บทที่ 7 กลิ่นควันเทียนและน้ำกะทิสด
บ่ายวันหยุดอันเงียบสงบ ภายในครัวไทยโบราณหลังใหญ่ของเรือนบัวแก้วอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมสะอาดของใบเตยสดและมะพร้าวขูดสดใหม่ แสงแดดอ่อน ๆ ส่องลอดช่องหน้าต่างไม้ตกกระทบเครื่องครัวสเตนเลสที่เรียงรายเป็นระเบียบ
อัครินทร์ในชุดผ้ากันเปื้อนสีเข้มกำลังจัดเตรียมอุปกรณ์อยู่หน้าโต๊ะทำอาหารตัวยาว ส่วนปาณิศาในชุดเอี๊ยมยีนส์ขาสั้นยืนเกาะขอบโต๊ะ ดวงตากลมโตเป็นประกายด้วยความตื่นเต้นไม่ต่างจากทุกครั้งที่ได้เข้าครัวกับคุณอา
"คุณอาคะ วันนี้เราจะทำขนมอะไรกันเหรอคะ"
เด็กหญิงเอ่ยถามพลางชะเง้อคอมองชามอ่างใบใหญ่บนโต๊ะ
อัครินทร์หันมายิ้มบาง ๆ
"วันนี้อาจะสอนเราทำขนมต้มขาว แต่ก่อนจะทำขนม เราต้องเริ่มจากหัดคั้นกะทิให้เป็นก่อน" พูดจบ ชายหนุ่มก็ยกกะละมังที่บรรจุมะพร้าวขูดสีขาวเนื้อละเอียดมาวางตรงหน้าเด็กน้อย
ปาณิศาก้มลงมองอย่างสนใจ ก่อนยื่นนิ้วป้อม ๆ ไปแตะเนื้อมะพร้าวเบา ๆ
"เนื้อมะพร้าวขาวจังเลยค่ะคุณอา"
"อย่าเพิ่งเล่นครับ"
อัครินทร์ปรามเบา ๆ พลางอมยิ้ม
"รู้ไหมว่าทำไมต้องใช้มะพร้าวขูดขาวล้วนแบบนี้ ไม่ให้ติดกะลาเลยสักนิด"
เด็กหญิงเอียงคอคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบอย่างมั่นใจ
"เพราะถ้าติดผิวกะลา น้ำกะทิก็จะไม่ขาวสวยใช่ไหมคะ"
"ถูกต้อง" ชายหนุ่มพยักหน้าด้วยความพอใจ
"หนูนิดจำได้ดี คุณยายเคยสอนค่ะ"
คำตอบนั้นทำให้อัครินทร์ยิ่งอ่อนโยนขึ้น เขาเทน้ำอุ่นลงในกะละมังพอท่วมเนื้อมะพร้าว ก่อนอธิบายไปพร้อมกับลงมือ
"เอาล่ะ ล้างมือสะอาดแล้วใช่ไหม"
"สะอาดแล้วค่ะ"
"งั้นลงมือนวดได้เลย ค่อย ๆ ขยำเนื้อมะพร้าว"
"คั้นแบบนี้เหรอคะคุณอา"
ปาณิศาจุ่มมือทั้งสองลงไปในกะละมัง ก่อนออกแรงขยำเนื้อมะพร้าวอย่างสนุกสนาน ไม่นานน้ำกะทิก็ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีขาวข้นราวกับน้ำนม
อัครินทร์มองดูอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนทรุดตัวลงนั่งข้างเก้าอี้ของเด็กหญิง
"ขยำแรงกว่านี้อีกนิดครับ แต่อย่าให้กระเด็น"
พูดจบ มือใหญ่ก็ยื่นลงไปช่วยประคองมือเล็ก ๆ ของเธอ ค่อย ๆ สอนจังหวะการขยำอย่างใจเย็น
"หัวกะทิข้น ๆ แบบนี้แหละ ที่เอาไปเคี่ยวแล้วจะมันเงาสวย"
ปาณิศาเงยหน้าขึ้นมองคนที่นั่งอยู่ใกล้จนได้กลิ่นหอมสะอาดประจำตัวของเขา
"คุณอาคะ มือนิดจมอยู่ในน้ำกะทิหมดเลย นุ่มจัง"
"น้ำมันมะพร้าวช่วยบำรุงผิว"
ชายหนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงเรียบอบอุ่น ก่อนหยิบผ้าขาวบางมาปูบนกระชอน
"เอาล่ะ ตักเนื้อมะพร้าวใส่ผ้าขาวบาง แล้วบิดให้น้ำกะทิไหลลงหม้อ"
"ค่ะ" เด็กหญิงทำตามอย่างตั้งใจ รวบชายผ้าขาวบางไว้แน่น ก่อนออกแรงบิดสุดกำลังจนแก้มแดง หน้าผากย่น อัครินทร์เห็นแล้วก็หลุดยิ้ม
ชายหนุ่มขยับเข้ามา ก่อนใช้มือทั้งสองกุมทับมือเล็กของเธอไว้
"อาช่วย" เขาเอ่ยเบา ๆ "ออกแรงพร้อมกันนะ"
เพียงทั้งสองออกแรงบิดพร้อมกัน น้ำกะทิสีขาวข้นก็ไหลลงสู่หม้ออย่างต่อเนื่องจนหมด
ปาณิศาตาโตด้วยความตื่นเต้น
"โห... น้ำกะทิเต็มหม้อเลยค่ะคุณอา ขาวจั๊วะเลย"
"นี่แค่หัวกะทิครับ" อัครินทร์คลายมือออก ก่อนชี้ไปยังเนื้อมะพร้าวที่เหลือ
"เดี๋ยวต้องคั้นหางกะทิต่ออีกรอบ"
"กว่าจะได้กะทิหนึ่งหม้อ เหนื่อยเหมือนกันนะคะ"
"ใช่ครับ เพราะฉะนั้น เวลาทำขนมหรือทำอาหาร ต้องรู้คุณค่าของวัตถุดิบทุกอย่าง"
เด็กหญิงพยักหน้ารับอย่างตั้งใจ
"นิดจะจำไว้ค่ะ"
อัครินทร์หยิบโหลแก้วใบใหญ่ที่บรรจุเทียนอบขนมออกมาวางบนโต๊ะ
"แต่ก่อนจะทำขนม อาจะสอนเราอบควันเทียนก่อน"
ปาณิศาเบิกตากว้าง
"อบควันเทียนเหรอคะ นิดเคยเห็นคุณยายจุดไฟแล้วเอาไปไว้ในหม้อ"
"ใช่ครับ" ชายหนุ่มพยักหน้า "แต่ต้องระวังไม่ให้ขี้เถ้าตกลงไปในแป้ง"
เขาจุดไฟที่ปลายเทียนอบ กลิ่นหอมของเครื่องหอมและผิวมะกรูดค่อย ๆ ลอยออกมา ก่อนเป่าไฟให้ดับจนเหลือเพียงควันสีขาวบาง ๆ แล้วรีบวางลงในถ้วยตะไล ก่อนยกใส่หม้อแป้งและปิดฝาทันที
ปาณิศารีบโน้มตัวเข้าไปดมตรงขอบฝาหม้อ
"หอมจังเลยค่ะ"
"ต้องอดใจรอ" อัครินทร์หัวเราะเบา ๆ
"อย่างน้อยหนึ่งคืน ขนมถึงจะหอมลึก"
"ถ้าเปิดก่อนล่ะคะ"
"ควันก็จะหนีหมด"
เด็กหญิงรีบส่ายหน้าทันที
"นิดไม่เปิดหรอกค่ะ นิดจะรอถึงพรุ่งนี้เช้า"
"ดีมาก" ชายหนุ่มยกมือลูบศีรษะเล็กเบา ๆ ก่อนหยิบผ้าสะอาดมาเช็ดคราบน้ำกะทิที่เปื้อนท่อนแขนของเด็กหญิงอย่างทะนุถนอม
ปาณิศามองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเรียกเสียงอ้อมแอ้ม
"คุณอาคะ..."
"หืม"
"วันนี้นิดช่วยคุณอาคั้นกะทิได้แล้ว นิดเก่งขึ้นอีกนิดหรือยังคะ" เด็กหญิงช้อนสายตากลมโตขึ้นมองอย่างคาดหวัง
อัครินทร์นิ่งไปชั่วครู่ ก่อนรอยยิ้มบาง ๆ จะผุดขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาเอื้อมมือไปบีบแก้มป่องเบา ๆ อย่างเอ็นดู
"เก่งขึ้นแล้วครับ ยายตัวยุ่ง"
"จริงนะคะ"
"จริง"
"งั้นครั้งหน้าคุณอาสอนนิดอีกนะคะ"
"ได้ครับ"
"นิดจะตั้งใจเรียนให้เก่งกว่าทุกครั้งเลย"
"อารอวันนั้นอยู่" คำตอบสั้น ๆ ของชายหนุ่มทำให้เด็กหญิงหัวเราะคิกคักอย่างมีความสุข
กลิ่นหอมหวานของกะทิสดและควันเทียนยังคงลอยอบอวลอยู่ทั่วครัวไทยโบราณ แต่สิ่งที่ค่อย ๆ ซึมลึกยิ่งกว่ากลิ่นเครื่องหอมเหล่านั้น คือความเคยชินอันแสนอบอุ่นในหัวใจของอัครินทร์
เด็กหญิงตัวน้อยคนนี้ ไม่ได้เป็นเพียงลูกศิษย์ตัวเล็กในครัวของเขาอีกต่อไป หากกลับค่อย ๆ เข้ามาเติมเต็มพื้นที่ในชีวิตประจำวันของชายหนุ่มทีละน้อย จนทุกเช้า ทุกเย็น และทุกวันหยุด ล้วนมีภาพของปาณิศาอยู่เคียงข้างโดยไม่รู้ตัว
