บทที่ 4 เด็กเลี้ยง

ตอนที่ 4 เด็กเลี้ยง

น้ำมนต์ตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดเมื่อยไปตามตัว แล้วรู้สึกร้อนไปทั่วตัว เมื่อหันไปเห็นว่ามีแม่บ้านคอยนั่งเฝ้าและดูแลเอาใจใส่น้ำมนต์เป็นอย่างดีทำให้น้ำมนต์และนึกถึงตอนที่ตัวเองอยู่ที่บ้าน ตอนที่ป่วยพ่อแม่ไม่เคยจะใส่ใจดูแลขนาดนี้มาก่อนเลยทำให้น้ำมนต์รู้สึกเก้ ๆ กัง ๆ ไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไป 

“คุณพระเพลิงให้พวกเรามาคอยดูแลคุณน้ำมนต์ค่ะนี่ทานยาและทานอาหารนะคะจะได้หายเร็วขึ้น”

“ขอบคุณนะครับ”

“ป้าชื่อป้าดาวเรืองนะคะ เป็นคนเก่าคนแก่ของที่นี่เคยดูแลคุณพระเพลิงตอนที่ยังเป็นเด็กค่ะ ตอนนี้ก็ยังดูแลอยู่มีอะไรเรียกใช้ป้าได้เลยนะคะ”

“ขอบคุณนะครับป้าดาวเรือง”

“คุณน้ำมนต์นี่น่ารักจังเลยนะคะอายุเท่าไหร่หรอคะ หน้าตาท่าทางอายุน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับหลานป้าเลยนะคะ”

“ผมกำลังเรียนอยู่ปี 4 ครับ เรียนมหาลัย…”

“แบบนี้นี่เองหลานป้าก็เรียนอยู่ที่นั่นนะคะอายุก็เท่ากันกับคุณน้ำมนต์เลยชื่อเจ้าทัพค่ะ เด็กรายนั้นไม่ค่อยตั้งใจเรียนหรอกค่ะแต่ก็สอบได้อันดับต้นๆ ป้าก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงแล้วที่จะให้เด็กคนนั้นตั้งใจเรียนสักที”

“ขนาดไม่ตั้งใจเรียนก็ยังได้คะแนนเยอะขนาดนั้น แต่ได้ยินมาว่ามีเพื่อนในห้องที่ได้อันดับ 1 ตลอดเลย ชื่ออะไรนะป้าเองก็จำไม่ได้เจ้าเด็กนั่นชอบพูดถึงเด็กคนนั้นอยู่ตลอดเลยค่ะ ไม่รู้ว่าเห็นอีกฝ่ายเป็นคู่แข่งหรืออยากจะจีบกันแน่นะคะพูดถึงบ่อยมาก”

“แล้วหลานของป้าอยู่ที่นี่หรือเปล่าครับ”

“ไม่ได้อยู่หรอกค่ะ เขาอยู่กับครอบครัวด้านนอกที่นี่นอกจากคนเก่าแก่และคนของคุณพระเพลิงแล้ว ญาติพี่น้องของคนใช้ที่นี่ก็ไม่ให้เข้ามาอยู่ในคฤหาสน์หลังนี้หรอกค่ะ”

“ที่นี่ห่างจากมหาลัยเยอะไหมครับ”

“ก็ไม่เยอะนะคะประมาณ 10 กิโลเมตรเอง แต่ก็ถือว่าใกล้อยู่นะคะ แค่ขับรถไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ถึงแล้วค่ะ ทำไมหรอคะคุณน้ำมนต์อยากจะไปเรียนหรอถ้าอยากจะไปเรียนคุณน้ำมนต์ก็บอกคุณพระเพลิงได้นะคะเดี๋ยวคุณพระเพลิงจะช่วยเหลือเอง”

“เขาใจดีขนาดนั้นเลยหรอครับ”

“ก็ไม่ได้ใจดีอะไรขนาดนั้นหรอกค่ะ คุณพระเพลิงเป็นคนที่จริงจังกับการใช้ชีวิตมากไม่ว่าสิ่งไหนที่เขาพูดเขาล้วนแล้วแต่ทำได้ทั้งหมด อีกอย่างคุณน้ำมนต์คงยังจะไม่รู้สินะคะ คุณพระเพลิงเป็นลูกเลี้ยงของคุณท่านถูกรับมาเลี้ยง ทุกปลูกฝังพฤติกรรมและการกระทำทุกอย่างให้เป็นผู้นำแก๊งมาเฟีย เพื่อที่จะพาทุกคนไปอยู่ในจุดที่สูงที่สุด คุณพระเพลิงจึงเป็นคนนิสัยแบบนี้ล่ะค่ะ แต่เนื้อแท้ก็ไม่ได้แย่อะไรขนาดนั้น ใครเป็นคนเอาแต่ใจตัวเองและอารมณ์ร้อนมากไปหน่อยค่ะ”

“ขอบคุณนะครับที่ปลอบใจผม”

“ในเมื่อได้โอกาสมาเป็นเด็กของคุณพระเพลิงแล้ว ขอเพียงแค่คุณน้ำมนต์ปฏิบัติตัวดีทำตัวเป็นเด็กเรียบร้อยแล้วว่าง่าย คุณน้ำมนต์จะเป็นเด็กของคุณพระเพลิงที่เขาเอ็นดูที่สุดค่ะ”

“เขาเคยพาผู้ชายมาอยู่ที่นี่ด้วยหรอครับ”

“ก็ไม่เคยนะคะแต่ถ้าไปกินข้างนอกป้าเองก็ไม่รู้ ถ้าไม่รักมากก็ไม่พามาที่นี่หรอกค่ะ ยังไงเป็นเด็กของคุณพระเพลิงแล้วก็อย่าทำให้คุณพระเพลิงเสียใจหรือเสียความรู้สึกนะคะ ขอแค่เป็นเด็กดีเชื่อฟังอยากได้อะไรก็ได้ทั้งหมดค่ะ”

“ผมอยากได้อิสระ ผมอยากจะไปใช้ชีวิตด้วยตัวเอง ผมไม่อยากถูกจับมาขังไว้เหมือนนกในกรงทองหรือแม่พันธุ์คอยตั้งท้องให้กับเขา ผมไม่อยากอยู่ที่นี่”

“ป้าเองก็ช่วยไม่ได้นะคะ เรื่องราวทั้งหมดในบ้านหลังนี้เป็นสิ่งที่คุณพระเพลิงเป็นคนที่ตัดสินใจเองทั้งหมดป้าเป็นแค่ลูกจ้างไม่มีสิทธิ์ที่จะไปชี้นิ้วสั่งเจ้านายได้หรอกค่ะ ตอนนี้ก็สายมากแล้วพักผ่อนเถอะค่ะป้าจะเอาจานไปเก็บให้นะคะ”

แม้ว่าป้าดาวเรืองจะเอ็นดูน้ำมนต์มากแค่ไหนแต่สุดท้ายคนที่เป็นเจ้านายของเธอก็คือพระเพลิง อย่างไรเธอก็ต้องอยู่ฝั่งเดียวกันกับพระเพลิงอยู่ดี น้ำมนต์มองตามป้าดาวเรืองออกจากห้องไปเขาก็ได้แต่คิดในใจถึงเรื่องราวทั้งหมด ช่างเถอะเกิดมาคราวเดียวแค่ทำตามที่คนอื่นต้องการไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยทำแค่ยอมก้มหัวให้แค่นี้มันคงจะไม่เป็นอะไรหรอก 

เมื่อคิดตกผลึกแล้วน้ำมนต์จึงตัดสินใจว่าจะทำตัวเหมือนตอนที่เรียนมหาลัยเอาแต่ก้มหน้าก้มตารับใช้คนที่มีเงินก็พอเรื่องศักดิ์ศรีก็เอาไว้ให้มันจบเรื่องนี้ก่อนเถอะ ศักดิ์ศรีพวกนั้นมันกินไม่ได้เขายอมทิ้งศักดิ์ศรีของตัวเองเพื่อปกป้องชีวิตของตัวเอง อย่างน้อยก็ได้ปกป้องชีวิตของตัวเองให้รอดพ้นจากคนพวกนั้นในเมื่อในอนาคตจะมีอิสระแล้วแค่อดทนรออีก 2 ปีมันก็คงจะไม่นานเกินรอหรอก

