บทที่ 3 3
แต่หลังจากยายแก้วเสียชีวิต ย่าบัวไม่ต้องการปล่อยให้เด็กหญิงวัยเพียงเจ็ดขวบอยู่ตามลำพัง จึงรับเธอมาอยู่ด้วย ส่วนบ้านหลังเดิมนั้น หญิงชราให้คนช่วยดูแลรักษาความสะอาดและปิดไว้ชั่วคราว เพื่อรอวันที่ปาณิศาเติบโตพอจะตัดสินใจได้ด้วยตัวเองว่าจะกลับไปอาศัยอยู่หรือไม่
"จริงเหรอคะ!"
"จริง แต่ห้ามซน"
"นิดไม่ซนค่ะ นิดจะตั้งใจเรียน คุณยายก็เคยสอนนิดตั้งหลายอย่าง" เด็กน้อยพูดอย่างกระตือรือร้น
"ดีครับ"
"ค่ะคุณอา!"
ปาณิศากระโดดลงจากตั่งไม้ด้วยท่าทางกระตือรือร้น ความเศร้าหม่นหมองบนใบหน้าเลือนหายไปชั่วขณะ
ไม่นานนัก เด็กหญิงก็ตามอัครินทร์ลงมายังครัวไทยโบราณหลังใหญ่ของร้านเรือนบัวแก้ว
ภายในครัวอบอวลด้วยกลิ่นเครื่องเทศนานาชนิด โต๊ะเตรียมอาหารตัวยาวมีวัตถุดิบสดใหม่จัดวางอย่างเป็นระเบียบ ทั้งพริกแห้ง หอมแดง กระเทียม ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด และมะพร้าวขูด
ปาณิศามองไปรอบ ๆ ด้วยดวงตาเป็นประกาย
"ในครัวหอมจังค่ะ"
"ครัวนี้เป็นของเราด้วยหนูนิด" เขาเอ่ยอย่างเอ็นดู
"งั้นมีอะไรให้นิดช่วยบ้างคะ"
“มีเยอะแยะเลย"
เด็กหญิงยิ้มกว้างทันที
อัครินทร์หยิบหอมแดงขึ้นมาหนึ่งกำมือ
"รู้ไหมว่าหอมแดงที่ดีต้องเลือกยังไง"
ปาณิศาเอียงคอคิดอยู่ครู่หนึ่ง
"คุณยายเคยบอกว่า ต้องเลือกหัวแน่น ๆ ผิวเรียบตึง ไม่ฝ่อ แล้วก็ไม่มีกลิ่นเน่าค่ะ"
อัครินทร์พยักหน้าช้า ๆ แววตาฉายความพอใจ
"จำแม่นดี"
"คุณยายสอนนิดบ่อยค่ะ"
"แล้วรู้ไหมว่าทำไมแกงเลียงต้องใส่หอมแดง"
"เพราะทำให้น้ำแกงหวาน แล้วก็ช่วยแก้หวัดค่ะ!"
"ถูกต้อง" คำชมสั้น ๆ ทำให้คนฟังยิ้มจนแก้มป่อง
อัครินทร์หยิบหอมแดงขึ้นมาวางบนโต๊ะเตรียมอาหาร ก่อนหันไปบอกเด็กหญิง
“วันนี้หน้าที่ของหนูนิดคือช่วยอาล้างผักครับ”
“นิดช่วยปอกหอมแดงกับกระเทียมด้วยได้ไหมคะ คุณยายเคยสอนนิดค่ะ”
“เคยปอกเองแล้วเหรอ”
“เคยค่ะ”
“งั้นอาจะสอนอีกที แต่ต้องระวังมือ แล้วก็อย่าร้องไห้นะ”
“นิดไม่ร้องค่ะ นิดเก่ง”
“แน่ใจ”
“แน่ใจค่ะ”
“งั้นเริ่ม”
อัครินทร์ช่วยเตรียมหอมแดงไว้ให้ ก่อนให้ปาณิศาลองลอกเปลือกด้วยมือ โดยมีเขาคอยดูแลอยู่ใกล้ ๆ เด็กหญิงนั่งตัวตรง จับหอมแดงขึ้นมาลอกเปลือกทีละหัวด้วยความมุ่งมั่น แต่ผ่านไปเพียงไม่กี่นาที ความมั่นใจเมื่อครู่ก็เริ่มสั่นคลอน
กลิ่นฉุนของหอมแดงทำให้ดวงตาโตเริ่มแดง น้ำตาคลอ ก่อนจะไหลพรากลงมาโดยไม่ทันตั้งตัว
"ฮึก..."
อัครินทร์เหลือบมอง
"เป็นอะไร"
"เปล่าค่ะ นิดไม่ได้ร้องไห้"
"น้ำตาไหลขนาดนั้นยังบอกไม่ได้ร้องอีก"
"มันไหลเองค่ะ นิดไม่ได้ตั้งใจ"
เด็กหญิงยกมือจะขยี้ตา แต่อัครินทร์คว้าข้อมือเล็กไว้ทันที
"อย่าขยี้" เสียงของเขาเข้มขึ้นจนปาณิศาสะดุ้ง
"มือเปื้อนหอมแดง ขยี้ไปก็ยิ่งแสบ"
"ฮึก... คุณอา นิดแสบตาค่ะ"
"มานี่"
อัครินทร์จูงมือเด็กหญิงไปที่อ่างล้างมือ เปิดน้ำล้างยางหอมแดงออกจากนิ้วเล็ก ๆ อย่างเบามือ จากนั้นหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดจากกระเป๋าเสื้อ ค่อย ๆ ซับน้ำตาให้
ปาณิศายืนนิ่ง ปล่อยให้เขาเช็ดหน้าให้โดยไม่ขยับ
"แสบมากไหม"
"แสบค่ะ"
"บอกแล้วอย่าอวดเก่ง"
"แต่นิดยังปอกต่อได้นะคะ"
อัครินทร์ชะงัก
"ยังจะปอกอีก"
"ก็นิดอยากช่วยคุณอานี่คะ"
เด็กหญิงเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตายังแดงก่ำ แต่แววตากลับมุ่งมั่นอย่างน่าประหลาด
อัครินทร์มองอยู่นาน ก่อนหลุดหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ
"ดื้อ"
"นิดไม่ได้ดื้อนะคะ นิดแค่ตั้งใจ"
"ตั้งใจจนตาแดงขนาดนี้"
ปาณิศารีบยกมือปิดตา
"แดงมากเหรอคะ"
"มากครับ"
"แล้วน่ารักไหมคะ"
อัครินทร์นิ่งไปเสี้ยววินาที ก่อนตอบเสียงเรียบ
"ก็... พอได้"
"พอได้แปลว่าน่ารักใช่ไหมคะ"
"อย่าซักมาก ไปนั่งพักก่อนยายเด็กซน"
เขาดันหลังเด็กหญิงไปยังม้านั่งมุมครัว
"วันนี้พอแค่นี้ก่อน ที่เหลืออาจัดการเอง"
"แต่นิดอยากช่วย"
"นั่งดูอาทำก็ถือเป็นการเรียนรู้"
"ดูเฉย ๆ ก็เรียนรู้ได้เหรอคะ"
"ได้สิ เดี๋ยวโตขึ้นมาหน่อยจะให้ช่วยโขลกพริกแกง ตอนนี้ดูไปก่อนจะได้จำว่าพริกแกงมีส่วนประกอบอะไรบ้าง"
"งั้นนิดจะตั้งใจค่ะ"
ปาณิศานั่งมองอย่างตั้งใจ อัครินทร์ขยับม้านั่งไปยังมุมที่เด็กหญิงสามารถมองเห็นขั้นตอนการทำอาหารได้ชัดเจน โดยอยู่ห่างจากเตาไฟและอุปกรณ์มีคมอย่างปลอดภัย
ชายหนุ่มเริ่มลงมืออย่างคล่องแคล่ว หยิบจับวัตถุดิบ สับหอมแดง โขลกเครื่องแกง และตั้งหม้อด้วยท่าทางมั่นคง ทุกจังหวะของเขาดูเป็นระเบียบและสง่างามในสายตาของเด็กหญิง
"คุณอาคะ"
"หืม"
"คุณอาเท่มากเลยค่ะ" มือที่กำลังสับหอมแดงหยุดไปครู่หนึ่ง
"เด็กเจ็ดขวบรู้จักคำว่าเท่ด้วย"
"รู้จักค่ะ คุณยายเคยบอกว่าคนทำอาหารเก่ง ๆ เท่มาก"
"แล้วอาเก่งไหม"
"เก่งที่สุดค่ะ" คำตอบเสียงใสทำให้อัครินทร์ยกมุมปากขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่
"งั้นหนูนิดก็ต้องเก่งให้ได้เหมือนกัน"
"นิดจะเก่งกว่าคุณอาได้ไหมคะ"
"ถ้าขยันเรียนรู้พอ ก็อาจได้"
"งั้นนิดจะขยันมาก ๆ เลยค่ะ"
"ดี" ชายหนุ่มหันกลับไปทำอาหารต่อ แต่สายตาอ่อนลงกว่าทุกครั้ง
ความรู้สึกต่อต้านเรื่องการหมั้นหมายตามคำสัญญาของผู้ใหญ่ยังคงอยู่ลึก ๆ ทว่าในเวลานี้ มันไม่ได้สำคัญเท่าความตั้งใจที่จะดูแลเด็กหญิงคนนี้ให้ดีที่สุด
เขาไม่ได้คิดถึงเรื่องแต่งงาน ไม่ได้คิดถึงคำว่าคู่หมั้น ในสายตาของเขาตอนนี้ ปาณิศาเป็นเพียงเด็กตัวเล็กที่เพิ่งสูญเสียทุกอย่าง และเขาเป็นคนที่เธอยื่นมือมาหา เขาจึงต้องจับมือนั้นไว้ให้มั่น
ปาณิศานั่งมองแผ่นหลังกว้างของอัครินทร์ด้วยดวงตาเปล่งประกาย
สำหรับเธอ คุณอาคือคนที่เก่งที่สุด เท่ที่สุด และอบอุ่นที่สุดในโลก
ส่วนอัครินทร์เองก็รู้ดีว่า ความเอ็นดูที่มีต่อเด็กหญิงคนนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในวันนี้ เขารู้จักเธอมาตั้งแต่ยังเป็นทารก เคยอุ้ม เคยช่วยดูแล และวันนี้เมื่อปาณิศาต้องสูญเสียครอบครัวที่เหลืออยู่ เขาก็ยิ่งตั้งใจว่าจะทำหน้าที่ผู้ปกครองให้ดีที่สุด
หลายวันต่อมา ในช่วงบ่ายหลังเลิกเรียน บรรยากาศภายในเรือนบัวแก้วกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง
