางครั้งเขาก็ไม่ยั้งแรง เข้ามาลึกจนเธอจุกไปหมด
ฝ่ามือหนาระบายความซ่านกระสันผ่านหน้าอกของเธอ เขายื่นมือมาทั้งบีบทั้งเคล้น เอวสอบก็ขยับไม่หยุด นิทานหัวสั่นหัวคลอน แอ่นอกเชิดหน้าขณะที่ปลายทางครั้งที่สองมาถึง
เธอเสร็จเพราะเขาถึงสองครั้งในวันเดียวกัน น่าอายชะมัด
คเชนทร์ตอกตรึงเธอต่ออีกพักใหญ่ จนเธอรับรู้ได้ถึงการเติมเต็มข้างในเครื่องป้องกัน
นิทานหมดแรง อยากจะด่าเขาก็ยังทำไม่ได้ เธอนอนนิ่งมองอีกคนหายไปในห้องน้ำแล้วกลับมาพร้อมทิชชูเปียก
เขาค่อยๆ เช็ดให้เธอด้วยความเบามือก่อนหันไปจัดการตัวเอง นาทีนั้นนิทานถอนหายใจ คิดว่ามันคงจบลงแล้ว
แต่เปล่าเลย...
อยู่ๆ เขาก็กลับขึ้นเตียงมานอนข้างเธอ พลิกตัวเธอให้นอนตะแคงแล้วจับขาเธอยกขึ้นแยกออกจากกัน
“เฮีย...”
“ใครว่าครั้งเดียวพอกันล่ะ...”
“...”
“ใครที่มันกล้าท้าทายเฮีย จบไม่สวยสักคนหรอก”
“แต่เฮียเกลียดหนู...”
“เธอเองก็เกลียดเฮีย แต่ความเสียวมันไม่เลือกรักเกลียดหรอกนะ”
พูดจบ เขาก็ไม่รอให้เธอได้ตั้งคำถามใดๆ อีก เขารุกรานเข้ามาอีกครั้ง แล้วก็ดำเนินไปอย่างนั้นครั้งแล้ว ครั้งเล่า ท่ามกลางเสียงครางกระเส่าที่ดังอยู่ค่อนคืน
