บทที่ 2 เดินทางไปร้องเรียน
เดินมาจนถึงกลางหมู่บ้านก็เห็นชาวบ้านชี้มือมายังนาง พี่สาวลูกพี่ลูกน้องไป๋ซิ่วยืนผสมโรงอยู่ด้วย
"ต๊าย นึกว่าใครนี่ไม่ใช่ว่าแม่คนไร้ยางอายหรอกหรือ มีคู่หมั้นอยู่แล้วยังปีนเตียงบุรุษอื่นอีก เหอะ"
"นั่นสิ ได้ยินว่าเมื่อวานนี้ยังไปหาจางซิ่วไฉเพื่อขอร้องให้รับนางเป็นอนุก็ได้จนถูกตีกลับมาเหมือนสุนัขก็ไม่ปาน หึน่าสมเพช"
ชาวบ้านหลายคนทั้งด่าทั้งขับไล่ไป๋ซู่ฮวานางไม่ใส่ใจเดินจนถึงบ้านไป๋จ้านผู้นำหมู่บ้านไป๋ฮวา ซุนซื่อภรรยาไป๋จ้านทันทีที่เห็นนางยืนอยู่ก็เอาน้ำสาดไล่ไม่ยอมให้เข้าบ้าน
"ไปๆๆไให้พ้น ไร้ยางอายหมู่บ้านพวกเราเพิ่งจะมีซิ่วไฉคนแรก เจ้าอย่ามาทำให้ชื่อเสียงเขามัวหมอง"
"ใช่ๆๆ"
เสียงด่าและขับไล่ดังลั่นลานหมู่บ้าน ไป๋จ้านเพิ่งกลับมาจากตำบลจึงเอ่ยห้ามปราม เด็กคนนี้ปกติเป็นเด็กดีเขาไม่อยากเชื่อเลยว่าจะกระทำเช่นนั้น
"เสี่ยวฮวาเอ๊ย เจ้ามาหาปู่หรือ"
"ท่านปู่ผู้นำ มีเรื่องหนึ่งข้าอยากปรึกษาท่านหากท่านจัดการไม่ได้ข้าจะทำเรื่องนี้เอง"
"ถุย ไปให้พ้นบ้านข้านี่ตาเฒ่าอย่าไปฟังนังเด็กไร้ยางอายคนนี้เลย"
ไป๋จ้านส่งสายตาห้ามปรามภรรยาตนเอง รวมถึงชาวบ้านที่มาล้อมจะใช้ก้อนหินขว้างปานาง
"เสี่ยวฮวาบอกปู่มาเถอะอยากให้ช่วยสิ่งใด หากช่วยได้ปู่ก็ยินดี"
"ท่านปู่ผู้นำ ข้าต้องขายที่ดินดีสิบหมู่ที่มารดาเก็บไว้เป็นสินเดิมของข้า แม้ว่าท่านปู่ ท่านย่ากับป้าสะใภ้ใหญ่จะยึดครองแต่โฉนดเป็นชื่อข้า ส่วนขายแล้วข้าต้องการซื้อที่ดินเชิงเขาที่ติดกับบ้านสามีตรงนั้นน่าจะยี่สิบหมู่ ท่านปู่รบกวนหาคนมาซื้อและขายให้ด้วย ราคาท้องตลาดหมู่ละห้าตำลึงเจ้าค่ะ"
"ไม่ได้ นังสารเลวนั่นเป็นของครอบครัวไป๋เจ้ามันไร้ยางอาย ถูกขับไล่ออกไปแล้วยังจะคิดมาเอาสมบัติตระกูล ทุกท่านเรื่องนี้ไม่สมควรใช่หรือไม่"ไป๋ซิ่วไม่ยอม ที่ดินแปลงนั้นท่านแม่กับท่านย่าจะเก็บไว้เป็นสินเดิมให้นาง
ชาวบ้านก็รังเกียจต่างเข้าข้างไป๋ซิ่ว ไป๋ซู่ฮวาถูกคนขว้างจนหัวแตกเลือดไหล นางไม่ร้องขอกลับยืนนิ่ง ไป๋จ้านตวาดทุกคนจึงหยุดไป๋จ้านรู้สึกไม่ดีเลย สายตาคู่นั้นของนางมีแววสังหารชัดเจนเขาเคยเป็นทหารมองไม่ผิดแน่
"เสี่ยวฮวา เรื่องขายที่ดินอย่าเพิ่งเลยในมือเจ้าเมื่อโฉนดเป็นชื่อเจ้าเช่นนั้นก็เก็บค่าเช่าจากบ้านใหญ่เถอะ ส่วนที่ดินยี่สิบหมู่นั่นเป็นที่รกร้างราคาหมู่ละหนึ่งตำลึง หากต้องการซื้อเจ้าต้องมีเงินนะ"
ไป๋จ้านไม่ต้องการให้นางขายที่ดินไป๋ซู่ฮวารู้ดีว่าเขาห่วงใยเกรงว่าขายไปแล้วจะรักษาเงินที่ได้มาไม่ได้
"เช่นนั้นทำตามที่ท่านปู่บอกเถอะเจ้าค่ะ เขียนสัญญาเถอะข้าไม่ต้องการให้ท่านปู่กับท่านย่ารับปากลอยๆ"
"เขียนสัญญาหรือ ข้าไม่เขียนให้เจ้าหรอกสตรีไร้ยางอาย มีคู่หมั้นอยู่แล้วยังสำส่อน เมื่อวานยังมาขอร้องเป็นอนุข้าอีกน่าขยะแขยงนัก" เสียงที่แทรกนั้นคือซิ่วไฉหมาดๆของหมู่บ้านจางชุนคู่หมั้นสารเลวของร่างเดิมและเป็นคนวางแผนทั้งหมด ชาวบ้านแม้แต่ไป๋ซิ่วก็เยาะเย้ยนาง
"ไม่จำเป็นต้องไหว้วานไอ้หน้าปลาในอย่างเจ้าหรอกข้ารู้หนังสือสามารถเขียนเองได้"
"ฮ่าๆๆๆไป๋ซู่ฮวาสตรีไร้ยางอายเช่นเจ้ารู้หนังสือไหนๆอ่านให้ข้าฟังสักตัวสิ"
จางชุนและชาวบ้านหัวเราะเยาะไป๋ซู่ฮวาคนโง่อวดฉลาด ไป๋จ้านกระแทกไม้เท้าเสียงดังก่อนจะส่ายหน้าให้นางเขาเป็นห่วงนางๆรู้ดี
"ท่านปู่ผู้นำ พี่ไป๋ชวนกำลังศึกษาอยู่แม้ว่าภรรยาท่านจะน่ารังเกียจแต่ท่านเป็นคนดี ได้ข้าจะเว้นครอบครัวของท่าน ส่วนเจ้าอยากรู้ว่าข้าอ่านออกไหมมาฟังข้าอ่านที่ศาลาว่าการที่อำเภอก็แล้วกัน"
ทุกคนงงว่านางพูดอะไรไป๋ซู่ฮวาจากไปแล้วนางเดินไปทางอำเภอ ชาวบ้านอยากรู้จึงตามไปทันทีที่ชาวบ้านในอำเภอเห็นสตรีผอมบางศีรษะถูกคนปาจนแตกเลือดไหลแห้งกังน่ากลัวอย่างยิ่ง สอบถามจากชาวบ้านที่มาก็ทราบว่านางถูกคนในหมู่บ้านรังเกียจเพราะคบชู้หลายๆคนจึงสมน้ำหน้าแต่บางคนก็ไม่เข้าร่วมการสนทนาเหล่านั้น ไป๋ซู่ฮวาตีกลองร้องเรียน สักพักก็มีเจ้าหน้าที่ออกมา นายอำเภอว่านเป็นคนมีคุณธรรมนับเป็นโชคดีของชาวบ้าน
"ใครมาตีกลองร้องเรียนกัน"เจ้าหน้าที่สอบถามไปสู่ฮวาจึงเดินออกมาด้านหนา
