บทที่ 3 ร้องเรียน
เจ้าหน้าที่ศาลยืนเรียงกันเป็นแถวก่อนจะวางไม้พลองยื่นมาข้างหน้า ชาวบ้านในหมู่บ้านและชาวบ้านในตลาดต่างก็อยากเห็นจุดจบของสตรีแพศยาคบชู้ผู้นี้ กุนซือของนายอำเภอเดินออกมาเสียงกระแทกไม้รัวๆๆน่าเกรงขาม
"ผู้มาร้องเรียนเป็นใคร ร้องเรียนผู้ใด ร้องเรียนด้วยเหตุใด" หวังเฮ่าเลขานายอำเภอถามถึงคนที่ตีกลองร้องเรียน ไป๋ซู่ฮวาเดินขึ้นหน้าก่อนจะคุกเข่าลงตรงหน้าเลขาหวังแล้วเอื้อนเอ่ย
"เรียนใต้เท้าข้าน้อยแซ่ไป๋นามซู่ฮวา ขอร้องเรียนจางชุนและชาวบ้านหมู่บ้านไป๋ฮวาเจ้าค่ะ"
เสียวฮือฮาดังขึ้นนังนี่โง่หรือไงนะฟ้องร้องคนทั้งหมู่บ้าน แล้วต่อไปจะอยู่อย่างไรกัน
"นี่เห็นๆว่าเจ้าคบชู้สู่ชาย มีหน้ามาร้องเรียนผู้อื่นอีกไม่เคยเห็นใครหน้าด้านเท่านี้เลย"
"ใช่ๆๆๆๆ" เสียงด่าสาปแช่งดังจนลู่เปียวต้องออกมาบุรุษหนุ่มอายุไม่เกินสามสิบใส่ชุดสีม่วงขึ้นนั่งบนบัลลังก์ก่อนจะเคาะไม้กับโต๊ะทุกคนจึงหุบปาก
"แม่นางไป๋ เจ้าจะร้องเรียนเขาด้วยเรื่องอันใด" ลู่เปียวถามไป๋ซู่ฮวา
"เรียนใต้เท้า ข้าขอหมอเก่งๆจากท่านสักคนได้หรือไม่เจ้าคะ ก่อนจะสาวความจริง"
นายอำเภอลู่พยักหน้าไม่นานนักก็มีหมอชราท่าทางมีความสามารถคนนึงเดินเข้ามา ไป๋ซู่ฮวายื่นมืให้เขาตรวจชีพจรโดยไม่สนใจสายตาชาวบ้านที่ดูถูกความไร้ยางอายของนาง หมอชราจับชีพจรแล้วจึงนั่งสงบนิ่ง
"แม่นางน้อย เจ้าอยากฟังสิ่งใดจากข้าหรือ"หมอชราถามนางไป๋ซู่ฮวากลั้นสะอื้นเหมือนว่าตนเองคับใจ หน้าผากที่ถูกคนปาหินจนแตกนั่นดูแล้วน่าสงสาร
"แม่หนูเจ้าพูดเถอะ คบชู้อะไรกันยังไม่แต่งงานไม่ใช่หรือ"
"ข้าก็ว่านางคงมีความคับใจจึงกล้ามาร้องเรียน" ชาวบ้านเริ่มแตกเป็นสองฝั่งฝ่ายนึงต้องการเห็นนางถูกโบยจนตายและแน่นอนคนจากหมู่บ้านไป๋ฮวายืนอยู่ฝั่งนั้น
"ท่านหมอ หากกล่าวไปแล้วอาจไม่พอให้ร้องเรียนท่านช่วยตรวจอีกสักคนได้ไหมเจ้าคะ"
นายอำเภอพยักหน้าเด็กผู้หญิงคนนี้ขนาดบาดเจ็บหลังยังตั้งตรง กระซิบหมอชราไม่กี่คำเขาก็สะพายล่วมยาออกไป
"เหอะ ข้าเป็นซิ่วไฉเจอนายอำเภอไม่จำเป็นต้องคุกเข่า เจ้าอยากฟ้องร้องข้านี่ไป๋ซู่ฮวาเจ้าช่างโง่งมนัก"
"ใต้เท้าลู่ ซิ่วไฉไม่จำเป็นต้องคุกเข่าให้นายอำเภอนั้นจริงหรือเจ้าคะ"
เสียงอ่อยของไป๋ซู่ฮวาทำให้จางชุนยิ่งได้ใจ ถ่มน้ำลายใส่พื้นที่นางนั่งอยู่
"นังแพศยา ข้ากับชาวบ้านไม่ได้ทำสิ่งใดผิด อยากฟ้องร้องข้าเช่นนั้นข้าจะฟ้องนายอำเภอคนนั้นกลับที่หลงเชื่อคำเท็จ เหอะ"
ลู่เปียวกำหมัดแน่นก่อนเสียงของสตรีด้านล่างจะดังขึ้นมาอีกครั้ง
"ท่านผู้ตรวจการลู่ ต่อหน้าท่านเขายังกำเริบเช่นนี้ มิเท่ากับเป็นการบอกว่าฮ่องเต้ไร้สามารถในการคัดเลือกขุนนางหรอกหรือเจ้าคะ"
ทันทีที่ไป๋ซู่ฮวาพูดจบทหารด้านนอกที่เป็นคนของราชสำนักก็จับชาวบ้านฝั่งจางชุนคุกเข่า ใครขัดขืนถูกตีจนขาหัก มีแต่เสียงโอดครวญ จางชุนถึงกับเหงื่อตก ผู้ตรวจการเท่ากับเป็นคนของฮ่องเต้ ขนาดเขายังไม่รู้อีสารเลวนี่รู้ได้อย่างไร ไม่นานหมอชราก็กลับมาเขาประสานมือเคารพลู่เปียวก่อนจะมายืนข้างๆ
"แม่นางไป๋ ทีนี้เจ้าพูดได้หรือยัง" ลู่เปียวถามไป๋ซู่ฮวา
"เรียนใต้เท้า ข้าน้อยไปสู่ฮวาเคยเป็นคู่หมั้นของจางชุนเจาค่ะ หลังจากสอบได้ซิ่วไฉกลับอยากถอนหมั้น แต่วิธีการนั้นช่างชั่วร้ายนัก คืนก่อนข้ากับบุรุษนามหยางหนิงเฉิงได้มีสัมพันธ์กัน รุ่งเช้าจางชุนก็พาคนเหล่านั้นมาบุกบอกว่ามาจับชู้ เรื่องนี้ให้ท่านหมอแจกแจงเถอะเจ้าค่ะ"
"ท่านหมอหยุน นางหมายความว่าเช่นไรท่านกล่าวมาเถอะ"ลู่เปียวรู้สึกว่าวันนี้เขาคงได้เปิดคุกหลวงแน่ๆ
"เรียนท่านผู้ตรวจการ ข้าตรวจชีพจรนางปรากฏว่านางถูกวางยาสลบก่อนหน้าจากนั้นก็ถูกวางยาปลุกกำหนัด ส่วนบุรุษที่นางเอ่ยถึงข้าน้อยไปที่บ้านเขามาปรากฏว่าเขาบาดเจ็บจากการตกเขาและในยาที่เขาดื่มมีส่วนผสมยาสลบและยาปลุกกำหนัดเช่นกันขอรับ ทั้งคู่ถูกคนให้ร้ายขอรับ"
ชาวบ้านไป๋ฮวาถึงกับหน้าซีดกันมองจางชุนเป็นตาเดียว ถูกคนให้ร้ายเรื่องนี้ร้ายแรงมากการให้ร้ายผู้อื่นถึงกับความตายมีโทษประหารเช่นกัน
"นี่จางซิ่วไฉ เจ้าบอกว่านางแอบคบชู้มานานแล้วจึงพาพวกเราไปจับชู้ แล้วนี่อะไรทำไมมีการวางยาสลบวางยาปลุกกำหนัด"
"ใช่ๆๆๆ ถ้าเป็นเช่นนั้นก็ไม่ใช่ไป๋ซู่ฮวาคบชู้แต่เจ้าใส่ร้ายนางหรือ"ปังๆๆๆเสียงไม้กระทบกับโต๊ะจนทุกคนหยุดส่งเสียง
"แม่นางไป๋ เจ้าคิดว่าใครวางยาเจ้า"ลู่เปียวถามนาง
"ก่อนหน้าจางชุนมาขอยืมปิ่นเงินของข้ากับกำไลหนึ่งคู่ไปจำนำ เถ้าแก่โรงรับจำนำสงสารข้าเขามองออกว่าคนผู้นี้ไม่ซื่อสัตย์จึงให้ข้าเขียนสัญญาว่าจางชุนยืมเงินข้าน้อยไปสอบเจ้าค่ะ นี่คือสัญญาเขียนชัดเจนลงวันที่เรียบร้อย เถ้าแก่โรงรับจำนำเป็นพยานให้ข้าน้อยได้ หลังจากประกาศผลสอบเข้าบอกว่าจะคืนเงินให้ข้าน้อยจึงนัดไปหา จากนั้นเช้าวันรุ่งขึ้นก็พาคนมาจับข้าหาว่าคบชู้เจ้าค่ะ ท่านเลขานี่คือหนังสือสัญญา รบกวนท่านแล้ว"