นับตั้งแต่น้ำมนต์มาอยู่กับพระเพลิงก็เกือบอาทิตย์หนึ่งแล้วพ่อแม่ของเขากลับไม่เคยโทรมาหาเขาเลยแล้วแต่ครั้งเดียวไม่เคยที่จะเป็นห่วงน้ำมนต์เลยสักครั้ง แม้ว่าน้ำมนต์อยากจะโทรหาพ่อแม่ใจจะขาด แต่เขาก็อยากจะรู้ว่าพ่อแม่ยังจะมีเขาอยู่ในใจบ้างหรือเปล่า แม้จะเป็นแบบนั้น แต่ก็ไม่มีเลยแม้แต่สายเดียวที่จะโทรเข้ามาที่มือถือของเขา

พระเพลิงกลับมาจากที่ทำงานเห็นว่าน้ำมนต์กำลังนั่งจ้องมือถือของตัวเองอยู่นานโดยไม่ได้เห็นว่าเขามาถึงแล้ว พระเพลิงจึงเดินเข้าไปใกล้ร่างเล็กที่กำลังนั่งมองมือถืออยู่มือหนาของเขา ยกขึ้นลูบที่หัวเล็ก ๆ นั้น ทำให้น้ำมนต์รู้ตัวว่าพระเพลิงกลับมาแล้ว

"เห็นนั่งมองมือถือตั้งนานแล้วเป็นอะไรหรือเปล่า"

"เปล่าครับ เดี๋ยวผมเอาสูทไปเก็บให้นะครับ"

"ฉันมีแม่บ้าน เธอไม่จำเป็นที่จะต้องคอยรับใช้ฉันขนาดนั้นหรอก จะรับใช้ชั้นบนเตียงก็พอ"

"วันนี้พี่เพลิงอยากไปกินอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่าครับ เดี๋ยวผมจะให้แม่ครัวเตรียมให้"

"ฉันถามเธอแต่เธอยังไม่ตอบฉันเลยนะ"

"ไม่มีอะไรจริงๆ ครับ"

"เธอคิดถึงพ่อกับแม่ของเธอหรอ ถ้าอยากจะเจอฉันจะพาไปหาก็ได้นะ"

"ผม..."

"แต่ถ้าเขารักเธอ เขาก็คงจะโทรหาเธอไม่ต้องให้เธอมานั่งรอแบบนี้"

“ทำตัวดี ๆ แบบนี้ฉันชอบนะ น้ำเสียงของเธออ่อนลงแบบนี้ฉันก็ดีใจอย่างน้อยเราจะต้องอยู่ด้วยกันอีกตั้ง 2 ปี เป็นเด็กดีแบบนี้ตลอดไปเธออยากได้อะไรก็บอกฉัน ฉันหาให้เธอได้ทั้งหมด”

“ครับผมเข้าใจแล้ว”

คำพูดของพระเพลิงทำให้ร่างเล็กสะอึกในทันที ทำไมน้ำมนต์จะไม่รู้ล่ะว่าพ่อแม่ไม่ได้รักเขา และไม่อยากจะโทรหาเขา ตั้งแต่เล็กจนโตพ่อกับแม่ก็ไม่เคยรักเขาเลย เขาพยายามหาเหตุผลว่าทำไมพ่อกับแม่ถึงเกลียดเขา แต่ก็ไม่มีเลยสักครั้งที่เขาจะรู้ถึงต้นเหตุที่พ่อแม่ไม่รัก

ทั้งชีวิตของพ่อแม่เอาไปทุ่มเทให้กับพี่ชายของเขาจนหมด จนทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า ไม่มีค่ามากพอที่จะเทียบกับผู้ชายได้ เขาจึงหันไปทุ่มเทในการทำงาน part time หาเงินเลี้ยงตัวเองและส่งให้ที่บ้านเพื่อให้พวกเขาเห็นถึงความดีของเขาบ้าง แต่ก็ไม่เลย ไม่เคยเลยสักครั้ง

"เธอไม่ได้ไปเรียนอาทิตย์นึงแล้ว พรุ่งนี้ฉันจะส่งเธอไปเรียน จำเอาไว้นะเธออยากได้อะไรแค่บอกฉัน และถ้าเธอตัดสินใจที่จะทำอะไร เธอก็ต้องบอกฉันไม่มีข้อยกเว้น"

"ผมทราบแล้วครับ แต่เรื่องที่จะไปเรียนมหาลัยพี่เพลิงอนุญาตให้ผมไปเรียนจริงๆหรอครับ"

"เธอควรมีอนาคต ไม่ใช่อยู่แค่บ้านเพื่อรอรับเงินอย่างเดียวถ้าเธออยากทำแบบนั้นฉันก็ไม่ได้ว่า แต่การที่เธอได้เรียนในภายภาคหน้ามันจะเป็นผลดีต่อตัวของเธอเอง"

"ขอบคุณนะครับ"

น้ำมนต์ยกมือไหว้ขอบคุณพระเพลิง คนตัวสูงกว่ายกยิ้มขึ้นมามองใบหน้าสวยหมดจดของเด็กเขา วันนี้เขาเลยตั้งใจว่าจะพาน้ำมนต์ไปซื้ออุปกรณ์การเรียนใหม่ของที่อยู่ที่บ้านก็ทิ้งไปซะ เขาไม่อยากให้เด็กของเขาน้อยหน้าคนอื่น

"เปลี่ยนชุดซะฉันจะพาเธอไปห้างสรรพสินค้า"

"จะไปทำไมหรอครับ"

"ฉันจะส่งเธอกลับไปเรียนพรุ่งนี้ฉันก็ต้องซื้อชุดนักเรียนแล้วก็อุปกรณ์การเรียนให้เธอ ตอนนี้ขนาดมือถือก็ยังใช้แค่ปุ่มกดไร้รสนิยมสิ้นดี เธอเป็นเด็กของฉันควรที่จะได้รับสิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิต ไม่ใช่ทำตัวยากจนแบบนี้"

"แล้วแต่พี่เพลิงจะตัดสินใจเลยครับ"

"ดีว่านอนสอนง่ายแบบนี้น่าจะอยู่กับฉันได้ยาวมาก รีบไปเปลี่ยนชุดดีกว่าฉันรีบ"

คำพูดของพระเพลิงทำให้ร่างเล็กรีบวิ่งขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าของตัวเองในทันที แม้ว่าชุดที่น้ำมนต์สวมใส่จะเป็นชุดที่สุภาพแล้วก็ตามแต่เมื่อออกไปข้างนอกเมื่อเขาต้องยืนเคียงข้างกับพระเพลิง น้ำมนต์จำเป็นที่จะต้องดูแลตัวเองให้ดีและเหมาะสมกับเขาให้เขาควงน้ำมนต์โดยที่ไม่อับอายใคร

เพียงเวลาแค่ครึ่งชั่วโมง น้ำมนต์กับพระเพลิงก็มาถึงห้างสรรพสินค้า แม้เวลานี้จะเป็นช่วงเย็นแล้วแต่คนก็ยังคงเดินห้างสรรพสินค้าแห่งนี้กันเต็มไปหมด มีทั้งนักเรียนและทั้งเด็กมหาลัยเดินวนเวียนกันไป ระเริงดึงมือของน้ำมนต์มาเกาะแขนของตัวเองก่อนที่จะเดินนำไปร้านเสื้อผ้าเลือกชุดให้น้ำมนต์ทีละตัวอย่างตั้งใจ

หลังจากเลือกชุดนักเรียนและชุดใส่อยู่บ้านและออกไปข้างนอกเรียบร้อยแล้ว เขาก็พาน้ำมนต์ไปซื้อกระเป๋าแม้ว่าจะเป็นกระเป๋าเป้แต่ก็เป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงพอสมควรราคาก็ไม่น้อยเลย น้ำมนต์รู้สึกเกรงใจแต่ถ้าปฏิเสธพระเพลิงก็คงจะโกรธเขาอย่างแน่นอน น้ำมนต์จึงไม่กล้าที่จะพูดอะไรมากนัก ได้แต่เดินตามเกาะแขนไปทุกหนทุกแห่งที่พระเพลิงต้องการ

"ฉันจะซื้อโทรศัพท์ให้ใหม่เธอเรียนเธอก็ต้องใช้ iPad เดี๋ยวฉันจะจัดการให้"

พระเพลิงเดินไปคุยกับพนักงานเลือกซื้อโทรศัพท์ iPhone 18 pro max และยังซื้อ iPad air ชิป M4 ขนาด 13 นิ้ว พร้อมทั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อีกมากมายที่คนของพระเพลิงถือแทบจะไม่หวาดไม่ไหว เมื่อทั้งสองคนเดินผ่านร้านทองพระเพลิงมองไปที่ร้านทองก่อนที่จะหันมามองน้ำมนต์ที่ตอนนี้มองทองเงียบๆไม่พูดอะไร

"ฉันจะซื้อแหวนทองให้เอาไหม"

คำว่าเอาไหมของพระเพลิงไม่ใช่เป็นคำถาม แต่เป็นคำบอกเล่าถ้าปฏิเสธก็จะโดนด่า แต่ถ้าให้ตอบรับก็เหมือนกับเห็นแก่ตัวอยากจะได้น้ำมนต์จึงเลือกตอบในคำตอบที่ดีที่สุด

"ผมแล้วแต่คุณพระเพลิงเลยครับ"

คำพูดของน้ำมนต์ถูกใจเขามากจริงๆ ไม่ทำตัวอยากได้จนเกินไปและไม่กล้าที่จะปฏิเสธ จึงให้เขาเป็นคนตัดสินใจด้วยตัวเอง พระเพลิงเดินเข้าไปในร้านทอง มองทองที่อยู่ในร้านก่อนที่จะเลือกแหวนทองวงหนึ่งที่ดูสะดุดตาแม้จะดูเรียบง่ายแต่ก็สวยดี

"เอาวงนี้ใส่นิ้วนางนะ"

"ค่ะ คุณผู้ชายขออนุญาตวัดนิ้วนะคะ"

พนักงานเอาแหวนมาสวมที่นิ้วนางข้างซ้ายให้กับน้ำมนต์ ขนาดพนักงานเองเห็นแหวนวงนี้อยู่ที่นิ้วของน้ำมนต์ก็พูดได้เต็มปากเลยว่านิ้วนี้สวยมากใส่อะไรก็สวยไปหมดจริงๆ 

"ขอเป็นสร้อยข้อมือที่ดูน่ารักหน่อยให้สมกับเขาสักหน่อย"

"ได้เลยค่ะงั้นเอาเป็นสร้อยข้อมืออันนี้แทนนะคะ"

พนักงานเสนอแนะขึ้นมาทันทีเมื่อน้ำมนต์เห็นสร้อยข้อมือนั้นก็ชอบมากพระเพลิงจึงหันไปมองและถามน้ำมนต์ถึงซอยข้อมือนี้

"เธอว่าไง"

"ผมตามใจคุณพระเพลิงครับ"

"มันเอาอันนี้มันสวยดูเหมาะกับเธอดี มีบัตรเครดิตของฉันรูดได้เลย"

ไม่ถึง 10 นาทีพนักงานก็จัดการชำระเงินให้และนำของใส่กล่องให้เรียบร้อย เดินพ้นร้านทองได้ไม่นานพระเพลิงยังแวะร้านเพชรซื้อแหวนเพชรวงเรียบๆ ให้กับน้ำมนต์เมื่อแหวนเพชรสวมลงไปที่นิ้วนางข้างซ้ายมันกลับส่องประกายและสวยงามมาก

"อันนี้สิถึงจะเหมาะกับเธอ แต่มันก็เข้ากันกับสร้อยข้อมือนะ"

"ขอบคุณครับ"

"จะขอบคุณฉันทำไมฉันเห็นเธอมีความสุขฉันก็มีความสุขแล้วไปกันเถอะ"

การเลือกซื้อของกับพระเพลิงทำให้น้ำมนต์รู้สึกปวดหัวจริงๆ ไม่รู้ว่าพระเพลิงคิดอะไรอยู่จึงได้ซื้อของฟุ่มเฟือยได้มากขนาดนี้ แต่นี่ก็เป็นเงินของพระเพลิงเองน้ำมนต์ก็ไม่กล้าที่จะไปยุ่งเกี่ยวอะไรด้วยเลย ยืมเงินของเขาไม่ใช่ของตัวเองก็ยิ่งไม่อยากแตะต้องในระหว่างที่กลับจากห้างสรรพสินค้า พระเพลิงก็เอาบัตร black card มาให้

"วงเงิน 10 ล้าน เธออยากจะใช้อะไรก็ตามใจเธอเลยฉันขี้เกียจไปกดเงินสดให้กับเธอ ต่อไปอยากได้อะไรก็รูดได้ตามสบาย รหัสวันเกิดของฉัน 2808XX"

"ขอบคุณครับ"

"น้ำมนต์เธอเป็นเด็กของฉันไม่ว่าอะไรที่เธออยากได้ฉันก็จะทำให้เธอทั้งหมด แต่สิ่งหนึ่งที่ฉันไม่ชอบเลยที่สุดก็คือการที่เธอเสียตัวให้กับคนอื่น ฉันไม่ชอบใช้ของร่วมกันกับใคร จำเอาไว้นะรักษาตัวเองให้ดี"

"ไม่ว่าเธอจะอยากเรียนถึงปริญญาตรี ปริญญาโท หรืออยากจะเรียนปริญญาเอกฉันก็ทำให้ได้หรือเธออยากจะทำงานที่ไหนฉันก็ทำให้ได้ ขอเพียงแค่เธอรักษาตัวเองให้ดีก็พอ"

"ครับ ผมทราบแล้วครับ"

"ดีเป็นเด็กดีนะ คืนนี้ฉันอยากเอาเธอจนใจจะขาดแล้ว"

ปากหนาก้มจูบแก้มขาวมือก็ล้วงเข้าไปในกางเกงของน้ำมนต์ลูบไล้ไปทั่วส่วนล่าง พร้อมกับพรมจูบไปทั่วลำคอขาวฝากฝังรอยรักที่ลำคอขาวเนียน ก่อนจะบดขยี้ริมฝีปากนุ่มของร่างเล็กจนบวมแดงจึงถอนออก

"ฉันอยากเอาเธอ"

"ครับ"

"ขับรถให้เร็วหน่อยจะได้กลับบ้าน!"

คำสั่งเด็ดขาดของพระเพลิงทำให้คนขับรถรีบขับกลับบ้านให้เร็วที่สุด น้ำมนต์รู้ความหมายของอีกฝ่ายว่าต้องการอะไรวันนี้เขาตามใจพระเพลิงมาก และไม่ได้หัวรั้นใส่พระเพลิงเลยสักนิด เมื่อถึงจุดที่ถูกตามใจจนเหลิงพระเพลิงก็อยากจะหาความสุขจากร่างกายของเขาอยู่แล้ว

ทนอีกสักนิดถ้าตั้งท้องเร็วน้ำมนต์ก็จะได้เป็นอิสระสักที น้ำมนต์ยอมทำตามพระเพลิงไม่ใช่เพราะชอบในสิ่งที่เขาทำ แต่ยอมทำทั้งหมดเพื่ออิสรภาพในอนาคตของตัวเอง แม้ว่าจะไม่ชอบแต่ก็จำเป็นที่จะต้องอดทน อดทนเท่านั้นถึงจะออกจากที่ตรงนี้ได้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป