บทที่ 9 ตอนที่ 9 คนพิเศษที่ยังไม่มีสถานะ

ตอนที่ 9

คนพิเศษที่ยังไม่มีสถานะ

เสียงคลื่นยังดังสม่ำเสมออยู่รอบเรือยอชต์กลางทะเลยามค่ำคืน หลังพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปนานแล้ว เหลือเพียงแสงไฟสีทองอ่อนจากตัวเรือที่สะท้อนลงบนผืนน้ำระยิบระยับ

อัญญายืนกอดแขนตัวเองอยู่ตรงหัวเรือ ลมทะเลพัดผ่านจนเส้นผมยาวปลิวไหวเบา ๆ หัวใจของเธอยังเต้นแรงไม่หายจากจูบเมื่อครู่มันไม่ใช่จูบที่ร้อนแรงหรือเร่งเร้าแต่กลับอ่อนโยนจนเธอเผลอใจอ่อนอย่างไม่น่าให้อภัย

“หนาวหรือเปล่า”เสียงทุ้มดังขึ้นด้านหลัง ก่อนเสื้อคลุมตัวเดิมจะถูกดึงมาห่มไหล่เธออีกครั้ง

อัญญาหันกลับไปมองคนตัวสูงที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ดวงตาคมของภูริชยังจับอยู่ที่เธอเหมือนเดิมสายตาแบบนั้นทำให้หัวใจเธอปั่นป่วนตลอดเวลา

“ฉันควรกลับแล้วค่ะ” เธอพูดเบา ๆ พลางหลบตาเขา

ภูริชยิ้มบาง ๆ“คุณกลัวผมหรือ”

“ค่ะ”คำตอบตรงเกินคาดทำให้ชายหนุ่มเลิกคิ้วนิดหนึ่ง

“กลัวอะไร”

“กลัวตัวเองมากกว่าค่ะ”

ดวงตาคมไหววูบเบา ๆ ทันทีที่ได้ยิน เขาเดินเข้ามาใกล้อีกนิดก่อนยกมือขึ้นแตะแก้มเธอแผ่วเบา

“อัญญา…”น้ำเสียงต่ำลงอย่างคนกำลังพยายามข่มอะไรบางอย่างไว้“ผมไม่เคยอยากรีบกับใครนะ”

หัวใจของอัญญาสั่นไหวอีกครั้งผู้ชายอย่างภูริชดูไม่ใช่คนประเภทที่จะอดทนเพื่อผู้หญิงคนไหนแต่ตอนนี้เขากลับกำลังมองเธอเหมือนเธอสำคัญมาก          จริง ๆและนั่นแหละที่น่ากลัวเพราะเธอเริ่มเชื่อเขาขึ้นมาทีละนิดแล้ว

“คุณควรหยุดค่ะ” เธอพูดเสียงเบา “ก่อนที่ทุกอย่างจะไปไกลกว่านี้”

“แต่ผมไม่อยากหยุด”ภูริชตอบทันที ดวงตาคมยังมองเธอนิ่ง“ยิ่งอยู่ใกล้คุณ ผมยิ่งไม่อยากถอย”

อัญญาเม้มริมฝีปากแน่นเธอไม่รู้จะรับมือกับผู้ชายคนนี้ยังไงจริง ๆ เขาไม่ได้แค่จีบเก่งแต่ยังทำให้เธอรู้สึกเหมือนตัวเองพิเศษทั้งที่ลึก ๆ เธอก็รู้ดีว่า ผู้ชายอย่างเขาอาจพูดแบบนี้กับใครมากี่คนแล้วก็ได้

“คุณกลับไปเถอะค่ะ” เธอพูดเปลี่ยนเรื่อง “ดึกแล้ว”

ภูริชมองเธออยู่ครู่หนึ่งก่อนถอนหายใจเบา ๆ

“โอเคครับ”เขายอมง่ายกว่าที่คิดจนเธอแปลกใจ

แต่ก่อนที่อัญญาจะทันได้โล่งใจ ชายหนุ่มกลับโน้มตัวลงมากระซิบข้างหูเบา ๆ

“แต่พรุ่งนี้ผมจะมาหาอีก”

ลมหายใจอุ่น ๆ ที่แผ่วผ่านข้างแก้มทำเอาเธอหน้าแดงทันที ภูริชหัวเราะในลำคอเบา ๆ อย่างพอใจ ก่อนเดินไปสั่งลูกน้องให้พาเรือกลับเข้าฝั่ง ตลอดทางกลับ อัญญาแทบไม่กล้าหันไปมองเขาอีกเพราะแค่คิดถึงจูบเมื่อครู่ หัวใจก็เต้นแรงจนควบคุมไม่ได้แล้ว

หลังจากส่งอัญญากลับบ้านพักเล็ก ๆ ใกล้ร้านกาแฟ ภูริชยังนั่งอยู่ในรถเงียบ ๆ สายตามองไปยังหน้าต่างห้องของหญิงสาวไฟในห้องยังเปิดอยู่ เงาร่างบางเดินไปมาอยู่ด้านใน ก่อนม่านจะถูกปิดลงช้า ๆ

ชายหนุ่มยกยิ้มมุมปากบาง ๆเขาไม่คิดเลยว่าผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งจะทำให้ตัวเองรู้สึกแบบนี้ได้

ตั้งแต่โตมา เขาไม่เคยต้องพยายามเพื่อใคร ผู้หญิงส่วนใหญ่มักเข้าหาเขาเองแต่กับอัญญา…ยิ่งเธอพยายามถอย เขากลับยิ่งอยากเข้าใกล้มากขึ้นเรื่อย ๆ

โทรศัพท์มือถือบนเบาะข้างตัวสั่นขึ้นพร้อมชื่อ “แม่”รอยยิ้มบนใบหน้าของภูริชค่อย ๆ จางลงเขากดรับสายช้า ๆ“ครับแม่”

“อยู่ไหนอีกแล้วริช” เสียงของคุณหญิงวรางค์ดังมาตามสาย น้ำเสียงเต็มไปด้วยความไม่พอใจ “พรุ่งนี้ต้องเข้าประชุมเรื่องงานหมั้นกับคุณแพรพิชชา อย่าหายอีก”

ภูริชนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนตอบเรียบ ๆ“ผมยังไม่พร้อมหมั้นกับใคร”

“แต่เรื่องนี้ตกลงกันไว้แล้ว!” ผู้เป็นแม่พูดเสียงเข้ม “แพรพิชชาเหมาะสมกับลูกที่สุด ทั้งฐานะ หน้าตา และครอบครัว”

ชายหนุ่มหัวเราะเบา ๆ อย่างเหนื่อยใจ“ชีวิตผมหรือธุรกิจของแม่กันแน่ครับ”

“อย่ามาพูดแบบนี้นะริช!”

ภูริชถอนหายใจยาว ก่อนตอบสั้น ๆ“ไว้ค่อยคุยกันครับ”เขาตัดสายทันทีโดยไม่รอฟังอีกฝ่ายแววตาคมค่อย ๆ เย็นลงช้า ๆเรื่องงานหมั้นนี่คือสิ่งที่เขารำคาญที่สุดในช่วงนี้แต่ก่อนเขาไม่เคยสนใจเพราะยังไงเขาก็ไม่ได้คิดจริงจังกับใครอยู่แล้วทว่าในตอนนี้…ภาพใบหน้าหวานของอัญญากลับลอยขึ้นมาในหัวอย่างชัดเจนจนเขาเริ่มรู้สึกหงุดหงิดกับทุกอย่างที่อาจทำให้เธอเดินออกไปจากชีวิตตัวเอง

เช้าวันต่อมาอัญญากำลังชงกาแฟอยู่หลังเคาน์เตอร์ด้วยอาการง่วงนิด ๆ เพราะเมื่อคืนแทบนอนไม่หลับเธอเผลอคิดถึงผู้ชายคนนั้นทั้งคืนคิดถึงสายตาน้ำเสียงรวมถึงสัมผัสอุ่นจากริมฝีปากเขา

“โอ๊ย…” หญิงสาวพึมพำเบา ๆ พลางตบแก้มตัวเองจะคิดถึงเขาทำไมเนี่ย

“พี่อัญหน้าแดงอีกแล้วนะคะ” เด็กเสิร์ฟแซวทันที

“ร้อนจ้ะ”

“แต่ร้านยังเปิดแอร์นะคะ”

อัญญารีบเมินหน้าหนีทันทีจนอีกฝ่ายหัวเราะคิกคัก ในจังหวะนั้นเอง เสียงกริ่งหน้าร้านก็ดังขึ้น

หัวใจของเธอสะดุดทันทีโดยไม่ต้องเงยหน้าเพราะเดาได้อยู่แล้วว่าใครมา

“สวัสดีครับ”น้ำเสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้นพร้อมร่างสูงในเสื้อเชิ้ตสีกรมเข้มที่เดินเข้ามาในร้าน

วันนี้ภูริชดูหล่อสะดุดตากว่าเดิมจนลูกค้าผู้หญิงหลายคนหันมองแต่สายตาของเขากลับมองแค่อัญญาเพียงคนเดียว

“ลาเต้เหมือนเดิมไหมคะ” เธอถามพยายามทำเสียงให้ปกติที่สุด

“วันนี้ไม่เอากาแฟ”

“แล้วจะรับอะไรคะ”

ภูริชยิ้มบาง ๆ ก่อนตอบหน้าตาย“อยากได้คนชงกลับไปด้วย”

เด็กเสิร์ฟที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ หลุดหัวเราะออกมาทันที ส่วนอัญญารีบจ้องเขาเขม็ง

“คุณภูริช!”

“ครับ?”

“อย่าพูดอะไรแบบนี้ในร้านสิคะ”

“ทำไม เขินเหรอ”

ใบหน้าหวานแดงขึ้นทันทีจนชายหนุ่มยิ้มกว้างกว่าเดิม โคตรน่ารัก…

“ฉันจะไล่คุณออกจากร้านจริง ๆ แล้วนะ”

“ถ้าไล่ ผมก็จะกลับมาใหม่อยู่ดี”

อัญญาถอนหายใจอย่างหมดแรงเถียง ผู้ชายคนนี้หน้าด้านเกินไปจริง ๆสุดท้ายเธอก็ชงลาเต้ให้เขาเหมือนเดิม ก่อนวางแก้วลงตรงหน้า

บทก่อนหน้า
บทถัดไป