บทที่ 5 5
"ไว้โตกว่านี้ อาจะสอนให้ทำครับ"
"จริงนะคะ..."
"จริง" รอยยิ้มเล็ก ๆ ปรากฏบนริมฝีปากของเด็กหญิง ไม่นานนัก ลมหายใจของปาณิศาก็สม่ำเสมอ เปลือกตาปิดสนิท พร้อมรอยยิ้มจาง ๆ ที่ยังแต้มอยู่บนใบหน้าจิ้มลิ้ม
อัครินทร์นั่งมองเด็กน้อยอยู่เงียบ ๆ มือใหญ่ค่อย ๆ คลายปลายนิ้วก้อยของเธอออกอย่างแผ่วเบา ก่อนดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมถึงระดับอก แล้วเก็บชายผ้าให้เรียบร้อยด้วยความทะนุถนอม
ชายหนุ่มยังคงนั่งอยู่ข้างเตียงอีกพักใหญ่ มองเด็กหญิงที่หลับสนิทในห้องนอนใหม่อย่างเงียบงัน
เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่า การมีเด็กตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งเข้ามาอยู่ในบ้าน จะทำให้ชีวิตที่เคยมีเพียงงานกับร้านอาหารเปลี่ยนไปได้มากถึงเพียงนี้
เสียงหัวเราะ เสียงเจื้อยแจ้ว และรอยยิ้มไร้เดียงสาของเธอ ค่อย ๆ เติมความมีชีวิตชีวาให้บ้านที่เคยเงียบเหงาทีละน้อย จนอัครินทร์เริ่มเข้าใจว่า การมีเด็กคนหนึ่งให้คอยดูแลไม่ได้เป็นเพียงหน้าที่ หากยังทำให้เรือนบัวแก้วกลับมามีบรรยากาศของครอบครัวมากขึ้นกว่าเดิม
รุ่งเช้าวันต่อมา... เสียงตะหลิวกระทบกระทะเหล็กดังเป็นจังหวะลอยแว่วมาจากห้องครัวหลังเรือน พร้อมกลิ่นหอมของไข่เจียวที่อบอวลไปทั่วบ้าน ปาณิศาซึ่งเพิ่งตื่นนอนรีบล้างหน้า แปรงฟัน และหวีผมอย่างลวก ๆ ก่อนวิ่งลงจากเรือนใหญ่ด้วยความเร่งรีบ ปลายเท้าเล็กมุ่งตรงไปยังครัวเปิด อาณาเขตประจำของเชฟหนุ่มเจ้าของเรือน
"คุณอาคะ นิดมาแล้วค่ะ" เสียงใสดังขึ้นพร้อมรอยยิ้มกว้าง
อัครินทร์ที่กำลังยืนพลิกไข่เจียวปูฟูสีเหลืองทองอยู่หน้าเตาหันไปมอง ก่อนขมวดคิ้วเล็กน้อย
"ตื่นสายนะเรา อารอตั้งนาน"
ปาณิศารีบปีนขึ้นไปยืนบนเก้าอี้ไม้ตัวเดิมที่ชายหนุ่มเตรียมไว้ให้ประจำ แล้วรีบแก้ตัวทันที
"นิดไม่ได้ตื่นสายนะคะ นาฬิกาเพิ่งหกโมงเอง"
"แต่คนทำกับข้าวต้องตื่นตั้งแต่ตีห้า"
"นิดยังเป็นเด็กนี่คะ"
"รู้ตัวด้วยหรือ"
เด็กหญิงหัวเราะคิกคัก ก่อนชะโงกหน้าไปดูในกระทะ
อัครินทร์ปิดเตา ตักไข่เจียวปูฟูกรอบสีเหลืองน่ารับประทานขึ้นมาพักไว้ ก่อนหันมาสำรวจความเรียบร้อยของเด็กหญิงตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า
"ล้างหน้าแล้วหรือ"
"ล้างแล้วค่ะ"
"แปรงฟัน"
"แปรงแล้วค่ะ"
"ดี" ชายหนุ่มพยักหน้าพอใจ ก่อนค่อย ๆ คีบไข่เจียวใส่ปิ่นโตเถาเล็กอย่างประณีต
"วันนี้อาทำไข่เจียวปูฟูให้ไปกินที่โรงเรียน"
ปาณิศาสูดกลิ่นหอมเต็มปอด ดวงตาเป็นประกายทันที
"หอมมากเลยค่ะคุณอา แต่อันโตขนาดนี้ นิดกินคนเดียวไม่หมดหรอกค่ะ"
"แบ่งให้เพื่อนกินด้วยสิ"
อัครินทร์ตอบพลางจัดวางไข่เจียวให้สวยงาม
"จะได้มีเพื่อนเยอะ ๆ"
"จริงด้วย" เด็กหญิงพยักหน้าหงึก ๆ ก่อนยื่นหน้าเข้าไปใกล้กระเป๋าผ้าใส่ปิ่นโต
"เพื่อน ๆ ที่โรงเรียนชอบล้อว่านิดกินข้าวปิ่นโตโบราณค่ะคุณอา" มือใหญ่ที่กำลังผูกผ้าห่อปิ่นโตชะงักลงเล็กน้อย
อัครินทร์เงยหน้ามองเด็กหญิงทันที
"แล้วหนูนิดอายไหม ที่กินข้าวปิ่นโตของอา"
ปาณิศารีบส่ายหน้าจนผมแกละไหวไปมา
"ไม่อายเลยค่ะ เพราะคุณอาโตแล้ว อายุเยอะแล้ว ก็ต้องโบราณตามอายุค่ะ" เด็กน้อยพูดอย่างแสนซื่อ แต่คนฟังนี่สิ ถึงกับสำลักเมื่อโดนหาว่าแก่
“แค่ก แค่ก ฮะแฮ่ม” เขาผ่านเรื่องอายุกันไปก่อนนะครับ ใบหน้าของอัครินทร์แดงเรื่อเล็กน้อย ก่อนจะกระแอมกระไอเสียงเข้มๆ กลบเกลื่อนความรู้สึกถูกเด็กหาว่าแก่ของตัวเอง
“ค่ะ” เด็กน้อยรับคำอย่างแสนซื่อ
“หนูภูมิใจที่ได้กินอาหารจากปิ่นโตของคุณมากๆ เลยค่ะ”
เด็กหญิงตอบเสียงดังฟังชัด พร้อมยืดอกน้อย ๆ อย่างภาคภูมิใจ
"ข้าวของคุณอาอร่อยที่สุดในโลก นิดบอกเพื่อน ๆ แบบนี้ทุกคนเลยค่ะ"
"แล้วเพื่อนว่าไง"
"เพื่อนอยากชิมกันใหญ่เลยค่ะ"
"ขนาดนั้นเลยเหรอ"
"เมื่อวานนิดแบ่งไข่ตุ๋นให้เพื่อน เพื่อนบอกว่าอร่อยมาก แล้วก็ถามว่านิดซื้อที่ไหน"
"แล้วหนูนิดตอบว่าไง"
"นิดบอกว่า คุณอาทำให้เองค่ะ"
เด็กหญิงยิ้มกว้างจนเห็นฟันสีขาวเรียงสวย
"ทุกคนอิจฉานิดด้วย" คำตอบซื่อ ๆ ทำให้อัครินทร์หลุดยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว ใบหน้าคมคายที่มักเรียบนิ่งดูละมุนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ชายหนุ่มเอื้อมมือไปบีบจมูกเล็กเบา ๆ อย่างหมั่นเขี้ยว
"ปากดี..."
"นิดพูดเรื่องจริงนะคะ"
"อืม... งั้นเย็นนี้อาจะทำของโปรดให้กินอีก ดีไหม"
ดวงตาคู่โตของเด็กหญิงเป็นประกายทันที
"ดีค่ะ นิดอยากกินบัวลอยไข่หวานค่ะคุณอา"
"ได้ครับ" อัครินทร์พยักหน้าอย่างง่ายดาย
"แต่ตอนนี้ลงจากเก้าอี้ แล้วไปอาบน้ำแต่งตัว กินข้าวเช้า แล้วเตรียมตัวขึ้นรถ อาจะไปส่ง"
เด็กหญิงรีบยกมือทำท่าตรงเหมือนทหารตัวน้อย
"รับทราบค่ะคุณอา!"
พูดจบก็รีบกระโดดลงจากเก้าอี้ วิ่งร่าไปอาบน้ำแต่งตัว มากินข้าวต้มทรงเครื่องที่อัครินทร์ทำให้กินอย่างเอร็ดอร่อย ก่อนจะรีบคว้ากระเป๋านักเรียนและรองเท้าด้วยความกระตือรือร้น เสียงหัวเราะใสดังก้องไปทั่วเรือนบัวแก้ว
อัครินทร์ยืนมองร่างเล็กที่วิ่งวุ่นอยู่เพียงลำพัง ก่อนส่ายหน้าเบา ๆ พร้อมรอยยิ้มมุมปาก
จากวันที่เขารู้เรื่องคำสัญญาหมั้นหมายแล้วรู้สึกหงุดหงิดและต่อต้านทุกทาง วันนี้ความรู้สึกเหล่านั้นกลับเลือนหายไปจนหมดสิ้น
เขาเริ่มชินกับการตื่นแต่เช้ามาทำปิ่นโต ชินกับการเตรียมอาหารให้เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง ชินกับการได้ยินเสียงเจื้อยแจ้วเรียก "คุณอา"
และชินกับการมีรอยยิ้มสดใสของปาณิศาอยู่เคียงข้างในทุกเช้า
จนบางครั้ง เขาเองก็ไม่ทันรู้ตัวว่า ชีวิตที่เคยมีเพียงงานและร้านอาหาร บัดนี้กลับมีเด็กหญิงตัวน้อยเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของความสุขในแต่ละวันไปเสียแล้ว
เสียงกริ่งบอกเวลาพักกลางวันของโรงเรียนประถมดังขึ้น เด็ก ๆ ต่างรีบเก็บหนังสือและอุปกรณ์การเรียนลงใต้โต๊ะ ก่อนทยอยลุกออกจากที่นั่งด้วยความคึกคัก
ปาณิศารีบหยิบกระเป๋าผ้าใบเล็กที่ใส่ปิ่นโตเถาสีนวลขึ้นมาวางบนโต๊ะ ใบหน้าจิ้มลิ้มแต้มรอยยิ้มหวาน เมื่อนึกถึงไข่เจียวปูฟูที่อัครินทร์ตื่นตั้งแต่เช้าลุกมาทำให้ แถมยังจัดใส่ปิ่นโตอย่างประณีตเหมือนทุกวัน
"ยัยนิด! วันนี้คุณอาสุดหล่อทำอะไรมาให้กินเหรอ"
ก้อยหรือกานดา เพื่อนสนิทที่นั่งโต๊ะข้าง ๆ รีบลากเก้าอี้เข้ามานั่งลงใกล้ ๆ ดวงตาเป็นประกายด้วยความอยากรู้อยากเห็น ขณะที่เพื่อนอีกสามสี่คนก็พากันเดินมาล้อมโต๊ะของปาณิศาอย่างรวดเร็ว
"วันนี้คุณอาทำไข่เจียวปูฟูจ้ะ" ปาณิศาตอบเสียงใส พลางค่อย ๆ เปิดฝาปิ่นโตออกอย่างทะนุถนอม
ทันทีที่ฝาเปิดออก กลิ่นหอมของไข่เจียวปูที่ทอดด้วยน้ำมันหมูแท้ผสมกลิ่นเนื้อปูแกะเป็นก้อนโต ๆ ก็ลอยฟุ้งไปทั่วโต๊ะอาหาร ทำเอาเพื่อน ๆ หลายคนถึงกับสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ ก่อนจะแอบกลืนน้ำลายพร้อมกัน
"โห... น่ากินจัง" เพื่อนชายคนหนึ่งเบิกตากว้าง
"เนื้อปูเต็มเลย ไม่เห็นเหมือนไข่เจียวเหี่ยว ๆ ที่โรงอาหารเลยอ่า"
"ใช่ ๆ น่ากินมาก"
"คุณอาเก่งจัง" เสียงชื่นชมดังขึ้นรอบตัว
ปาณิศายิ้มกว้างอย่างภาคภูมิใจ ก่อนนึกถึงคำพูดของอัครินทร์เมื่อเช้า
"คุณอาบอกว่าให้แบ่งกันกิน จะได้มีเพื่อนเยอะ ๆ พวกเธอเอาช้อนมาตักสิ"
