บทที่ 6 เข้าถ้ำเสือ

อู่พยัคฆ์เมฆา อู่ซ่อมรถที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดนครนายก เริ่มต้นมาด้วยความชื่นชอบในรถแต่งของลูกชายคนเล็กบ้านคมฐิพัฒน์

ทันที่เขาเรียนจบได้ขอเงินมาเปิดอู่สานฝันวัยเด็กเป็นของขวัญวันรับปริญญาจากพ่อ ตอนนี้ผ่านมาแล้วปีกว่าๆ นอกจากลูกค้าประจำที่มาทำรถแข่ง ก็ยังมีลูกค้าขาจรมากมาย

เพียงปีเดียวเท่านั้น ที่นี่กลายเป็นอู่ขึ้นชื่อทำกำไรอื้อ และเริ่มขยับขยายไปถึงการได้เป็นสปอนเซอร์ให้ทีมแข่ง F1 ชื่อดังในการแข่งฤดูกาลนี้อีกด้วย

นอกจากที่นี่จะเป็นอู่ที่มีคนเข้ามาใช้บริการไม่ขาดสายแล้ว ยังเป็นที่สิงสถิตหลักของเด็กจบใหม่รอทำงานอย่างนิทานอีกด้วย

ตัวออฟฟิศตกแต่งสไตล์ลอฟต์ตั้งแยกออกมาจากตึกใหญ่เพื่อความเป็นส่วนตัว ที่นี่มีแค่พยัคฆ์ที่เข้าออกได้ นิทานเลยไม่ต้องกลัวว่าจะมีใครเข้ามาได้ยินเธอกับเพื่อนคุยกัน

เธอเข้ามานั่งตากแอร์เล่นมือถือในออฟฟิศของเพื่อนสนิท ส่วนเจ้าของห้องเล่นเกมอยู่ข้างๆ ด้วยความสบายใจ

เธอกำลังเช็กเมลเพื่อดูว่าโรงเรียนสอนดนตรีที่ยื่นใบสมัครไปเมื่อสามเดือนก่อนมีการตอบกลับมาหรือยัง แต่ก็ว่างเปล่า

เธอเรียนจบเอกดนตรีสากล แต่สิ่งที่เธอถนัดที่สุดคือการเล่นเปียโน สมัยเรียนเธอได้มีโอกาสสอนพิเศษเด็กๆ อยู่บ้าง จึงรู้ตัวว่าตัวเองอยากเป็นครู หาเวลาสอบจนได้ใบอนุญาตสอนมาจนได้

ทว่าขณะที่กำลังไถเมลไปเรื่อยๆ อยู่ๆ ความทรงจำที่ไม่น่าจำแล้วก็ไม่เกี่ยวกับการสอนก็ไหลเข้ามาในหัว

‘ฮึก...เฮีย เอาอีก’

‘เอาอะไรอีกครับ?’

‘เอาหนู’

“กรี๊ด!!!”

เสียงกรี๊ดของนิทานทำให้คนข้างๆ‍ สะดุ้งโหยง พยัคฆ์ที่กำลังเล่นเกมอย่างเอาเป็นเอาตายถึงกับหันมาแหวเสียงดัง

“เป็นบ้าอะไรของมึง หูจะแตก”

นิทานหันขวับไปหาเพื่อนสนิทด้วยความอาฆาต ในใจนึกโทษเขาที่ทำให้เธอพลาดไม่เป็นท่า...

“มองกูอะไรขนาดนั้น” สายตาเคียดแค้นของเพื่อนรักทำเขาขนลุกซู่

“ก็เพราะมึงนั่นแหละ ถ้ามึงไม่บอกเลขห้องกูมั่วๆ‍ เรื่องก็ไม่เกิดหรอก!!”

เธอวีนแล้วก็มานั่งหงุดหงิดอยู่คนเดียว คิดแล้วยังเจ็บใจไม่หาย เรื่องเสียตัวไม่ได้คิดอะไรมาก ต่างคนต่างก็ได้กันวินวินทั้งคู่ แต่กับเฮียเชนทร์เนี่ยนะ? ผู้ชายที่เธอพูดอยู่ทุกวันว่าเกลียดนักเกลียดหนา ถึงขั้นเคยประกาศลั่นว่า ต่อให้ผู้ชายทั้งโลกเหลือแค่เขา ก็จะไม่มีวันแต่งงานเด็ดขาด

แต่คืนนั้น กลับเป็นเธอที่ร้องขอสัมพันธ์ทางกายกับเขาด้วยตัวเอง นี่มันแย่กว่ากลืนน้ำลายตัวเองซะอีก

“ฮือออ อยากจะบ้าตาย”

พยัคฆ์รู้เรื่องทุกอย่างเพราะหลังจากวันนั้นนิทานโทร. มาโวยวายอยู่ชั่วโมงครึ่ง เขาได้ยินแล้วก็อึ้งพูดไม่ออก แต่พอเห็นสีหน้าหนักใจของเพื่อนแล้วก็ไม่กล้าแสดงความคิดเห็นมาก

ทั้งหมดนี้มันคือความผิดของเขาเอง เขาดันสืบเลขห้องพลาดจนบอกเลขห้องให้เธอผิด แล้วเพิ่งมารู้ว่าห้องนั้นไม่ได้ใกล้กับห้องเจ้าบ่าวอย่างเฮียสิงห์เลยสักนิด

“เรื่องนี้ความผิดกูเอง” เขาว่าด้วยน้ำเสียงสำนึกผิด แต่ก็ครู่เดียวเท่านั้น “แต่แค่เรื่องห้องนะ มึงเองก็ไม่ได้เมาอะไรมาก ทำไมรู้ตัวว่าเข้าห้องผิดแล้วยังขึ้นเตียงกับเฮียอีก เง่นเองช่วยไม่ได้”

นิทานหันไปมองเพื่อนอีกครั้งด้วยความไม่พอใจ”

“มึงนี่มัน...”

เธออยากจะทุบเขาให้ตาย แต่ทุกอย่างที่เขาพูดก็จริงหมด

เพราะเธอต้องการเขาเอง กอดเขาเอง มีความสุขกับเขาเอง แล้วจะมาเรียกร้องความรับผิดชอบจากเขาได้ยังไงกัน

“ไม่รู้แหละ กูทุ่มสุดตัวขนาดนั้นแม้แต่คำสัญญาที่บอกจะช่วยยังไม่ได้เลย เซ็งว่ะ อยากกินชานม” ว่าแล้วก็ออกจากอีเมลกดเข้าแอพสั่งอาหาร อารมณ์เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาจนแม้แต่เพื่อนที่อยู่กันมานานยังไม่ชิน

“แล้วชานมเกี่ยวอะไร?”

“ก็ไม่เกี่ยว แค่หงุดหงิด อยากกิน กูสั่งนะ”

ใบหน้าหวานเคร่งเครียด หวนคิดไปถึงเมื่อเช้าก่อนที่เธอจะเข้ามาหาเพื่อน ได้มีปากเสียงกับแม่เลี้ยงถึงขั้นหยุมหัวกันผมหลุดเป็นกระจุกๆ

ต้นเหตุก็มาจากนังแม่เลี้ยงปากเปราะเข้ามาหาเรื่องเธอ หาว่าเรียนจบแล้วไม่รู้จักหางานมัวแต่เกาะพ่อแม่กิน แล้วมันผิดตรงไหนถ้าเธอจะยังไม่อยากออกไปหางานทำเป็นหลักแหล่ง

เงินที่แม่ทิ้งเอาไว้ให้ถึงไม่ได้มากมาย แต่ก็ทำให้นิทานเรียนจบได้โดยไม่ต้องพึ่งพาคนที่เธอเกลียด สมัยเรียนทุกเดือนก็มีงานสอนพิเศษพอให้มีเงินเลี้ยงตัวเองไม่ได้ใช้เงินพ่อเลยสักบาท

แต่แค่นั้นมันคงยังไม่พอ จุดประสงค์จริงๆ‍ ของเนตรนภาคือให้นิทานออกไปจากบ้าน เพราะหากเธอไม่อยู่สักคนการจะเอาที่ดินบ้านที่เป็นสินสมรสของพ่อและแม่ไปคงไม่ยาก

ทว่านั่นยังไม่ใช่สาเหตุของการหยุมหัวกัน

ต้นเหตุจริงๆ‍ คือคำพูดของนังนั่นต่างหาก

‘แกมันไร้ประโยชน์ รู้เรื่องที่ฉันเอาที่ดินไปจำนองแล้วจะทำอะไรได้’

‘คิดว่าฉันเอาคืนไม่ได้งั้นสิ?’

‘ด้วยวิธีไหนล่ะ ที่ดินตรงนั้นราคาสูงขึ้นทุกปี ขนาดฉันมีงานมีเงิน มีรายได้ยังไม่มีปัญญาไปไถ่คืน แล้วแกเป็นใคร?’

‘...’

‘นิรันดร์แต่งงานเข้าบ้านคมฐิพัฒน์ไปแล้ว จะอ้อนให้ผัวเอาที่ดินผืนเดียวมาให้ก็ไม่ใช่เรื่องยาก แล้วแกเป็นใคร แค่เพื่อนของน้องชายเขาจะมีน้ำหน้าที่ไหนไปเอามา’

เจ็บใจ แต่ก็จริงของหล่อน ถ้าเกิดว่าคืนนั้นแผนสำเร็จเสียอย่าง อย่างน้อยการแต่งงานล่ม สถานะของเธอกับนิรันดร์ก็คงไม่ต่างกัน แต่นี่เธอเสียเปรียบทุกทาง

ต่อให้เพลิงสิงห์ไม่ได้รักนิรันดร์ แต่คนเป็นผัวเมียกัน ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันทุกวันในสถานการณ์เปลี่ยวใจมันจะไม่มีโอกาสรักกันเลยเหรอ

ถ้าเป็นอย่างนั้น ถ้าเกิดว่าเธอต้องเสียที่ดินของแม่ไป ก็จะกลายเป็นว่าเธอแพ้ให้เนตรนภาทุกทาง...

ความรู้สึกไม่อยากแพ้ทำให้นิทานกำหมัดแน่น

“มึง” เธอเรียกเพื่อนสนิทที่เล่นเกมอยู่ข้างๆ

“หา ว่า?”

“มึงช่วยกูเอาที่ดินคืนได้เปล่าวะ”

“ไม่ได้” พยัคฆ์ตอบทันควัน

“อิเสือ คิดหน่อยก็ได้ปะ”

“ก็ไม่ได้จริงๆ‍ กูมันวัยรุ่นสร้างตัว เพิ่งจะเปิดอู่ได้ปีกว่าๆ กูเรียนจบก่อนมึงไม่กี่เดือนนะอย่าลืมสิ”

นอยมากคุณน้า มีเพื่อนคนเดียวในชีวิตก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย นี่แหละที่เขาบอกว่าสุดท้ายแล้วเราจะเหลือเพื่อนที่ไม่ได้คบเราเพราะผลประโยชน์ เพราะไม่มีประโยชน์ต่อกันทั้งคู่!!!

ขณะที่นิทานนั่งเครียด พยัคฆ์ก็เสนอความคิดหนึ่งขึ้นมา

“มึงก็ไปขอเฮียเชนทร์ช่วยดิ”

พำพูดของเพื่อนรักทำให้นิทานแหวขึ้นมาเสียงดังลั่น

“อิบ้า ให้กูไปโดดน้ำตายก็ได้นะ แนะนำแบบนั้น”

แค่เรื่องคืนวันแต่งงานก็ทำเธออายจนไม่กล้าไปเจอหน้าพ่อแม่ของเขาแล้ว ไหนจะแม่ที่นอนอยู่ในหลุมศพ ท่านจะมองลูกสาวคนนี้เป็นคนยังไง ล้มเหลวมันไปหมดทุกอย่าง คิดแล้วอยากไปเกิดเป็นวานรให้รู้แล้วรู้รอด

“กูพูดจริง กูพูดจากใจ ในเมื่อมึงก็มีอะไรกับเฮียไปแล้วมึงก็ควรได้อะไรตอบแทนบ้าง ไม่เคยดูในละครอ่อ ที่เอาตัวเข้าแลกอะ นางเอกซีรีส์สวยไม่เท่ามึงยังได้เป็นร้อยล้าน กูว่ามึงได้เยอะกว่านั้น”

นิทานหันไปขมวดคิ้วมองเพื่อน “ฉีดยากูละ แต่เรื่องสวยนี่กูสวยจริงไม่เถียง”

ว่าแล้วก็ยกมือขึ้นกรีดกราย เอาผมทัดหูไปหนึ่งที

“เออ ในเมื่อมึงมั่นใจว่ามึงสวยมึงจะกลัวอะไร เฮียกูก็โสด มึงก็โสด ยังไงโอกาสก็ต้องมากกว่าคนมีผัวอย่างพี่มึงปะ”

“ยังไง ไม่เข้าใจ”

“ตั้งแต่แต่งงานเฮียสิงห์แม่งทิ้งพี่มึงไว้บ้านที่ไร่ ส่วนตัวเองหนีไปทำงานที่กรุงเทพฯ ไม่เห็นจะเคยกลับมาสักครั้ง ถ้าคิดจะเอาที่ดินจริงๆ‍ มุกอ้อนผัวคงใช้ไม่ได้ละ เพราะไม่มีให้อ้อน”

ที่พยัคฆ์พูดมาก็มีเหตุผล นิทานพยักหน้ารับแล้วพูด “ว่าต่อๆ”

“แต่ถ้ามึงไปจีบเฮียเชนทร์นะ อ้อนนิดอ้อนหน่อยเฮียก็ยกทุกอย่างให้มึงแล้ว เฮียแม่งบ้ายอ แล้วก็ชอบคนง่ายด้วย”

“ไอ้เหี้ย พูดซะพี่ตัวเองไม่มีอะไรดีเลยนะ”

“ก็ไม่มีอะไรดีจริงอะ นอกจากหน้าตาที่เหมือนกูอย่างกับแกะ”

“เฮ้อ...”

เธอได้อะไรจากการมาปรึกษาเพื่อนในครั้งนี้บ้าง นิทานถึงกับนั่งถอนหายใจ รู้สึกท้อแท้ อยากโดดน้ำไปว่ายกับหมาโกลเด้นให้รู้แล้วรู้รอด

“เอาจริงๆ‍ ลองดูก็ไม่เสียหายหรอก” พยัคฆ์ยังคงยืนยันความคิดตัวเอง

“ถ้าให้จีบเฮียเชนทร์ กูว่าหันมาจีบมึงหรือเฮียมังกรเข้าท่ากว่ากันปะ”

คำพูดของนิทานทำพยัคฆ์ขนลุกซู่ ถึงกับยอมสละมือข้างหนึ่งจากเกมมาตบหัวเพื่อน

“โอ๊ย! กูเจ็บนะ!”

“อย่าพูดแบบนั้นได้ไหม กูขนลุก”

“กูก็ไม่ได้คิดจะเอามึงจริงๆ‍ ไหม อิบ้านี่”

“นั่นแหละ มึงในสายตาเฮียมังกรกับเฮียสิงห์เป็นแค่น้องสาว เอาจริงๆ‍ ต่อให้มึงหลุดเข้าห้องไปกับเฮียสิงห์ได้ก็อ่อยเขาไม่ได้หรอก เพราะเขาไม่เอามึง”

“อันนี้แรงนะ แรงกว่าเมื่อกี้อีก”

“แรงแต่จริงไหมล่ะ”

นิทานหน้างอ ไม่อยากยอมรับแต่ก็จริงอย่างที่เขาว่า

“กูว่านะ คนที่เกลียดกันอย่างน้อยก็ไม่ได้มีสถานะพี่น้องมากั้น ความเป็นไปได้มันย่อมมีมากกว่า อีกอย่างมึงก็ได้เฮียไปแล้วครั้งหนึ่ง ได้อีกครั้งสองครั้งจะเป็นไรไป”

“เสือ มึงหลายรอบละนะ พูดให้มันถูกๆ‍ ว่าใครได้ใคร กูเสียหาย”

“แล้วได้จริงไหมล่ะ”

“กูไม่คุยกับมึงแล้ว อยากทำอะไรก็ทำ ไปรับชานมละ”

“สั่งมาสองแก้วหรือเปล่า?”

“ไม่ ปากมากก็ไม่ต้องแดก แบร่”

นิทานลุกขึ้นเดินไปรอไรเดอร์ที่หน้าอู่ พยัคฆ์มองตามหลังเพื่อนแล้วแอบลอบยิ้มบาง

“มึงไม่อยากได้ก็ไม่ทันแล้วนิทานเอ๋ย เฮียกูเล็งแล้วยังไงมึงไม่รอดหรอก”

มัวแต่ยิ้มกรุ้มกริ่มมองตามเพื่อน หันกลับมาอีกทีศัตรูขึ้นบ้านตีป้อมแตกไปแล้วเรียบร้อย บนหน้าจอมีตัวหนังสือสีน้ำเงินขึ้นพร้อมกับป้อมที่แตกสลาย

DEFEAT

“ไอ้เหี้ย!!! แพ้เฉย”

ไร่คมฐิพัฒน์หลังเสร็จสิ้นงานแต่งงานของพี่ใหญ่อย่างเพลิงสิงห์ก็กลับเข้าสู่สถานการณ์ปกติ นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวชมในไร่ไม่ขาดสาย สำหรับผู้บริหารอย่างคเชนทร์มีเรื่องให้ต้องจัดการมากมาย แต่มีสิ่งหนึ่งกวนใจเขาจนหลายวันมานี้ทำงานไม่รู้เรื่อง

ยัยเด็กนั่น...คิดจะหายไปเฉยๆ‍ แบบนี้จริงเหรอ?

เขาไม่ใช่คนชอบยึดติด บางครั้งก็มีซื้อกินบ้างตามประสาหนุ่มโสดวัยย่างเข้า 30 ปี แต่เรื่องวันนั้นมันเหตุสุดวิสัย แล้วเขาก็ค่อนข้างแน่ใจว่าตัวเองไม่ได้ลีลาห่วยขนาดที่ผู้หญิงจะทำเฉยหลังมีอะไรกันเสร็จได้นะเว้ย

ต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ๆ

ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูดังขึ้น คเชนทร์วางเรื่องวุ่นวายในหัวลงแล้วหันไปขานรับ

“เข้ามา”

คนที่เปิดประตูเข้ามาคือณัฐ ผู้ช่วยคนเก่งที่เพิ่งเข้าทำงานได้ไม่กี่ปี แต่ความสามารถของเธอนั้น แทบจะเป็นมือเป็นเท้าของเขาได้เลยทีเดียว

“มีอะไร” เขาถามขณะที่สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่เอกสารตรงหน้า

“คุณหญิงให้มาแจ้งเรื่องที่จะทำบุญบ้านวันอาทิตย์นี้ค่ะ แต่พอดีวันนั้นตรงกับวันซ่อมแซมใหญ่ประจำเดือนด้วย คุณหญิงเลยขอให้เลื่อนออกไปหรือเข้ามาหนึ่งวัน เพราะเห็นว่าไม่เป็นมงคล”

นิสัยคุณนายแม่เขาละ ในโลกนี้ไม่มีใครสั่งแม่เขาได้นอกจากหมอดู แล้วก็ไม่มีใครสั่งเขาได้นอกจากแม่เช่นกัน

“อย่างนั้นเลื่อนเข้ามาหนึ่งวัน ผมฝากติดต่อทีมวิศวกรด้วยนะครับ”

“รับทราบค่ะ”

ณัฐรับเรื่องแล้วกำลังจะออกไป แต่คเชนทร์เรียกเอาไว้ก่อน

“คุณณัฐ”

“คะคุณเชนทร์?”

“วันทำบุญบ้านแม่เชิญใครบ้าง ได้แจ้งมาหรือเปล่า”

“หลักๆ‍ ก็มีบ้านฐ‍ป‍น‍น‍ท์ค่ะ คุณสิงห์จะกลับมาจากกทม. เพื่อร่วมงานนี้ด้วยนะคะ แต่คุณมังกรติดงาน ไม่ได้มาร่วมค่ะ”

“งั้นแปลว่านิทานก็มา?”

“ไม่แน่ใจค่ะ ปกติแล้วคุณนิทานไม่เคยพลาด แม้ว่าบ้านฐ‍ป‍น‍น‍ท์จะไม่มาก็ตาม”

นั่นสิเนอะ ทุกคนรู้ว่านิทานคือลูกรักพ่อแม่เขา ตั้งแต่เด็กเข้าออกบ้านเขาเป็นว่าเล่น ยิ่งแม่นะยิ่งเห่อ เข้าใจว่าเพราะไม่มีลูกสาว หนำซ้ำนิทานยังเป็นลูกสาวของเพื่อนสนิทที่เสียไปแล้ว แต่บางครั้งก็เกินหน้าเกินตาลูกชายหัวแก้วหัวแหวนไปนิดนึง

เห็นแม่กับนิทานเล่นกันแล้วอยากจะเข้าไปบอก ว่าไม่รับเป็นลูกไปเลยล่ะ แต่คิดอีกทีไม่บอกดีกว่า เพราะถ้าแม่รับน้องเป็นลูก ก็คงไม่ได้มีสะใภ้ชื่อนิทานแล้ว

คิดไปคิดมาคเชนทร์ก็หลุดยิ้มออกมา รอยยิ้มดูน่ากลัวเสียจนณัฐอดเป็นห่วงเจ้านายไม่ได้

“คุณเชนทร์...เป็นอะไรมากไหมคะ?”

ดูเหมือนว่าเขาคงต้องเช็กสมองเร็วๆ‍ นี้ อยู่ดีๆ‍ ก็ยิ้มคนเดียวหัวเราะคนเดียว หรืออาจจะเป็นเพราะช่วงนี้ทางไร่มีลูกค้าเยอะขึ้น งานก็โหลดหนักจนไม่มีเวลาพักผ่อน

แต่ว่า...กับผู้ชายที่ทำงานเช้ายันค่ำก็ยังไม่หมดพลังคนนี้เนี่ยนะ?

“ไม่มีอะไรหรอก แต่คุณช่วยไปบอกคนมาทำความสะอาดบ้านไอ้เสือไว้ที เร็วๆ‍ นี้เราจะต้อนรับพนักงานใหม่”

“ใครเหรอคะ?”

“เดี๋ยวก็รู้”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป