บทที่ 4 4
สายลมยามบ่ายพัดพากลิ่นดอกแก้วหอมอ่อน ๆ โชยลอดหน้าต่างโถงเรือนกลางเข้ามาเป็นระยะ บรรยากาศภายในเรือนบัวแก้วเงียบสงบและอบอุ่น อัครินทร์ในชุดลำลองผ้าเนื้อดีนั่งตรวจบัญชีร้านอยู่บนตั่งไม้ตัวยาว เบื้องหน้ามีสมุดบัญชีและเอกสารกองเรียงเป็นระเบียบ
ไม่ไกลกันนัก ปาณิศานั่งขัดสมาธิอยู่บนพรมผืนเล็ก มือป้อม ๆ กำลังตั้งหน้าตั้งตาระบายสีสมุดภาพอย่างขะมักเขม้น ลิ้นเล็กแลบออกมานิด ๆ ตามนิสัยของเด็กที่กำลังใช้สมาธิ เสียงพลิกกระดาษรายงานสลับกับเสียงดินสอสีขูดขีดเบา ๆ กลายเป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา จนเรือนหลังใหญ่ไม่รู้สึกอ้างว้างเหมือนที่ผ่านมา
"เราน่ะ ดูแลหนูนิดดีหรือยังตาใหญ่"
เสียงของย่าบัวดังขึ้นพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน ขณะเดินเข้ามาในห้องโถง หญิงชราค่อย ๆ ทรุดตัวนั่งลงบนตั่งไม้ ก่อนทอดสายตามองเด็กหญิงด้วยความเอ็นดู
อัครินทร์เงยหน้าจากเอกสารในมือ พลางตอบด้วยน้ำเสียงเรียบตามนิสัย
"ผมพาหนูนิดไปส่งโรงเรียนแต่เช้าแล้วครับคุณย่า ขากลับก็แวะซื้อสมุดระบายสีให้ด้วย"
"นิดชอบมากค่ะคุณย่า คุณอาใจดี"
ปาณิศาเงยหน้าขึ้นยิ้มตาหยี ก่อนรีบชูสมุดภาพที่เพิ่งระบายเสร็จให้หญิงชราดู สีสันสดใสที่แต้มลงไปอย่างตั้งใจ แม้จะยังไม่สวยงามนัก แต่ก็เต็มไปด้วยความภูมิใจของเจ้าของผลงาน
"คุณย่าดูสิคะ นิดระบายเองหมดเลย"
ย่าบัวหัวเราะเบา ๆ พลางรับสมุดมาดู
"สวยเชียว ยายหนูนิดของย่าเก่งขึ้นทุกวันเลย"
เด็กหญิงยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวสะอาด ก่อนจะหัวเราะคิกคักอย่างมีความสุข
ย่าบัวลูบศีรษะเล็กอย่างเอ็นดู แล้วหันกลับไปมองหลานชาย สีหน้าค่อย ๆ จริงจังขึ้น
"ย่าหมายถึงเรื่องการดูแลใกล้ชิดกว่านี้ ต่อไปนี้ย่าจะให้หนูนิดย้ายขึ้นมานอนที่ห้องนอนเล็กข้างห้องของเรานะตาใหญ่"
อัครินทร์ชะงัก ก่อนขมวดคิ้วทันที
"คุณย่าครับ เรือนเล็กท้ายสวนก็ว่าง ให้น้องนอนที่นั่นกับแม่นมพุดก็ได้ครับ"
"ไม่ได้" ย่าบัวตอบทันควัน น้ำเสียงหนักแน่นแต่ยังเปี่ยมด้วยความเมตตา
"เรือนโน้นมันไกลหูไกลตา ย่าอยากให้เราเป็นคนดูแลหนูนิดด้วยตัวเอง จะได้คุ้นเคยกัน ย่ารับปากยายแก้วไว้แล้วนะว่าเราจะเป็นคนปกป้องน้อง"
อัครินทร์นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยเหตุผลของตัวเอง
"แต่ผมต้องเข้าครัวแต่เช้า บางคืนก็เคลียร์บัญชีจนดึก กลัวจะรบกวนเวลานอนของเด็กครับ"
"เด็กเขาปรับตัวได้"
"แต่..." ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะพูดต่อ เสียงเล็ก ๆ ก็ดังแทรกขึ้น
"นิดไม่รบกวนค่ะคุณอา นิดนอนง่าย ไม่ดื้อด้วยค่ะ"
ปาณิศารีบวางดินสอสีไว้บนพรม ก่อนคลานตรงเข้าไปหาอัครินทร์ มือเล็กเอื้อมไปเกาะตรงหัวเข่าของชายหนุ่มเบา ๆ ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองด้วยแววออดอ้อนจนคนมองแทบปฏิเสธไม่ลง
"นิดจะเป็นเด็กดีค่ะ"
"ไม่ส่งเสียงดัง"
"ไม่นอนดิ้น"
"แล้วก็ตื่นเช้าด้วย"
เด็กหญิงรีบสัญญาเป็นชุด พร้อมพยักหน้าหงึก ๆ อย่างจริงจัง
อัครินทร์ก้มลงมองมือเล็ก ๆ ที่กำชายกางเกงของเขาไว้แน่น หัวใจที่เคยหนักแน่นกลับอ่อนวูบลงอย่างง่ายดาย
ชายหนุ่มถอนหายใจแผ่วเบา พลางยกมือขึ้นลูบศีรษะเด็กหญิงหนึ่งครั้ง ก่อนหันไปสบตากับย่าบัว
"ตามใจคุณย่าครับ" รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้าของหญิงชราในทันที
"ดีมาก" ย่าบัวพยักหน้าด้วยความพอใจ
"งั้นเย็นนี้ย่าจะให้เด็ก ๆ ย้ายของขึ้นมา หนูนิดจะได้เริ่มคุ้นกับห้องใหม่ตั้งแต่คืนนี้"
"จริงเหรอคะ" ปาณิศาตาเป็นประกาย รีบเงยหน้ามองอัครินทร์
"ต่อไปนิดก็จะได้อยู่ใกล้คุณอาแล้วใช่ไหมคะ"
ชายหนุ่มมองใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มของเด็กหญิง ก่อนตอบเสียงเรียบ แต่แฝงความอ่อนโยนอย่างไม่รู้ตัว
"ใช่ครับ แต่มีข้อแม้"
"อะไรคะ"
"ต้องเป็นเด็กดี ตั้งใจเรียน แล้วก็เชื่อฟังผู้ใหญ่"
เด็กหญิงรีบยกมือขึ้นเหมือนกำลังให้คำปฏิญาณ
"รับทราบค่ะคุณอา นิดจะเป็นเด็กดีค่ะ" คำตอบนั้นทำให้ทั้งย่าบัวและอัครินทร์หลุดยิ้มออกมาพร้อมกัน
โดยไม่มีใครรู้ว่า นับจากวันนั้นเป็นต้นไป ห้องนอนเล็กข้างห้องของอัครินทร์จะกลายเป็นพื้นที่ที่ช่วยให้ปาณิศาค่อย ๆ คุ้นเคยกับบ้านหลังใหม่ และทำให้เด็กหญิงที่เพิ่งสูญเสียคุณยายได้เรียนรู้ว่า เรือนบัวแก้วยังมีคนในครอบครัวคอยอยู่ข้างเธอเสมอ
ตกเย็น หลังจากร้านอาหารเรือนบัวแก้วปิดตามเวลาเพื่อเตรียมวัตถุดิบสำหรับวันรุ่งขึ้น อัครินทร์เดินขึ้นเรือนมาพร้อมถาดไม้ที่วางแก้วน้ำอุ่นไว้หนึ่งใบ เขาหยุดอยู่หน้าห้องนอนเล็ก ก่อนค่อย ๆ ผลักประตูเข้าไป
ภายในห้องถูกจัดไว้อย่างอบอุ่น เตียงนอนสีขาวสะอาดปูด้วยผ้าปูสีครีมเนื้อนุ่ม ตุ๊กตาผ้าตัวโปรดของปาณิศาถูกจัดวางไว้ตรงหัวเตียงอย่างเป็นระเบียบ ทุกอย่างล้วนเป็นฝีมือของย่าบัวที่ตั้งใจเตรียมไว้เพื่อต้อนรับสมาชิกตัวน้อยของบ้าน
เด็กหญิงในชุดนอนลายการ์ตูนกำลังนั่งกอดหมอนอยู่บนเตียง พอเห็นชายหนุ่มเดินเข้ามา ใบหน้าจิ้มลิ้มก็เปื้อนรอยยิ้มสดใสในทันที
"คุณอามาแล้ว"
"ดื่มน้ำก่อนนอนครับหนูนิด"
อัครินทร์ยื่นแก้วน้ำอุ่นให้ เด็กหญิงรีบรับมาด้วยสองมือ ก่อนยกขึ้นดื่มจนหมดเกลี้ยง แล้วส่งคืนให้เขาอย่างว่าง่าย
"เก่งมาก" ชายหนุ่มรับแก้วไปวางบนโต๊ะข้างเตียง
ปาณิศาเม้มริมฝีปากเล็กน้อย ก่อนเงยหน้ามองเขา
"คุณอาคะ นิดแปลกที่ นอนไม่หลับค่ะ"
อัครินทร์ดึงเก้าอี้ไม้มานั่งข้างเตียง พลางมองเด็กหญิงที่กำลังทำหน้าลำบากใจ
"นอนไม่หลับก็ต้องนอน หลับตาเสีย เดี๋ยวก็หลับเอง"
เด็กหญิงก้มหน้าลงเล็กน้อย ก่อนเอ่ยเสียงอ้อมแอ้ม
"คุณอาอยู่เป็นเพื่อนจนนิดหลับได้ไหมคะ คุณยายเคยเล่านิทานให้ฟังก่อนนอนทุกคืนเลย"
พูดจบ มือเล็กก็เอื้อมไปเกี่ยวปลายนิ้วก้อยของอัครินทร์เอาไว้หลวม ๆ ราวกับกลัวว่าเขาจะลุกหนีไป
ชายหนุ่มก้มมองนิ้วเล็กที่เกี่ยวอยู่ ก่อนนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง
บนใบหน้าคมคายไม่มีความรำคาญแม้แต่น้อย มีเพียงประกายอ่อนโยนที่ค่อย ๆ ฉายผ่านดวงตาคมเข้ม
"อาเล่านิทานไม่เป็นหรอก"
"งั้นคุณอาเล่าเรื่องทำอาหารก็ได้ค่ะ นิดอยากฟัง"
อัครินทร์หลุดยิ้มบาง ๆ อย่างอดขำไม่ได้
"อยากฟังเรื่องทำอาหารงั้นหรือ"
"ค่ะ"
"รู้ไหม ขนมไทยโบราณที่ชื่อว่า 'เสน่ห์จันทน์' น่ะ ต้องใช้ความอดทนมากแค่ไหน"
ปาณิศารีบส่ายหน้าทันที
"ไม่รู้ค่ะ มันทำยากเหรอคะคุณอา"
"ยากครับ" ชายหนุ่มเริ่มเล่าด้วยน้ำเสียงทุ้มเรียบ ฟังแล้วชวนให้รู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด
"ต้องกวนส่วนผสมให้เนียนกำลังดี จะมากไปหรือน้อยไปก็ไม่ได้ จากนั้นค่อย ๆ ปั้นเป็นผลจันทน์ลูกเล็ก ๆ ทีละลูก แล้วแต้มขั้วด้วยผงโกโก้หรือทองคำเปลว ถ้าใจร้อน ขนมก็จะไม่สวย รสชาติก็ไม่ดี"
ปาณิศานั่งฟังตาเป็นประกาย
"แค่ฟังก็ยากแล้วค่ะ"
"เพราะของอร่อยทุกอย่าง ต้องใช้เวลา"
"เหมือนคุณอาทำอาหารทุกวันใช่ไหมคะ"
"ใช่"
"งั้นนิดจะอดทนเหมือนคุณอาค่ะ"
อัครินทร์ยกมือขึ้นลูบศีรษะเล็กเบา ๆ
"ค่อย ๆ เรียนรู้ไป"
เด็กหญิงพยักหน้าหงึก ๆ ก่อนกะพริบตาปริบ ๆ ความอบอุ่นจากน้ำเสียงของชายหนุ่ม รวมทั้งปลายนิ้วที่ยังเกี่ยวกันไว้ ทำให้เปลือกตาคู่โตเริ่มหนักอึ้งขึ้นเรื่อย ๆ
"นิด... นิดอยากทำขนมสวย ๆ แบบนั้นบ้างจังค่ะ" เสียงหวานค่อย ๆ แผ่วลงทุกที พร้อมอาการหาวหวอด ๆ
อัครินทร์มองใบหน้าเล็กที่เริ่มง่วงงุน ก่อนตอบกลับอย่างอ่อนโยน
